เดือน: มกราคม 2014

  • บินไทยปฎิเสธไล่ประธานสหภาพออก

    บินไทยปฎิเสธไล่ประธานสหภาพออก

    นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการพาณิชย์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขอปฏิเสธข่าวกรณีคณะกรรมการบริหารบริษัท มีมติให้ นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยพ้นจากพนักงานฝ่ายช่างของการบินไทย ไม่ได้เป็นความจริง เพราะในการประชุมเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีการพิจารณาเรื่องปลดพนักงาน แต่มีการเสนอผลสอบข้อเท็จจริงการชุมนุมประท้วงเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนช่วงเดือน ม.ค.56 ที่ผ่านมาว่า โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป   “เรื่องการไล่พนักงานออกนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการกระทำความผิดและมีขั้นตอนการสอบสวนต่างๆอีกด้วย กรณีนี้ไม่น่าจะถึงขั้นให้ออก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีข่าวออกมาเช่นนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ส่วนของสหภาพฯการบินไทยชุมนุมประท้วงขับไล่นายอำพน กิตติอำพน พ้นจากประธานบอร์ดการบินไทย ว่าไม่เป็นปัญหาเพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของพนักงาน แต่เท่าที่ประเมินวันที่ 9 ม.ค. มีพนักงานที่แต่งชุดดำไม่ถึง 5% เท่านั้น”   นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย(สร.กบท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากคณะกรรมการบริหารที่มีมติให้ตนออกจากการเป็นพนักงานการบินไทย ซึ่งตามกระบวนการหากจะให้พนักงานออก จะต้องเรียกไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงก่อนจึงจะสรุปเหตุผลได้ แต่หากดำเนินการโดยไม่เป็นธรรมจะต้องฟ้องศาลแรงงานต่อไป     นอกจากนี้ในวันที่ 10 ม.ค. จะมีการประชุมสหภาพฯการบินไทย เพื่อสรุปมติของสหภาพฯที่เรียกร้องให้พนักงานการบินไทย แต่งกายชุดดำต่อเนื่องจนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัว ประธานบอร์ด และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และอาจมีการยกระดับการประท้วงเพิ่มขึ้นหากการแต่งชุดดำไม่เห็นผล   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ได้มีกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การบินไทย นำโดยนายดำรงค์  ประธานสหภาพฯ การบินไทย  และพนักงานกว่า 40 คนได้แต่งกายชุดดำ รวมตัวกันบริเวณชั้น 2 ของอาคาร 1 สำนักงานใหญ่ เพื่อแสดงพลังกดดันให้ นายอำพน กิตติอำพน ประธานบอร์ด การบินไทย และนายโชคชัย รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 2 คน บริหารงานผิดพลาดจนการบินไทยขาดทุนนอกจากนี้ ยังได้ออกแถลงการณ์เชิญชวนพนักงานการบินไทย ไปร่วมชุมนุมปิดกรุงเทพ ในวันที 13 ม.ค.นี้ และมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อเคลื่อนขบวนสมทบกับมวลมหาประชาชน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยปฎิเสธไล่ประธานสหภาพออก

  • คงบัญชีสินค้าควบคุม 43 รายการ

    คงบัญชีสินค้าควบคุม 43 รายการ

    นายนิวัฒน์ธำรงบุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติให้คงบัญชีสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 57 ไว้จำนวน 43รายการเช่นเดิม แต่เป็นการคงไว้ชั่วคราว และเมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ให้กรมการค้าภายในนำเสนอให้พิจารณาปรับปรุงทบทวนบัญชีใหม่เพราะไม่ต้องการพิจารณาทบทวนในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ                 ทั้งนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในไปทำการศึกษาและพิจารณาว่าเห็นควรที่จะถอดหรือนำสินค้าและบริการรายการใดเข้าสู่บัญชีควบคุมแล้วซึ่งขณะนี้ได้มีการศึกษาในเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีการพิจารณากัน                 สำหรับสินค้าและบริการควบคุมปี 57 ที่จะใช้ชั่วคราวทั้ง43 รายการ  เช่น กระเทียม ข้าวเปลือกข้าวสาร  ข้าวโพด มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์   ไข่ไก่   สุกร เนื้อสุกร   น้ำตาลทราย   น้ำมัน และไขมันที่ได้จากพืชหรือสัตว์ทั้งที่บริโภคได้หรือไม่ได้  ครีมเทียมข้นหวานนมข้น นมคืนรูป นมแปลงไขมัน   นมผง นมสด   แป้งสาลี   อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท  อาหารกึ่งสำเร็จรูปบรรจุภาชนะผนึก   ผลปาล์มน้ำมัน ผงซักฟอก   ผ้าอนามัย  กระดาษชำระกระดาษเช็ดหน้า   ปุ๋ย  ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช เป็นต้น                          นายนิวัฒน์ธำรง  กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าในปี 57 พบว่าราคายังเป็นปกติ ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 56ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลดูแลภาวะราคาสินค้าได้เป็นอย่างดี โดยสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับ2.18% เป็นอัตราที่ดีเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนแต่ก็มีบางช่วงที่ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีการเดินทางมาก และมีการจับจ่ายใช้สอยมาก รวมทั้งในช่วงตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องอาจมีราคาขยับขึ้น แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ                 “ส่วนการติดตามภาวะราคาสินค้าจากปัญหาเงินบาทอ่อนค่าที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในไปทำการศึกษาถึงผลกระทบต่อราคาสินค้าว่ามีรายการใดบ้างซึ่งแนวทางในการดูแล หากมีผลกระทบต่อต้นทุนจริง ก็เป็นไปตามกลไกตลาด”                 นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า กรมฯ ได้มีการติดตามรายการสินค้าที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าอย่างต่อเนื่องเพราะเงินบาทได้อ่อนค่ามาโดยตลอด เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีผู้ผลิตรายใดยื่นขอปรับราคาเข้ามาเนื่องจากยังมีสต็อกที่เป็นต้นทุนเก่าอยู่ แต่หากในระยะต่อไป มีการยื่นขอปรับราคาก็จะพิจารณาตามความสมเหตุสมผล หรือหากยังบริหารจัดการต้นทุนได้ก็จะขอความร่วมมือให้ยังคงราคาขายเดิมไปก่อน เพราะปัญหาเงินบาทคงจะเป็นช่วงสั้นๆ              

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คงบัญชีสินค้าควบคุม 43 รายการ

  • กรมเจ้าท่ากางแผนปี 57

    กรมเจ้าท่ากางแผนปี 57

    นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงแผนดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 57 ว่า กรมฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงคมนาคมรวม 4,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน5.9%  โดยมีแผนสำคัญ คือ โครงการเสริมทรายชายหาดพัทยา วงเงิน 430 ล้านบาท  เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและเพิ่มพื้นที่หาดพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย โดยจะเสริมทรายตามแนวชายหาดระยะทาง 3 กม.เริ่มตั้งแต่ชายหาดด้านเหนือไปจนถึงแหลมบาลีฮาย  โดยมีระยะทางห่างจากฝั่ง30 เมตร   นอกจากนี้ยังมีโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช  470 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 57-59 รวมระยะทาง 7 กม. รวมทั้งเตรียมศึกษาโครงการป้องกันการกัดเซาะบริเวณแหลมตะลุมพุกเพิ่มเติมด้วย ขณะเดียวกันยังมีแผนดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออีกหลายโครงการ  เช่น โครงการก่อสร้างท่าเรือบ้านนาเกลือ จ.ตรัง ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จ.ตราด   โครงการปรับปรุงเขื่อนกันคลื่นร่องน้ำสงขลา จ.สงขลา   นายศรศักดิ์กล่าวถึงผลกระทบโครงการก่อสร้างที่บรรจุอยู่ในพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า จะไม่ส่งผลกระทบ และกรมยืนยันเดินหน้าโครงการต่อไปในปี 57 ทั้งสิ้น 4 โครงการ ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล  , ท่าเรือชุมพร, ท่าเรือสงขลา2 และท่าเรืออ่างทอง โดยจะเสนอให้กระทรวงพิจารณาหาแหล่งเงินกู้จากส่วนอื่นมาดำเนินโครงการแทนการกู้ตามพ.ร.บ. 2 ล้านล้าน เนื่องจากรัฐบาลยังมีหนี้สาธารณะอยู่ในเกณฑ์ที่จะสามารถกู้เงินเพิ่มเติมได้   “แต่ยอมรับว่าโครงการอาจล่าช้าจากเดิม เนื่องจากต้องพิจารณาอนุมัติเงินกู้เป็นรายโครงการ ไม่ได้รวมเป็นแพ็คเก็จเหมือนเดิม แต่ก็จำเป็นต้องทำโดยจะทำไปพร้อมๆกันทั้ง4 โครงการ เนื่องจากกรมมีเป้าหมาย ที่จะเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางน้ำให้เพิ่มขึ้นเป็น 19% ในปี  63 จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 15% ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการขนส่งไทย”   นอกจากนี้ กรมยังมีนโยบายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางน้ำ โดยในปีนี้จะนำรูปมาตรการความปลอดภัย พัทยาโมเดลไปบังคับใช้กับจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีก 9 แห่ง คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี  และกระบี่  เพื่อให้แต่ละพื้นที่ต้องจัดโซนนิ่งการเดินเรือท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำ และพื้นที่เล่นเครื่องเล่นทางน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับนักท่องเที่ยวอีก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมเจ้าท่ากางแผนปี 57