นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่า กรมฯ ตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ๆมีการชุมนุมพบว่า ยังไม่มีปัญหาการขาดแคลนหรือการจำหน่ายสินค้าเกินราคา เนื่องจากได้มีการเตรียมการโดยได้หารือร่วมกับผู้ผลิตห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ตลาดสด เพื่อรับมือไว้ล่วงหน้าไว้แล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาและคาดว่า ในวันต่อๆ ไปก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะทั้งผู้ผลิต ห้างต่างได้ยืนยันว่าจะจัดส่งสินค้าป้อนเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องทันทีที่สต๊อกสินค้าที่มีไว้ประมาณ 1 เดือนหมดลง ทั้งนี้ในส่วนของสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้เปิดให้เป็นเบอร์ฮอตไลน์ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองไม่ปกติต่อภาวะสินค้า(ศปบส.) เพื่อให้ประชาชนที่ประสบปัญหาในเรื่องการซื้อหาสินค้าหรือพบเห็นภาวะผิดปกติเกี่ยวกับสินค้า ได้ร้องเรียนเข้ามา แต่ตลอดทั้งวันที่ 13ม.ค. ก็ยังไม่พบว่ามีการร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด “ขอให้ประชาชนเบาใจได้ว่าสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่ๆมีการชุมนุม หรือพื้นที่ใกล้เคียง จะไม่มีปัญหาการขาดแคลนอย่างแน่นอนห้างร้านต่างๆ ยังเปิดให้บริการตามปกติซึ่งในการขนส่งสินค้าเข้าไปยังร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมหรือพื้นที่ใกล้เคียงกรมฯ ขอความร่วมมือไปยัง กปปส. และผู้ชุมนุมให้ช่วยเปิดทางและอำนวยความสะดวกให้ด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี” นายสมชาติกล่าวว่า กรมฯได้รับการยืนยันจากศูนย์กระจายสินค้าของห้างค้าปลีก ค้าส่ง ที่มีอยู่ 21แห่ง ได้แก่ เทสโก้ โลตัส 4 แห่ง บิ๊กซี 2แห่ง แม็คโคร 1 แห่ง และเซเว่นอีเลฟเว่น 14แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ว่าจะสามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจว่าจะกระจายสินค้าได้ดีกว่าในช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่รวมทั้งยังได้เพิ่มปริมาณสำรองสินค้าจากปกติ 10วัน เป็น 15-30 วันด้วย นอกจากนี้ กรมฯยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในท้องตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมดูแลให้การจำหน่ายสินค้าเป็นไปตามปกติและป้องกันการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้ารวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังร้านค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้เห็นชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ไม่กระทบค้าขาย
เดือน: มกราคม 2014
-

ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ไม่กระทบค้าขาย
-

แบงก์พาณิชย์6แห่งปิดบริการจุดเสี่ยง
รายงานข่าวจากธนาคารพาณิชย์แจ้งว่า หลังจากกลุ่มกปปส. ได้มีการปิดการจราจรในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจึงได้แจ้งปิดและย้ายที่ทำการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการในสาขาใกล้เคียงหรือทำธุรกรรมผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งได้แจ้งเปลี่ยนแปลงการให้บริการเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งปิดให้บริการชั่วคราว 3 สาขา คือ สาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ1 และ 2 สาขาอาคารศรีอยุธยาเนื่องจากอาคารศรีอยุธยาแจ้งปิดอาคาร นอกจากนี้ได้ย้ายสาขาที่ทำการสาขาชั่วคราว 1สาขา คือ เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ย้ายไปสาขารัชโยธิน ธนาคารกสิกรไทยแจ้งปิดให้บริการจ่ายเช็ค 2 สาขา คือที่ สาขาเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์(ปตท.) และสาขาพัฒน์พงศ์ โดยให้ย้ายไปใช้บริการที่ศูนย์บริการจ่ายเช็คอาคารเมืองไทยภัทรชั่วคราว ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพแจ้งปิดทำการสาขา 4 แห่งคือ สาขาเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ (โปรดติดต่อสาขาลาดพร้าว 129 โทร. 02511-2485-7หรือ 02513-1405) สาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติอาคารเอ สาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติอาคารบี สำหรับสาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติอาคารเอ และบี ติดต่อสาขาห้าแยกปากเกร็ด โทร. 02583-7987-9 หรือ 02583-1649 และ สาขาทีโอที แจ้งวัฒนะ ติดต่อสาขาหลักสี่พลาซ่า โทร. 02576-1287-9หรือ 02576-1597 ธนาคารขอแนะนำช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้ท่านทำรายการต่างๆ ได้แม้ในช่วงเวลาที่สาขาปิดบริการ เช่นบริการธนาคารทางโทรศัพท์ บัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ 02645-5555 โดยเตรียมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตบีเฟิสต์และ PIN ให้พร้อม นอกจากนี้ ท่านยังสามารถใช้บัตรเดบิตบีเฟิสต์ชำระค่าสินค้าและบริการได้เหมือนเงินสดที่ร้านค้าที่รับบัตรวีซ่าหรือเลือกใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต บัวหลวง ไอแบงก์กิ้งที่ท่านสามารถใช้บริการได้ทั้งทางเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ www.bangkokbank.com/ibanking หรือท่านสามารถใช้บริการได้ที่สาขาในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนธนาคารทหารไทยแจ้งปิดสาขาเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ราชการอาคาร บีและราชประสงค์ นอกจากนี้ในส่วนของธนาคารกรุงไทยได้ปิดสาขา 14แห่งคือ ทำเนียบรัฐบาล การไฟฟ้านครหลวงเพลินจิต ยูเนี่ยนมอลล์ ลาดพร้าว สำนักงานใหญ่ปตท. เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ทีโอที แจ้งวัฒนะ ศูนย์ราชการฯ อาคาร บี ศูนย์ราชการฯ อาคาร เอ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กสท. โทรคมนาคม แจ้งวัฒนะ กระทรวงพาณิชย์ ส่วนสาขาที่ปิดก่อนเวลาทำการปกติ คือ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ปิดเวลา 15.30น.) อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยืนยันว่ามีเงินเพียงพอให้กับประชาชที่เบิกถอนผ่านสาขาและตู้เอทีเอ็ม ส่วนการทำธุรกรรมในบางพื้นที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปกติ 5-10%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์พาณิชย์6แห่งปิดบริการจุดเสี่ยง -

ธปท.ย้ายปฏิบัติการไปศูนย์สำรอง แจงแบงก์ปิด 45 สาขา
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้มีการสั่งปิดสำนักงานใหญ่เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน คือ วันที่ 13-14 ม.ค.นี้ พร้อมสั่งการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสำนักงานใหญ่ ที่บางขุนพรหม เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยมากกว่าปกติ 100% โดยให้ฝ่ายงานบางส่วนที่จำเป็นให้ไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติงานสำรองชั่วคราว สำหรับงานด้านพันธบัตรที่ต้องติดต่อกับประชาชน ได้ย้ายไปทำการชั่วคราวที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า อาคารทาวเวอร์ เอ ชั้น 1 โทร. 0-2884-9007 ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปยังคงสามารถติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ได้ตามปกติที่ 0-2283-5353 นอกจากนี้ ธปท.ได้รับรายงานการปิดสาขาสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบอยู่ในพื้นที่ชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. รวมทั้งสิ้น 45 สาขา ซึ่งในจำนวนนี้มีการปิดดำเนินการทั้งวัน 41 สาขา ได้แก่ ธ.กรุงเทพ 4 สาขา ธ.กรุงไทย 12 สาขา ธ.กรุงศรีอยุธยา 4 สาขา ธ.กสิกรไทย 4 สาขา ธ.ไทยพาณิชย์ 5 สาขา ธ.ทหารไทย 3 สาขา ธ.ธนชาต 2 สาขา ธ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 6 สาขา และบค.เอเชีย 1 สาขา ส่วนสาขาธนาคารพาณิชย์ที่มีการปิดดำเนินการก่อนเวลาปกติ มี 4 สาขา ได้แก่ ธ.กรุงไทย 2 สาขา และธ.ทิสโก้ 2 สาขา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.ย้ายปฏิบัติการไปศูนย์สำรอง แจงแบงก์ปิด 45 สาขา