น.ส.จุฬารัตน์สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยอดหนี้สาธารณะคงค้างณ สิ้นเดือน ต.ค.56 อยู่ที่ 5.373ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 45.28% ของจีดีพี ปรับตัวลดลงสุทธิ 56,741.37ล้านบาท จากเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินบาทปรับตัวลดลง รวมทั้ง การเบิกจ่ายและชำระคืนหนี้สกุลเงินต่างๆที่ช่วยให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น แบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล 3.769 ล้านล้านบาท, หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.087 ล้านล้านบาทหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 516,731.01 ล้านบาทและหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 834.69 ล้านบาท “หากเปรียบเทียบกับเดือนก.ย.ที่ผ่านมา หนี้สาธารณะได้ปรับตัวลดลงสุทธิ 56,741.37 ล้านบาทแบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล ลดลง 5,577.20 ล้านบาท, หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ลดลง 25,963.17 ล้านบาท และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน ลดลง 25,201 ล้านบาท ขณะที่ หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯนั้นไม่มีหนี้คงค้าง” อย่างไรก็ตาม สัดส่วนหนี้คงค้างต่อจีดีพีณ สิ้นเดือนก.ย.56 ที่ผ่านมาได้ปรับเพิ่มจากที่รายงาน จากเดิม 45.49% เป็น 45.86% เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้ประกาศจีดีพี ของทั้ง 3ไตรมาส ปี 56 ที่ทำให้ตัวเลขจีดีพีของปีงบประมาณ 56 เท่ากับ 11.840 ล้านล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขประมาณการจีดีพี ที่ สบน. คำนวณไว้ที่ 11.938 ล้านล้านบาทจึงทำให้สัดส่วนหนี้คงค้างต่อจีดีพีของเดือนก.ย.56 ต้องมีการปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องความเป็นจริงมากขึ้นส่งผลให้ประมาณการจีดีพี ณ สิ้นเดือนต.ค.เท่ากับ11.867 ล้านล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนี้สาธารณะคงค้าง ต.ค.ปรับตัวลดลง
เดือน: มกราคม 2014
-

หนี้สาธารณะคงค้าง ต.ค.ปรับตัวลดลง
-

“เรเซอร์” ขยายตลาดออกหูฟังจับกลุ่มคนรักความบันเทิง
วันนี้( 9ม.ค.) นายเจเรียล หว่อง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เรเซอร์(เอเชีย แปซิฟิค) จำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ในการเล่นเกม เปิดเผยว่าบริษัทได้เปิดตัวหูฟังใหม่ในตระกูลอะดาโร่(Adaro)โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น คือ หูฟังเน้นเสียงเบสที่หนักแน่น(Razer Adaro In-Earanalog) หูฟังสเตอริโออนาล็อค (Razer Adaro Stereo analog) หูฟังบูทูธ (Razer Adaro Wireless) และหูฟังสไตล์ดีเจ (Razer Adaro DJ analog) โดยจำกลุ่มเป้าหมายคนที่มีไลฟ์สไตส์ชอบการเคลื่อนที่เดินทางและต้องการความบันเทิง “เรเซอร์ได้ออกผลิตภัณฑ์หูฟังรุ่นใหม่ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่เกมเมอร์แต่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบการเดินทางพร้อมความบันเทิงชอบทำกิจกรรมนอกบ้าน เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น และในปัจจุบันกลุ่มคนเล่นเกมก็ไม่ได้เล่นเกมเพียงอย่างเดียวแต่มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปชอบดินทางและทำกิจกรรมนอกบ้านมากขี้นเช่นกัน” นายเจเรียล หว่อง กล่าวต่อว่า บริษัทเชื่อว่าผลิตภัณฑ์หูฟังใหม่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทยหลังจากที่ผ่านมาสินค้าอื่นๆได้รับการตอบรับที่ดีมากทั้งคีย์บอร์ด เม้าท์ ฯลฯ โดยจะเริ่มปรีออเดอร์ ในเดือน ม.ค.นี้และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ก.พ. นี้ โดยจะมีบริษัท แอสเซนติ(Ascenti) เป็นผู้แทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทย โดยหูฟังเน้นเสียงเบสที่หนักแน่นราคา 3,290 บาท หูฟังสเตอริโออนาล็อค ราคา 3,790 บาท หูฟังบูทูธราคา 5,790 บาท และ หูฟังสไตล์ดีเจ ราคา 7,690 บาท ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะใช้งบประมาณในการทำตลาดมากกว่าปีที่ผ่านมาและจะมีสินค้าใหม่ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่นเกมและความบันเทิงเข้ามาทำตลาดในไทยในปีนี้อีกไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น อาทิ สายรัดข้อมือที่อัจฉริยะนาบูซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเน้นการทำประชาสัมพันธ์ผ่านนิตยสารที่เกี่ยวกับเกม และไลฟ์สไตล์ รวมถึงโซเซียล เน็ตเวิร์ค ที่คนไทยนิยมกันมากอย่างไรก็ตามสำหรับหูฟังใหม่ในตระกูลอะดาโร่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจะมีการนำไปแสดงในงาน MOL Let’s Play ซึ่งเป็นงานเกมที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ม.ค.57 นี้ที่ศูนย์การประชุมไบเทคด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เรเซอร์” ขยายตลาดออกหูฟังจับกลุ่มคนรักความบันเทิง -

เอไอเอส เตรียมพร้อมเครือข่ายรับวันชัตดาวน์ กทม.
วันนี้ (9 ม.ค) นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ อาวุโส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าววว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นช่วงนี้ รวมถึงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 ม.ค.นี้ บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเครือข่ายและงานบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดของแผนงาน Business Continuity Plan ไว้ใน 3 ด้าน คือ 1.ด้านเครือข่ายและงานบริการทีมวิศวกรประจำการตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถทำงานในลักษณะของการเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Access) ได้จากทุกสถานที่ นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมงานบริการลูกค้า ในส่วนของ เอไอเอส ชอป และช่องทางอื่นๆ จะพยายามเปิดตามปกติให้ได้มากที่สุด หากพื้นที่นั้นมิได้รับผลกระทบจากการชุมนุม อย่างไรก็ตาม งานบริการในส่วนของ เอไอเอส คอล เซ็นเตอร์ และช่องทางให้บริการทางออนไลน์ ก็พร้อมที่จะให้บริการได้เทียบเท่ากับงานบริการลูกค้าปกติ ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดิม 2.ด้านพนักงาน โดยพนักงานในส่วนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้บริการลูกค้า ณ ช่องทางบริการต่างๆที่ได้รับผลกระทบ จะมีการจัดเตรียมกำลังไม่น้อยกว่า 60% (ทั้งนี้ในกรณีที่พนักงานเดินทางมาปฏิบัติงานไม่สะดวก) พนักงาน Back Office ให้พิจารณาเส้นทางการเดินทาง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และให้เตรียมพร้อมการทำงานในลักษณะของการเชื่อมต่อระยะไกล (Remote access) และ 3.ด้านอาคารสถานที่ โดยเตรียมพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำการ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยของอาคาร สถานที่และชุมสายฯ สถานีฐาน ด้วยเทคโนโลยี Access Control “บริษัทฯ จะมีการสื่อสารกับลูกค้าและพนักงานตลอดเวลาผ่านทุกช่องทาง เพื่อติดตาม สถานการณ์ ทั้งช่องทางการให้บริการ, การจราจรและเวลาทำงาน รวมถึงแนะนำแนวทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยเป็นสำคัญ” นางวิไล กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอส เตรียมพร้อมเครือข่ายรับวันชัตดาวน์ กทม.