เดือน: มกราคม 2014

  • ราคาทองคำ10ม.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขายบาทละ19,700บาท

    ราคาทองคำ10ม.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขายบาทละ19,700บาท

    วันที่ 10 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:12 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท

    ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ

    ราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขาย 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท เวลา 16:12 น.

    ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขาย 19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาท เวลา 15:33 น.

    ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขาย 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท เวลา 10:05 น.

    ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,650 บาท รับซื้อ 18,874.20 บาท ทองแท่งขาย 19,250 บาท รับซื้อ 19,150 บาท เวลา 09:27 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ10ม.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขายบาทละ19,700บาท

  • แจ้งเตือนแล้ว 45 ประเทศ เหตุการชุมนุมเข้มข้น เตือนระดับ 4 แล้ว 3ประเทศ ยูเออี คูเวต โอมาน รวมถึงสั่งห้ามข้าราชการออกนอกประเทศในช่วงนี้

    แจ้งเตือนแล้ว 45 ประเทศ เหตุการชุมนุมเข้มข้น เตือนระดับ 4 แล้ว 3ประเทศ ยูเออี คูเวต โอมาน รวมถึงสั่งห้ามข้าราชการออกนอกประเทศในช่วงนี้

    รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ขณะนี้มี 45ประเทศที่ออกประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย  เป็นประเทศที่แจ้งเตือนในระดับที่ 4 ซึ่งเป็นการเตือนที่ค่อนข้างเข้มข้นคือ ให้ทบทวนและพิจารณาการเดินทางมาประเทศไทยโดยเฉพาะการมากรุงเทพฯ 3 ประเทศได้แก่ โอมาน คูเวต และ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์(ยูเออี) อย่างไรก็ตาม สำหรับ 3ประเทศนี้ในปีที่ผ่านมาถือเป็นกลุ่มตลาดที่เดินทางมาประเทศไทยไม่มากนักโดยคูเวตเดินทางมาประมาณ120,000 คน พิ่มขึ้น 9.27% ยูเออีเดินทางมาประมาณ 122,312 คน เพิ่มขึ้น 7.72%ส่วนโอมานอยู่ในสัดส่วนที่น้อยมากจนไม่สามารถระบุจำนวนนักท่องเที่ยวได้    นางจุฑาพร เริงรณอาษารองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท.กล่าวว่าได้สั่งการให้ ททท.สำนักงานดูไบ ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชะลอกิจกรรมการเปิดตัวแท็กไลน์ตัวใหม่ของอะเมซิ่งไทยแลนด์อิทส์ บีกิน วิท เดอะพีเพิ้ล ออกไปก่อน จากเดิมมีกำหนดจัดในราววันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งจะมีการเชิญเอเยนต์ทัวร์ สื่อมวลชนเข้าร่วมในรูปแบบอีเวนท์และสัมมนา และจะรอให้สถานการณ์ในไทยหลังวันที่ 13 ม.ค.นี้มีความชัดเจนก่อนเพื่อไม่ให้การทุ่มงบประมาณจัดงานเป็นไปโดยเสียเปล่า   อย่างไรก็ตามสำหรับตลาดยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทยซึ่งยังไม่มีการยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมและแนวโน้มยังคงรักษาระดับนักท่องเที่ยวได้ ตราบใดที่การชุมนุมยังไม่ปรากฏภาพเหตุการณ์รุนแรงนั้นก็จะยังให้คงนำภาคเอกชน 117 รายเข้าร่วมกิจกรรมเทรดโชว์ใหญ่ประจำปี ไอทีบี 2014 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5-9 มี.ค.นี้ โดยจะถือโอกาสใช้แนวคิดหลักของพาวิลเลียนประเทศไทยว่าสวัสดีประเทศไทย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและจะถือโอกาสใช้เวทีนี้ตอบข้อซักถามด้านความเชื่อมั่นกับเอเยนต์ทัวร์ต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย   /////////////////  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจ้งเตือนแล้ว 45 ประเทศ เหตุการชุมนุมเข้มข้น เตือนระดับ 4 แล้ว 3ประเทศ ยูเออี คูเวต โอมาน รวมถึงสั่งห้ามข้าราชการออกนอกประเทศในช่วงนี้

  • หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจปีนี้พัง!

    หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจปีนี้พัง!

     นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะรองประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาคการเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ เปิดเผยในงานประชุม “ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังรัฐบาลใหม่และข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจปี 57 จากวิกฤตการเมืองในประเทศ ว่า ผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ได้ 4-5% ตามประเมินไว้ โดยสภาที่ปรึกษาฯ ตั้งสมมุติฐานว่า หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในปีนี้รวมทั้งเกิดเหตุการณ์พิเศษ เช่น ปฏิวัติ รัฐประหาร ก็อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2%เท่านั้น ทั้งนี้สภาที่ปรึกษาฯ ยังได้จัดทำข้อเสนอเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อที่จะมอบหมายให้กับพรรคการเมืองทุกพรรคที่เป็นรัฐบาลมีข้อมูลจัดทำนโยบายที่เหมาะสมภายหลังการเลือกตั้งโดยจะมอบให้ครบทุกพรรคให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ แบ่งเป็น ด้านนโยบายเศรษฐกิจ 8ข้อ คือ มาตรการเร่งด่วนสนับสนุนและแก้ปัญหาการส่งออก โดยจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศ ,การช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อย(เอสเอ็มอี) ,กู้ภาพลักษณ์ทางด้านท่องเที่ยว รวมทั้งเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ ,แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น,ทบทวนนโยบายการบิดเบือนราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ,ไม่นำนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำมาเป็นนโยบายประชานิยมของรัฐบาลเพราะกระทบต่อต้นทุนของภาคเอกชน และเร่งรัดการแก้ไขหนี้สินครัวเรือน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจปีนี้พัง!