เดือน: ธันวาคม 2013

  • ท่องเที่ยวปีใหม่เงินสะพัด1.8 หมื่นล้านบาท

    ท่องเที่ยวปีใหม่เงินสะพัด1.8 หมื่นล้านบาท

    นางวิไลวรรณทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.)  เปิดเผยว่าททท.ได้ประเมินว่าช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 28ธ.ค.56-1 ม.ค.57 จะมีเงินสะพัดจากการเดินทางท่องเที่ยวถึง 18,000 ล้านบาท  มาจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 16,349ล้านบาท เดินทาง 2.48 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5% เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศวันหยุดเพิ่มเร็ว ทำให้คนไทยสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นตามไปด้วยแม้ว่าปัญหาการเมืองจะยังไม่ชัดเจน แต่ส่วนใหญ่ก็ท่องเที่ยวโดยเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ทั้งนี้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปภาคเหนือมากที่สุด 690,000 คน, รองลงมาคือ ภาคตะวันออก เช่น จ.ชลบุรี ระยอง 600,000 คน,ภาคใต้ 300,000 คน, ส่วนผู้ที่เกที่ยวในกทม.อีก 300,000 คน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย (อินบาวด์)นั้น คาดว่าจะทำรายได้เข้าประเทศ 2,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 500,000 คน เพิ่มขึ้น 3-5% สะท้อนให้เห็ฯว่า การชุมนุมทางการเมืองไม่มีผลกระทบกับการวางแผนเดินทางมาเที่ยวไทยเท่าใดนักเพราะยังคงมีสายการบิน ทั้งแบบสายการบินตรง (ชาร์เตอร์ไฟล์ท) และสายการบินแห่งชาติต่าง ๆ ก็ยังเดินทางปกติ “แม้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) จะมีเหตุการณ์ทางการเมืองเข้ามากระทบทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลังเลในการตัดสินใจมาไทยบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเข้าใจสถานการณ์และเลือกหลีกเลี่ยงเส้นทางได้โดยในช่วงเคานท์ดาวน์ ททท.และภาคเอกชน ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติเหมือนปีที่ผ่านมา” ด้านนายสัมพันธ์แป้นพัฒน์ ที่ปรึกษากิตติมศักด์สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่าอัตราการจองห้องพักในช่วงวันหยุดปีใหม่มี 70% ลดลงจากปีที่แล้ว 2% โดยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 20%คนไทย 80% สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมยังคงเป็นแบบกระจายไปตามภาคต่าง ๆ และหลีกเลี่ยงการเดินทางกทม. เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องการชุมนุมทางการเมือง นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนเริ่มคลายความกังวลและมองว่ากระแสท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับมา ดังนั้นช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ประเมินว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศแบบกรุ๊ปทัวร์ 8,000 ล้านบาท เป็นรายได้จาก ภาคเหนือสัดส่วน 30% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ20% ภาคตะวันออก 18% ภาคกลาง 17% และภาคใต้15% โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมยังคงเป็น  เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮองสอน ลำปาง รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครพนม หนองคาย และนครราชสีมา พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ช่วงปีใหม่จะระดมปล่อยขบวนรถตำรวจท่องเที่ยวเสริมกำลังพิเศษตั้งแต่ช่วง 24 ธ.ค.56– 2 ม.ค.57เข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนเดินทางหนาแน่นคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยาหาดใหญ่ ภูเก็ต โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่พัทยาเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นจุดหมายที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติและที่ผ่านมามีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาอาชญกรรมสูงสุดโดยจะเข้มงวดในการสอดส่องกวาดล้างการค้าประเวณีริมชายหาดที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียด้านชื่อเสียงของการท่องเที่ยวมาก สำหรับช่วงปีใหม่ททท.เตรียมจัดกิจกรรมส่งท้ายใน 5 ภูมิภาค 13 จังหวัด แบ่งเป็น 1.ภาคกลาง ได้แก่กรุงเทพฯ จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่แยกเพลินจิต-ราชประสงค์-ปทุมวันและไหว้พระ 9 วัดสัมผัสวิถีแห่งบุญ, อยุธยา จัดโครงการตามรอยศรัทธามหากุศล สวดมนต์ข้ามปี วิถีไทย วิถีพุทธ2.ภาคเหนือ จัดงานเคาท์ดาวน์ ที่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์, งานสวดมนต์ข้ามปีที่ แพร่3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดงานเคาท์ดาวน์ที่ ขอนแก่นและงานนับถอยหลังพร้อมสวดมนต์ข้ามปีที่ นครพนม 4.ภาคตะวันออกมีศูนย์กลางจัดงานเคาท์ดาวน์ที่ พัทยา 5.ภาคใต้ จัดงานเคาท์ดาวน์หาดใหญ่ (สงขลา), ภูเก็ต, สตูล, ตรัง  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ท่องเที่ยวปีใหม่เงินสะพัด1.8 หมื่นล้านบาท

  • ครม.ห่วงเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีหน้าทรุด

    ครม.ห่วงเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีหน้าทรุด

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้แสดงความเป็นห่วงถึงภาวะเศรษฐกิจช่วงไตรมาสแรก ปี 57 หากยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามกำหนดในวันที่ 2 ก.พ.57 อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่จะทยอยเทขายหุ้นออกจากตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นขณะเดียวกันยังต้องติดตามกรณีของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดที่อาจพิจารณาลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลงเพราะอาจส่งผลกระทบให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้ชะลอตัวต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ไว้  นายอำพนกิตติอำพน เลขาธิการครม. ในฐานประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า การประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้วไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด น่ากลัวมากกว่ากรณีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เพราะกรณีดังกล่าวสามารถรู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไรและแก้ไขได้แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกตั้งได้หรือไม่ ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ อาจมองว่าเป็นการไม่เคารพกฎหมาย และอาจไม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน น.ส.สุณิสา เลิศภควัฒน์รองโฆษกประจำสำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้รับทราบรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนต.ค. และแนวโน้มปี 56 และ 57 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)  พบว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจแม้ว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิตยังปรับตัวลดลงส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าเริ่มหดตัวน้อยลง แอละดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องส่วนดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวเริ่มชะลอตัว   ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 56 และ57 คาดว่า ในปี 56 มีแนวโน้มขยายตัว 3% เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2.4% และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ส่วนปี 57 มีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 4-5% เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในช่วง 2.1-3.1% และบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.6% ของจีดีพี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ครม.ห่วงเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีหน้าทรุด

  • ราคาทองคำ 17 ธ.ค.56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท

    ราคาทองคำ 17 ธ.ค.56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท

    วันที่ 17 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.58 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 5 ลด 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท เวลา 16.58 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 18,525.52 บาท ทองแท่งขาย 18,900 บาท รับซื้อ 18,800 บาท เวลา 15.30 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,350 บาท รับซื้อ 18,571.00 บาท ทองแท่งขาย 18,950 บาท รับซื้อ 18,850 บาท เวลา 14.10 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 18,525.52 บาท ทองแท่งขาย 18,900 บาท รับซื้อ 18,800 บาท เวลา 12.56 น. ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 150 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท เวลา 09.26 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 17 ธ.ค.56 ปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท