เดือน: มกราคม 2014

  • 5 แนวโน้มกับการปฎิรูปเทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิก

    5 แนวโน้มกับการปฎิรูปเทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิก

     ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ เผยแนวโน้มด้านไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2557  “เอเดรียน เดอ ลูกา” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (ซีทีโอ) บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ เอเชียแปซิฟิก ระบุถึง 5 แนวโน้มด้านไอทีที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้ในปี 2557 และจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กรต่างๆ โดย เดอ ลูกา คาดการณ์ถึงแนวโน้มแรกว่า การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ  บิ๊กดาต้า (Big Data)จะก้าวไปไกลกว่าการพิสูจน์แนวคิดและเข้าสู่การใช้งานจริงในตลาด  โดยองค์กรจะต้องหาวิธีที่จะช่วยเผยให้เห็นมูลค่าของข้อมูลที่ตนมีอยู่ ตลอดจนปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานในลักษณะปรับขยายได้เพื่อแยกผลลัพธ์ที่มีความสำคัญออกจากข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจากการสำรวจเกี่ยวกับข้อมูลขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Economist Intelligence Unit (EIU) พบว่าองค์กรมากกว่า 70% ในภูมิภาคนี้เชื่อว่าการนำข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผลักดันให้เกิดความสามารถในการทำกำไร และช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมได้  อย่างไรก็ตาม องค์กรจำนวนมากพบว่าระบบข้อมูลที่ตนมีอยู่เป็นอุปสรรคในการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ เนื่อง จากข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและถูกจัดการแยกส่วนกัน          ส่วนแนวโน้มต่อมาคือ เมื่อโมเดลของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud-Broker Model)เริ่มได้รับความนิยมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์กรจะปฏิรูปฝ่ายไอทีของตนจากผู้ใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผู้สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจโดยเมื่อถึงเวลาฟื้นฟูเทคโนโลยี พวกเขาจะให้ความสำคัญกับแอพพลิเคชั่นและผลลัพธ์ทางธุรกิจมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน  โดยองค์กรจะเริ่มหันไปหาผู้ผสานรวมระบบ ฝ่ายไอทีภายในองค์กร หรือผู้ให้บริการภายนอกที่มีบทบาทเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์ แนวโน้มที่สาม ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุด ไม่เพียงแต่ข้อมูลในมือถือที่ถูกส่งไปมาระหว่างอุปกรณ์กับระบบคลาวด์เท่านั้น  แต่ยังรวมถึงข้อมูลที่อยู่ในพื้นที่จัดเก็บด้วย สำหรับแนวโน้มที่สี่ คือ พบว่า มีการขยายตัวอย่างมหาศาลของข้อมูลที่ไม่มีโครง สร้างจากการสื่อสารผ่านระบบไร้สายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งการเปิดตัวเทคโนโลยีมือถือ 4จี และราคาสมาร์ทโฟนที่สามารถซื้อมาใช้งานได้ไม่ยาก มีผลอย่างมากต่อการขยายตัวของข้อมูลไร้สายในภูมิภาคนี้ และเพื่อจัดการกับเนื้อหาดิจิทัลจำนวนมากของผู้ใช้ ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมจึงต้องพัฒนาโครงสร้างด้านไอทีให้น่าเชื่อถือ มีประสิทธิ ภาพสูง และสามารถปรับขยายได้ ด้วยการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช โดยผสานรวมเข้ากับเครือข่ายขนาดใหญ่อันชาญฉลาด เพื่อสนองความต้องการใช้แบนด์วิธในระดับสูง และแนวโน้มสุดท้าย คือการแข่งขันระหว่างประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อต้อง การก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งเอเชียจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นในปี 2557  โดยบรรดาผู้ให้บริการจะเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงและทันสมัยเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับบริการของตน “ข้อมูลขนาดใหญ่, ระบบคลาวด์ และการเข้ารหัสลับข้อมูล เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มด้านไอทีที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีลักษณะทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เราเชื่อว่าแนวโน้มเทคโนโลยีที่กำลังแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นเหล่านี้จะเปลี่ยนมุมมองและบทบาทด้านไอทีและระบบจัดเก็บข้อมูลของภูมิภาคนี้ในปี 2557” เดอ ลูกา กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 5 แนวโน้มกับการปฎิรูปเทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิก

  • จับตาเอ็นพีแอลยอดรูดปื๊ดพุ่ง

    จับตาเอ็นพีแอลยอดรูดปื๊ดพุ่ง

    นายชาติชาย  พยุหนาวีชัย   รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  เปิดเผยถึง กรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)มีความเป็นห่วงว่าถ้าการเมืองยืดเยื้อจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศซบเซา และอาจมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ว่า  ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในช่วงนี้ยังไม่กังวลมากนักเนื่องจากเอ็นพีแอลปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.1-0.2% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่รับความเสี่ยงได้แต่ต้องติดตามสถานการณืใกล้ชิดว่าปัญหาการเมืองจะออกมาในรูปแบบใด   ส่วนหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารเฉพลี่ยอยู่ที่1% ขณะที่ตลาดรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 2% นอกจากนี้สินเชื่อบัตรเครดิตโดยรวมอยู่ที่270,000-280,000ล้านบาท ถือว่ามีสัดส่วนเพียง 2-3% หากเทียบกับสินเชื่อทั้งระบบที่มีอยู่ประมาณ11-12 ล้านล้านบาท   นายปิยศักดิ์เตชะเสน  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด หรือเคทีซี กล่าวว่า  บริษัทมีความระมัดระวังหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลอยู่แล้วซึ่งตัวเลขหนี้เสียอยู่ภาวะทรงตัว โดยไตรมาส3/56 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.3%แต่ปีนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเท่าไหร่ เพราะอยู่ระหว่างการจัดทำแผนงาน     สำหรับยอใดช้จ่ายบัตรเครดิตในช่วงไตรมาส1/57คาดว่าจะชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคเกิดความกังวลสถานการณ์ด้านการเมืองมีผลทำให้ยอดการใช้จ่ายลดลงเพราะในเดือนธ.ค. 56 ที่ผ่านมาปกติการใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้น  เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลปีใหม่แต่กลับน้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้และถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน   ดังนั้นต้องรอดูตัวเลขในช่วงตรุษจีนนี้อีกครั้งว่าจะลดลงหรือไม่   “ในช่วงที่กำลังซื้อลดบริษัทได้จัดทำแคมเปญอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค  ซึ่งจะมีแคมเปญใหม่ออกมาสม่ำเสมอส่วนกลุ่มเป้าหมายของบริษัทยังเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบนเนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ามีปริมาณมากกว่ากลุ่มระดับล่างและความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ดี โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่ที่ 1.5 ล้านรายและปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 15-20%”    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาเอ็นพีแอลยอดรูดปื๊ดพุ่ง

  • สลากฯลุยเพิ่มโควตาคนพิการ

    สลากฯลุยเพิ่มโควตาคนพิการ

    พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯได้ปิดรับลงทะเบียนการจัดสรรสลากให้คนพิการที่ต้องการจะรับสลากไปจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นมีผู้สมัครผ่านทางเว็ปไซต์สำนักงานสลากฯ 100,000 ราย ซึ่งหลังจากนี้ จะตรวจสอบคุณสมบัติกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ของผู้สมัครอีกครั้ง ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ พิจารณาการพิมพ์สลาก และจัดสรรสลากฯ ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้“ที่ผ่านมา มีกลุ่มอาชีพค้าสลากจำนวนมาก อ้างว่าได้รับความเดือดร้อน เพราะได้รับสลากไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย ทำให้สำนักงานสลากฯ ต้องเปิดให้คนพิการลงทะเบียน เข้ารับการจัดสรรสลากเพิ่มเติม ซึ่งต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นคนพิการที่ขึ้นทะเบียนกับพม. มีเอกสารรองรับจากหน่วยงานราชการ อายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี ประกอบอาชีพค้าสลากได้ด้วยตนเอง และต้องไม่มีโควตาสลากกับสำนักงานสลากฯหรือมีโควตาสลากอยู่แล้ว แต่ได้รับไม่ถึง 6 เล่ม”ทั้งนี้ เชื่อว่าการดำเนินนโยบายเพิ่มโควตาสลากครั้งนี้ จะช่วยลดปัญหาให้ผู้พิการที่ยังไม่ได้รับโควตาในการจำหน่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งอาจช่วยลดปัญหาขายสลากเกินราคาให้ลดลงบ้าง เนื่องจากมีผู้จำหน่ายและสลากที่มีมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าผู้สมัครมีจำนวนมาก ซึ่งสัดส่วนที่จะพิมพ์สลากเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องรอให้ขั้นตอนของการตรวจสอบครบถ้วนก่อน ถึงจะคำนวณสลากฯ เนื่องจากต้องคำนึง ไม่ให้กระทบตลาดที่มีอยู่ปัจจุบันด้วย ขณะที่การจัดสรรโตวตานั้น คาดว่าจะให้หน่วยงานที่มีความเหมาะสมเข้ามาช่วยดำเนินการ รวมทั้งเชิญ ผู้สื่อข่าว และผู้แทนจากสมาคมต่างๆ เข้าร่วมในการจัดสรรอีกด้วยพร้อมกันนี้ได้กันขอให้ผู้พิการ ติดตามขั้นตอนการดำเนินงานอื่น ที่เกี่ยวข้องผ่านการประกาศจากสำนักงานสลากฯ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือความสับสน โดยสอบถามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารและเรื่องร้องทุกข์ โทร.0-2345-1466ในวันเวลาราชการตั้งแต่เวลา 07.30-15.30 น. เป็นต้นไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สลากฯลุยเพิ่มโควตาคนพิการ