นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการชุมนุมทางการเมือง ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศจะดำเนินการปิดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งอาจจะมีการตัดน้ำประปา และ ไฟฟ้า ในวันที่ 13 มกราคม 2557 เป็นต้นไปนั้น กสท ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการดำเนินกิจกรรมการชุมนุมดังกล่าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ จึงได้ดำเนินมาตรการป้องกัน เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ กสท ได้เพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัย ทั้งการเข้มงวดในการดำเนินการต่างๆ ซึ่งได้ยกระดับการดำเนินการเป็นระดับสูงสุด อาทิ การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมกว่า 450 นาย เพื่อดูแลในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่สำคัญ การเพิ่มความเข้มงวดในการเข้า–ออกพื้นที่ การเพิ่มระบบโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่ที่ใช้ให้บริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมการให้บริการ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มงวดและความถี่ในการดูแลระบบเครือข่ายโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้าสำรอง โดย กสท ได้มีการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถในการใช้งานระบบไฟฟ้าสำรอง อาทิ การเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงสำรองเพื่อจ่ายให้แก่ระบบไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า เพื่อให้พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้า และการเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงให้กับ กสท ทันทีที่มีการร้องขอ นายวิโรจน์ กล่าวว่า กสท ยังได้ปรับปรุงระบบเครือข่ายที่ใช้ให้บริการต่างๆ ทั้ง บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ MY บริการสื่อสารข้อมูล บริการอินเทอร์เน็ต รวมทั้งบริการถ่ายทอดผ่านระบบดาวเทียม ให้มีความสามารถในการโอนย้ายไปให้บริการผ่านเครือข่ายสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากมาตรการและการปรับปรุงต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น กสท มั่นใจว่าบริการทั้งหมดมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท เตรียมพร้อมรับมือม็อบวันชัตดาวน์ กทม.
เดือน: มกราคม 2014
-

กสท เตรียมพร้อมรับมือม็อบวันชัตดาวน์ กทม.
-

ธรรมศาสตร์ชี้การเมืองดึงเศรษฐกิจตกเหว
นายภาณุพงศ์ นิธิประภาคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดเผยว่า หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อหรือปิดกรุงเทพฯ นานกว่าที่คาดการณ์ไว้จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ปรับลดลงอย่างน้อย 1% เนื่องจากเหตุการณ์การเมืองจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคการบริโภคของประชาชนการลงทุนของต่างชาติ ขณะที่นโยบายการคลังยังไม่สามารถช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ไว้ซึ่งหากเกิดความรุนแรงทางการเมืองถึงขั้นรัฐประหาร เศรษฐกิจไทยจะตกอยู่ในภาวะซบเซา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 49 ที่ทำให้เกิดการชะงักงันในการลงทุนและทำให้ต่างชาติมองว่าไทยไม่มีประชาธิปไตย ติดอยู่กับความคิดเดิมๆที่ให้ทหารมาช่วยแก้ปัญหาการเมือง ทั้งที่เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ “วอนขอให้ทุกภาคส่วนเคารพในกติกาและกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นบรรทัดฐานทางสัมคมที่จะบั่นทอนคุณภาพและประสิทธิภาพ การจัดการของภาครัฐ เพราะจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาระเบียบกติกาทางสังคม และการปกครองลักษณะนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมถอยของระดับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธรรมศาสตร์ชี้การเมืองดึงเศรษฐกิจตกเหว -

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 10 มกราคม 2557 ปิดลบ 15.45 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (10ม.ค.) ดัชนีเปิดตลาดดัชนีปรับลดลง หลังดัชนีขยับขึ้นต่อเนื่องมาพอควรในช่วงหลายวันที่ผ่านมาทำให้เริ่มมีแรงขายออกมากดดันอีกครั้งประกอบกับเริ่มเข้าใกล้วันที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะปิดถนนแยกต่างๆตามมาตรการปิดกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.นี้เป็นต้นไปเพื่อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจึงเริ่มมีแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงออกมาเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนวิตกว่าอาจจะเกิดการเผชิญหน้าและนำไปสู่ความรุนแรงได้ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,242.81 จุด ลดลง 15.45 จุด หรือ 1.23%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,419.32 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 10 มกราคม 2557 ปิดลบ 15.45 จุด