เดือน: ธันวาคม 2013

  • มอ.ยกเครื่องเครือข่ายไร้สาย 3 วิทยาเขต

    มอ.ยกเครื่องเครือข่ายไร้สาย 3 วิทยาเขต

    มอ.ยกเครื่องเครือข่ายระบบไร้สายรองรับการใช้งานเพิ่ม พร้อมติดตั้งระบบใหม่ของอรูบ้าทั้ง 3 วิทยาเขต นายสงกรานต์ มุณีแนม หัวหน้ากลุ่มงานบริการระบบเครือข่ายและสื่อสาร ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า เนื่องจากอุปกรณ์ไร้สายที่เชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยในแต่ละวันนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับเดิมได้ใช้โซลูชั่นระบบไร้สายจากผู้จำหน่ายหลายค่าย ทำให้ไม่สามารถรองรับความต้องการในการใช้งานจำนวนมาก และไม่สามารถตอบโจทย์ความกังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยได้ มอ.จึงได้ดำเนินการติดตั้งโครงสร้างเครือข่ายระบบไร้สายใหม่ โดยเลือกใช้โซลูชั่นจากอรูบ้า ซึ่งจะติดตั้งใช้งานในวิทยาเขตทั้ง 3 แห่ง  ทั้งนี้ ระบบเครือข่ายไร้สายใหม่นี้ ประกอบไปด้วยอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย ระบบควบคุมการใช้งานแบบเคลื่อนที่และ AirWave ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการเครือข่าย ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถให้บริการเครือข่ายไร้สายแก่ทั้งนักศึกษาและบุคลากรของภาควิชาได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องการบริหารจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการ นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังวางแผนขยายการใช้งานเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย เพื่อรองรับการใช้งานด้านการทำวิจัยและภาควิชาอื่น ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนของทั้งคณาจารย์และนักศึกษาอีกด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอ.ยกเครื่องเครือข่ายไร้สาย 3 วิทยาเขต

  • เขียนแอพแบบไร้บ้าน – 1001

    เขียนแอพแบบไร้บ้าน – 1001

    ผมอ่านเจอเรื่องนี้ในเว็บไซต์ด้านไอทีชื่อดังอย่าง  Mashable.com  ทำให้ต้องรีบไปหาอ่านเรื่องเพิ่มเติมจากเว็บไซต์อื่น ๆ ทีเดียวครับ  ถ้าท่านผู้อ่านได้เห็นแอพชื่อ Trees for Cars ในกูเกิลเพลย์หรือในแอพสโตร์ ซึ่งคุณอาจจะมองมันด้วยความรู้สึกกลาง ๆ “ทำไมจะต้องสนใจ” หรือ “ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ” เพราะฉันไม่ได้อยากใช้คาร์พูลหรือใช้รถร่วมกับใคร หรือถ้าคุณเป็นโปรแกรม  เมอร์อยู่แล้ว คุณอาจจะคิดว่า อืม…ก็เคยคิดจะทำนะ ตอนสมัยเรียน แต่สุดท้ายก็โยนไอเดียนี้ทิ้งไป ไม่ได้หยิบมาทำจริง ๆ  จัง ๆ แอพอันนี้อาจจะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตั้งแต่ในสมัยเมื่อประมาณ 15-16 ปีที่แล้ว ในช่วงที่น้ำมันกระโดดจากลิตรละไม่ถึงสิบบาทมาเป็นลิตรละ 20-30 บาท ซึ่งตอนนั้นหลายคนเริ่มหันมาสนใจการใช้วิธีคาร์พูล หรือรวมรถกันไป แต่ในยุคนั้นเรา ยังไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตสะดวกสบายเหมือนอย่างในทุกวันนี้ ถ้าจะหาคนไปด้วยอาจจะต้องเข้าไปโพสต์ไว้ในเว็บบอร์ด แล้วติดต่อกันผ่านทางอีเมล หรือโทรศัพท์คุยกันหลายขั้นตอน กว่าจะได้รวมรถกันไป แต่เมื่อโทรศัพท์มือถือกับอินเทอร์เน็ตกลายเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับคนในยุคนี้ บวกกับแนวคิดของอะไร ๆ ก็ กรีนในยุคนี้ ทำให้แอพนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง แต่เรื่องราวของแอพนี้ยังไม่จบแค่นั้น ถ้าผมจะบอกว่า คนคิดและเขียนแอพนี้คือ คนไร้บ้านคนหนึ่งในนิวยอร์ก ไม่ใช่เป็นโปรแกรมเมอร์หรือนักเรียนที่เรียนเขียนโปรแกรมจากโรงเรียนใด ๆ คุณคิดว่า น่าสนใจไหมครับและถ้าบอกเพิ่มอีกว่า คนไร้บ้านที่ชื่อ ลีโอ แกรนด์ คนนี้ ใช้เวลานับแต่เริ่มเขียนโปรแกรมจนปล่อยโปรแกรมนี้ออกมา ใช้เวลาทั้งหมดเพียงสามเดือนครึ่งเท่านั้น คุณคิดว่า น่าสนใจพอหรือยังครับ ถ้ายัง ผมจะเล่าต่อว่า การทำให้ลีโอ แกรนด์สามารถทำแอพอันนี้ออกมาได้ เกิดจากโปรแกรมเมอร์อายุ 23 ปี คนหนึ่งที่ยอมตื่นเช้าขึ้นวันละหนึ่งชั่วโมง เพื่อแวะไปสอนแกรนด์ให้เขียนโปรแกรมทุก ๆ เช้าก่อนไปทำงาน จนแกรนด์สามารถสร้างแอพอันนี้ออกมาได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เริ่มน่าสนใจแล้วครับโปรแกรมเมอร์อายุ 23 ปี ที่สอนแกรนด์ให้เขียนโปรแกรม มีชื่อว่า แพทริก แม็คคอนล็อก ซึ่งไม่ได้มองคนไร้บ้านอย่างลีโอแค่เพียงผ่านเลยไป โปรแกรมเมอร์หนุ่มคนนี้มองถึงพลังในตัวคนทุกคน และมองถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากการให้ความรู้ โดยวันหนึ่งเขาเดินไปหาลีโอในฐานะคนแปลกหน้าที่หยิบยื่นข้อเสนอให้กับคนไร้บ้านคนหนึ่ง ด้วยตัวเลือกสองตัว คือ 1. พรุ่งนี้เขาจะกลับมา พร้อมกับเอาเงินมาให้หนึ่งร้อยดอลลาร์โดยไม่ต้องทำอะไร หรือ 2. พรุ่งนี้เขาจะกลับมาพร้อมหนังสือจาวาสคริปต์สามเล่มและคอมพิวเตอร์แล็บท็อปราคาถูกหนึ่งเครื่อง และจะมาสอนเขียนโปรแกรมให้วันละหนึ่งชั่วโมงทุกเช้า และเมื่อแพทริกกลับมาในวันรุ่งขึ้น คำตอบที่เขาได้รับ คือ หนุ่มไร้บ้านที่ชื่อลีโอคนนี้ เลือกตัวเลือกที่สอง ซึ่งหมายถึงว่า หลังจากนั้นทุกวันก่อนไปทำงาน แพทริกจะมานั่งสอนให้ลีโอเขียนโปรแกรม โดยตั้งความหวังว่า ลีโอจะสามารถเขียนโปรแกรมและหารายได้จากการเขียนโปรแกรมได้ ทั้งสองใช้เวลานับแต่เริ่มจากศูนย์ คือ วันที่ 21 สิงหาคม ที่แพทริกตัดสินใจจะเริ่มสอนลีโอ จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งเป็น วันที่กูเกิลเพลย์เริ่มปล่อยให้ดาวน์โหลดโปรแกรม นับเป็นเวลาสามเดือนกว่า ๆ ที่น่ามหัศจรรย์ของการให้และความตั้งใจที่จะรับ จนเกิดต้นแบบของการให้การศึกษากับคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ณ เวลานี้ แพทริกได้ทำโครงการเพื่อสอนคนอื่นให้เขียนโปรแกรมในชื่อโครงการ Journeyman โดยใช้เรื่องราวของลีโอเป็นต้นแบบ ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถหารายละเอียดได้จาก http://journeymancourse.com/  ผมหวังว่าเรื่องราวดี ๆ แบบนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน ลุกขึ้นมาทำความดี แบ่งปัน หยิบยื่นโอกาสให้แก่ผู้อื่น และกลายเป็นการให้ที่ไม่รู้จบต่อไป. สุกรี สินธุภิญโญ (sukree.s@chula.ac.th) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เขียนแอพแบบไร้บ้าน – 1001

  • หมอเสริฐ ขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นไทย

    หมอเสริฐ ขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นไทย

    เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2556  ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 ก.ย.56 พบว่า ตำแหน่งแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย ได้แก่ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ “หมอเสริฐ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เข้ามาเป็นแชมป์เศรษฐีหุ้นคนใหม่ ถือครองหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวมมูลค่า 36,596.20 ล้านบาท รวยขึ้น 15,472.72 ล้านบาท หรือ 73.25%  ทั้งนี้หุ้นที่ถือครอง ประกอบด้วย หุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่หมอเสริฐถือหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 มูลค่า 36,565.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจากสัดส่วนการถือหุ้นที่มากขึ้น และราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ในปีที่ผ่านมาหมอเสริฐได้ถือหุ้นร.พ.กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอีก 6.08% เป็น 18.78% ขณะที่ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นจาก 107.50 บาท เป็น 126 บาท เมื่อวันที่ 30 ก.ย.56 เพิ่มขึ้น 18.50 บาท หรือ 17.29% นอกจากนี้ยังถือครองหุ้น บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช ในสัดส่วน 0.79% มูลค่า 30.82 ล้านบาท โดยเส้นทางการก้าวเข้าสู่ทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยของ หมอเสริฐ เริ่มต้นมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ความมั่งคั่งมูลค่าระดับพันล้านเริ่มเมื่อปี 47 โดยเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 26 ถือครองหุ้นมูลค่า 1,560.42 ล้านบาท หลังจากนั้นความมั่งคั่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ส่วนเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ในปีนี้ ยังคงเป็นของนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ โดยถือหุ้นบีทีเอสฯ ในสัดส่วน 33.93% มูลค่า 34,219.79 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 10,763.72 ล้านบาท หรือ 45.89% อันดับ 3 ได้แก่ นายพิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของ นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรมว.พาณิชย์ และ ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 จากอันดับ 18 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้น รวมมูลค่าหุ้นที่ถือครองทั้งสิ้น 26,481.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,327.08 ล้านบาท หรือ 270.12% ขณะที่เศรษฐีหุ้นคนอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อดีตแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 7 ปีซ้อน หล่นลงมาอยู่อันดับ 4 โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 25,740.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,052.80 ล้านบาท หรือ 18.69%  ส่วน นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ได้เสียแชมป์เศรษฐีหุ้น 3 ปีซ้อน ในปี 53-55ร่วงลงมาอยู่ในอันดับ 5 ด้วยมูลค่าหุ้นที่ถือครอง 25,453.35 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่าหุ้นของบมจ.พฤกษา ที่ถือครองในสัดส่วน 58.76% จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1,955.57 ล้านบาท หรือ 8.32% แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐีหุ้นในอันดับทอป 4 แล้วยังทิ้งห่างกันอยู่มาก สำหรับ 2 สาวทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร”  ปีนี้แม้ว่ามูลค่าหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้น แต่อันดับเศรษฐีหุ้นกลับลดลง โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร (อิ๊ง) หล่นจากเศรษฐีหุ้นอันดับ 47 มาอยู่อันดับ 64 ถือหุ้น บมจ.เอสซี แอสเซท  29.13% มูลค่า 3,670.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.40 ล้านบาท หรือ 6.11% และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร หล่นจากเศรษฐีหุ้นอันดับ 53 มาอยู่อันดับ 66 ถือหุ้นบมจ.เอสซี 28.19% มูลค่า 3,552.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204.58 ล้านบาท หรือ 6.11% นอกจากนี้ยังนับว่าเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย ด้วยโดยปีนี้ “ตระกูลจิราธิวัฒน์” สามารถล้มแชมป์เก่า ตระกูลมาลีนนท์ ที่ครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานถึง 14 ปีลงได้ โดยตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัล ก้าวขึ้นมาจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว โดยเครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 31 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 66,787.88 ล้านบาท มั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 25,922.14 ล้านบาท หรือ 63.43%  ขณะที่ตระกูลมาลีนนท์ ปีนี้ต้องเสียแชมป์ร่วงลงมาอยู่อันดับ 2 โดย 11 เครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูลถือครองหุ้นรวมกันมูลค่า 49,122.44 ล้านบาท รวยลดลงถึง 21,139.99 ล้านบาท หรือ 30.09% เนื่องจากราคาหุ้น บมจ.บีอีซี เวิลด์ ที่เครือญาติถือครอง ปรับลดลงจาก 76.50 บาท มาอยู่ที่ 56.75 บาท  เมื่อวันที่ 30  ก.ย. 56 ลดลงถึง 19.75 บาท หรือ 25.81% ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า  วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธ.ค.นี้ ยังได้ประกาศผลการตัดสิน รางวัลเกียรติยศ “นักการเงินแห่งปี” ประจำปี  56 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารในตลาดเงิน ตลาดทุน ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ครบถ้วน และมีผลงานโดดเด่น โดยในปีนี้ได้แก่ นายสาระ   ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หมอเสริฐ ขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นไทย