เดือน: มกราคม 2014

  • ปริมาณซื้อขายนักลงทุนรายย่อยลดลง

    ปริมาณซื้อขายนักลงทุนรายย่อยลดลง

    นางเกศรา  มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองในประเทศที่เกิดขึ้น ทำให้ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 1- 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นปกติมากนัก เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุ่ม) ที่ลดลงเหลือ 33,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 56 อยู่ที่ 58,000 ล้านบาท เป็นผลจากนักลงทุนรายย่อยได้ปรับตัวโดยลดสัดส่วนการลงทุนลงเหลือ 45% จากสิ้นปี 56 ที่มีสัดส่วน 57% และเมื่อเทียบกับในอดีตเคยมีสัดส่วนสูงสุดเฉลี่ยที่ 55-60% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 32% จากเดิมกว่า 20% นักลงทุนสถาบัน 10% และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ 13% “แม้สถานการณ์การเมืองในประเทศที่เกิดขึ้นจะทำให้นักลงทุนรายย่อยลดลง แต่นักลงทุนสถาบันในประเทศรวมถึงต่างชาติกลับไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก  โดยเมื่อวอลุ่มมีจำนวนมาก จากการที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นทุกวันจะทำให้ผู้ลงทุนอยากซื้อ แต่พอมีความไม่แน่นอนสูงทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยไม่มีอารมณ์อยากซื้อหุ้น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดขนาดวงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) จึงกระทบกับจิตวิทยาการลงทุนทั้งภูมิภาค แต่ถือว่าหุ้นไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ปรับลงไม่มาก เนื่องจากตลาดรับรู้ผลกระทบดังกล่าวมาหลายวันแล้ว” อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 เดือนนี้ คงประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยได้ยาก แต่เชื่อว่าภายในครึ่งปีแรกจะดีขึ้น และผู้ลงทุนสามารถปรับตัวได้ดี เพราะไทยผ่านความไม่แน่นอนสูงมาแล้วหลายครั้ง ส่วนการขายของนักลงทุนต่างชาตินั้น ที่ผ่านมาถือว่าขายออกมากพอสมควรแล้ว ทำให้เหลือช่องว่างในการขายอีกไม่มาก และเมื่อสถานการณ์ในประเทศสงบลง ต่างชาติน่าจะกลับเข้ามาลงทุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปริมาณซื้อขายนักลงทุนรายย่อยลดลง

  • “เนคเทค -ทรู”แจ้งย้ายสถานที่จัดงาน “APRICOT 2014” จาก กทม.ไปมาเลเซีย

    “เนคเทค -ทรู”แจ้งย้ายสถานที่จัดงาน “APRICOT 2014” จาก กทม.ไปมาเลเซีย

       วันนี้(30ม.ค.) นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้อำนวยการ ด้านธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น   และคณะผู้จัดงานทั้งAsia & Pacific Internet Association (APIA) และAsia Pacific Network Information Centre (APNIC) มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดให้มีการประชุม APRICOT 2014ขึ้นในประเทศไทย  ในระหว่างวันที่ 18-28 ก.พ. 57ที่กรุงเทพฯ แต่เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในประเทศขณะนี้ คณะผู้จัดงาน จึงขอแจ้งย้ายสถานที่จัดงาน “APRICOT 2014” ไปยังเมืองเปตาลิง จายา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเราต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นมา ณ ที่นี้    ทั้งนี้ ผู้สนใจร่วมงานAPRICOT 2014ยังสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://2014.apricot.netหรือสอบถามข้อมูลการจัดงานได้ที่อีเมล์ secretariat@apricot2014.net    อนึ่งงานประชุมนานาชาติ “APRICOT 2014” เป็นงานประชุมผู้ให้บริการและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รับเลือกจากAsia &Pacific Internet Association (APIA)และAsia Pacific Network Information Centre (APNIC)เมื่อปี2012ให้เป็นผู้ร่วมจัดงาน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เนคเทค -ทรู”แจ้งย้ายสถานที่จัดงาน “APRICOT 2014” จาก กทม.ไปมาเลเซีย

  • สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ

    สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลัง เดือนธ.ค. และไตรมาสที่ 4 ปี 56 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณหดตัว เนื่องจากขยายตัวได้ในระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ ทั้งการใช้จ่ายภายในประเทศและการผลิต เพราะได้รับปัจจัยลบจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมถึงการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะจํานวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เดือน ธ.ค. ลดลงเหลือเพียง 6.7% ต่อปี หรือติดลบ 3.9% ต่อเดือน ขณะที่ ภาคการส่งออกสินค้าคาดว่าเริ่มมีทิศทางปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ปี 56 จะขยายตัวเพียง 2.8% ต่อปี ตามที่ สศค.ได้ประเมินไว้ ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณหดตัว โดยเฉพาะจากการบริโภคสินค้าคงทน สะท้อนได้จากปริมาณจำหน่ายรถยนต์ เดือน ธ.ค.56 ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 อยู่ที่ 28.3% ต่อปี ทำให้ไตรมาสที่ 4 ของปี 56 ติดลบ 39.7% ต่อปีขณะที่ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ แม้ว่าขยายตัวได้ 3.1% ต่อปี แต่ส่วนหนึ่งมาจากฐานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของ เดือน ธ.ค. ที่ต่ำ ทำให้ภาพรวมไตรมาส 4 ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ยังคงติดลบ 1%ต่อปี สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวลง โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ติดลบ 14.5% ต่อปี ทำให้ไตรมาส 4 ติดลบ 24.1% ส่วนการลงทุนในหมวดก่อสร้างชะลอตัวจากช่วงก่อนหน้า โดยประเมินจากภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ เดือน ธ.ค. ขยายตัวที่ 9.1% ต่อปี ทำให้ในไตรมาสที่ 4 ยังคงขยายตัวอยู่ 9.1% ต่อปี แต่ชะลอลงจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 22% ต่อปี สะท้อนถึงภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มทรงตัว ขณะที่ ภาคการผลิตมีสัญญาณชะลอตัวลง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ธ.ค.56 ยังคงติดลบต่อเนื่องที่ 6.1% ต่อปี โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ติดลบในระดับสูง ได้แก่ อาหาร, ยานยนต์, และเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น  ได้แก่ เครื่องหนัง, วิทยุโทรทัศน์, และการปั่นการทอ ซึ่งหากประเมินเป็นไตรมาส พบว่าไตรมาส 4 ปี ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงติดลบ 7.1% ต่อปี ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 25 เดือน อยู่ที่ระดับ 88.3 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนธ.ค.อยู่ในระดับต่ำที่ 1.7% อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.6% ของกำลังแรงงานรวม สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง สะท้อนได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนธ.ค.อยู่ในระดับสูง ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 2.8 เท่า สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.ชี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ