เดือน: มกราคม 2014

  • ม็อบปิดกรุงวันแรกชาวบ้านร้องวินจยย.โก่งค่าโดยสารเท่าตัว

    ม็อบปิดกรุงวันแรกชาวบ้านร้องวินจยย.โก่งค่าโดยสารเท่าตัว

    นายสมชัยศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการชุมนุมทางการเมืองปิดกรุงเทพฯวันที่ 13 ม.ค.ได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ถึงปัญหาถูกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างฉวยขึ้นค่าโดยสารสูงเกินปกติ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และขอให้ประชาชนที่ถูกเอาเปรียบโทรแจ้งเข้ามาสายด่วนคุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับต่อไปโดยหากจับปรับไม่ได้ทันที ก็พร้อมไล่ตรวจสอบและลงโทษภายหลัง โดยโทษปรับสูงสุดไม่เกินครั้งละ500  บาท และมีผลต่อการพิจารณาต่อทะเบียนรถสาธารณะในอนาคตด้วย “หากพบว่ามีรถโดยสารสาธารณะเอาเปรียบทั้งวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ หรือแม้กระทั่งสามล้อ ให้จดจำรายละเอียด เช่น ป้ายทะเบียนรถเสื้อกั๊ก หมายเลข และเขตวิน โทรเข้ามาแจ้งที่ 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยการตรวจจับอาจทำไม่ได้ทันที แต่จะมีการไล่เช็กบิลย้อนหลังแน่นอนเพราะไม่ต้องการให้รถรับจ้างฉวยโอกาสในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อนมาเอาเปรียบประชาชนโดยโทษหากมีการทำผิดซ้ำซากก็อาจไม่ให้ต่อทะเบียนรถสาธารณะเลย” รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งเพิ่มว่าจากการสำรวจและรับเรื่องร้องเรียนในวันที่ 13 ม.ค.57 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีม็อบปิดเส้นทางจราจรพบว่าส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนปัญหาการโก่งค่าโดยสาร ในส่วนของมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ส่วนใหญ่มาจากต่างพื้นที่และมาตั้งวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนในละแวกที่มีการชุมนุมทางการเมือง  เช่นบริเวณ 5 แยกลาดพร้าวไปบีทีเอสหมอชิต คิดที่ 100 บาท  หรือพื้นที่อื่นก็ขึ้นค่าโดยสารมากกว่า 1เท่าตัว นอกจากนี้พบว่าปกติค่าโดยสารมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ถึง 2 กม.แต่พออยู่ในเขตการชุมนุม หรือมีรถติดยาวมาจากม็อบก็เรียกค่าโดยสาร100-200 บาททันที ทั้งที่ปกติค่าโดยสารไม่ถึง 50 บาท ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต้องตกในภาวะจำยอมไม่มีทางเลือกเพราะต้องรีบเดินทางไปทำงาน ทั้งที่อัตราค่าโดยสารรถจักรยานยนต์สาธารณะที่กรมการขนส่งทางบก กำหนดไว้ ระยะทาง 2 กม.แรก ห้ามเกิน 25 บาท กม.ระยะต่อไปห้ามเกินกม.ละ5 บาท และหากระยะทางเกิน 5 กม.ขึ้นไป ให้เป็นไปตามที่ตกลงกันแต่ต้องให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้โดยสาร ด้านนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมทางการเมืองใน2-3 เดือนที่ผ่านมา กรมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาบริการรถสาธารณะเพิ่มต่อเนื่องทั้งในส่วนแท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าโดยสารหรือปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนแก่ประชาชนเพราะนอกจากรถติดแล้ว ยังมาเจอฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสารอีก ดังนั้นจึงได้ส่งทีมลงตรวจและจับกุมผู้ทำผิดกฎอย่างเข้มข้น  สำหรับบทลงโทษกรณีแท็กซี่ไม่ยอมกดมิเตอร์ หรือเรียกค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายจะมีความผิดปรับไม่เกินครั้งละ 5,000 บาทส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างหากคิดค่าโดยสารในแต่ละช่วงสูงกว่าที่กระทรวงฯกำหนดถูกปรับไม่เกินครั้งละ 500 บาทรวมถึงหากวิ่งรับส่งนอกเขตที่ลงทะเบียนก็มีความผิดเช่นกันขณะที่รถสามล้อเครื่องยังไม่มีกฎหมายกำหนด แต่หากประชาชนได้รับบริการไม่เป็นธรรมทั้งเรียกค่าโดยสารแพงกว่าปกติ หรือการปฏิเสธรับผู้โดยสาร ร้องเรียนเข้ามาได้ โทร1584 นอกจากนี้ กรมฯยังเตรียมเข้าไปแก้ปัญหาการตั้งวินมอเตอร์ไซค์เถื่อนตามจุดสถานชุมชนทั้งที่ชุมนุมทางการเมือง หรือตามงานมหรสพ เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬาเพราะได้รับร้องเรียนว่ามักมีกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปตั้งวินชั่วคราวและมีการเรียกค่าโดยสารกับประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แพงเกินจริงจึงขอให้เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ และหากต้องการตั้งวินมอเตอร์ไซค์ที่ถูกกฎหมายติดต่อมาได้ที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งกรมฯ พร้อมจะพิจารณาให้อย่างเหมาะสม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม็อบปิดกรุงวันแรกชาวบ้านร้องวินจยย.โก่งค่าโดยสารเท่าตัว

  • หุ้นไทยวันที่ 13 มกราคม 2557 พลิกปิดพุ่ง 28.11 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 13 มกราคม 2557 พลิกปิดพุ่ง 28.11 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่13 ม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีแกว่งตัวผันผวนอย่างหนัก ซึ่งปรับลดลงกว่า 11 จุดทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบกรอบแคบๆ ก่อนฟื้นตัวได้ร้อนแรงในช่วงบ่ายจนท้ายตลาด ตามแรงเข้าซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ รับข่าวดีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเชิญทุกฝ่ายเข้าหารือเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปทำให้นักลงทุนคลายกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศไประดับหนึ่ง แม้กลุ่มกปปส.ได้ชัตดาวน์กรุงเทพฯก็ตาม ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยดีดตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,283.76 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,244.14จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,283.56จุด เพิ่มขึ้น 28.11จุด หรือ 2.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30,254.11 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5อันดับแรก1. เอไอเอส ปิดที่ 209.00บาท เพิ่มขึ้น 9.50 บาท2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 164.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท3. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 181.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท4. จัสมิน ปิดที่ 6.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท5. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท   น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่าดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นได้มากในช่วงบ่าย ตามแรงเก็งกำไรกลับ หลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญทุกฝ่ายเข้าหารือในวันที่ 15 ม.ค.นี้เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป อีกทั้งได้รับอานิสงส์จากตลาดหุ้นกลุ่มทิปส์ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยฟิลลิปปินส์ เพิ่มขึ้นถึง 1.7% และอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 3%    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 13 มกราคม 2557 พลิกปิดพุ่ง 28.11 จุด

  • ปี57 ทัวร์จีนออกนอกประเทศ 100 ล้านคน

    ปี57 ทัวร์จีนออกนอกประเทศ 100 ล้านคน

    นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพรนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศ(เอาท์บาวด์)ในปี57 คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน เนื่องจากเห็นสัญญาณเกี่ยวกับการควบคุณกฎหมายทัวร์คุณภาพจากรัฐบาลจีนที่เริ่มผ่อนปรนแนวทางปฏิบัติให้บริษัทนำเที่ยวเข้มงวดด้านการจัดโปรแกรมทัวร์น้อยลงได้ เช่น อนุญาตให้บริษัทนำเที่ยวสามารถจัดทัวร์ในรูปแบบใดก็ได้แต่ต้องมีการเซ็นสัญญายินยอมจากนักท่องเที่ยวก่อนออกเดินทางก่อน ทั้งนี้ยังมีรายงานจากองค์กรการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน (ซีเอ็นทีเอ)ออกมาแล้วว่าสถิตินักท่องเที่ยวจีนเอาท์บาวด์ของปีที่ผ่านมาว่ายังมีจำนวนสูงถึง 97 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 14 ล้านคนเทียบกับปี 55 ขณะที่เมื่อราว10 ปีก่อน หรือในปี 47 ยังมีชาวจีนเดินทางออกเพียง 29 ล้านคนซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มการเติบโตที่ก้าวกระโดดมาก อย่างไรก็ตามในกรณีของธุรกิจทัวร์จีนในไทยยังต้องรอการเจรจาทำการตกลงกับคู่ค้าบริษัทนำเที่ยวในจีนที่ส่งออกลูกค้ามาให้ในรายละเอียดอีกครั้งซึ่งขณะนี้ยังชะลอการเจรจาหรือการเตรียมแผนการทำตลาดออกไปก่อนด้วย 2 เหตุผลหลักคือ  ให้รัฐบาลกำหนดมาตรการผ่อนปรนกฎหมายท่องเที่ยวมากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิด และ ขอให้การเมืองในประเทศเข้าสู่ภาวะสงบมากกว่านี้เพื่อไม่ให้การทุ่มงบประมาณทำการตลาดเป็นไปโดยเสียเปล่า เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนก็ยังมีความกังวลสถานการณ์ในไทยพอสมควร  สำหรับปัจจุบัน มีทัวร์จีนประมาณ50-60% จองโปรแกรมท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนปลายเดือนนี้เข้ามาแล้ว และทั้งหมดเป็นการเดินทางผ่านเที่ยวบินปกติขณะที่เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) ยังไม่กลับเข้ามานับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายปีที่แล้วนอกจากนี้ ยังต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงวันที่13-15 ม.ค. อย่างใกล้ชิดเพราะถ้าหากมีเหตุการณ์รุนแรงหรือยกระดับการเตือนภัยอาจจะมีการยกเลิกการจองเพิ่มเติมอีก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปี57 ทัวร์จีนออกนอกประเทศ 100 ล้านคน