วันนี้ (6 ม.ค.) นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าดีแทคในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์และกรณีฉุกเฉินจึงได้จัดทีมงานพิเศษดูแลเครือข่ายเพื่อประเมินเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด24ชั่วโมงทุกอย่างดำเนินไปตามแผนและมาตรการรองรับทั้งพื้นที่การใช้งานหนาแน่นไม่เพียงแค่ในกรุงเทพแต่ยังรวมถึงตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ที่อาจจะได้รับประสบภัยจากธรรมชาติเพื่อให้ลูกค้าดีแทคในทุกพื้นที่ได้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างปกติตลอดเวลา “ดีแทคได้เพิ่มแผนรองรับการใช้งานในช่วงนี้เป็นพิเศษด้วยการมอนิเตอร์การใช้งานพร้อมปรับพารามิเตอร์ให้เสาส่งสัญญาณรองรับพื้นที่สอดคล้องพฤติกรรมการใช้งานโทรเข้า-ออกหรือใช้งานดาต้าให้ดีที่สุดและด้วยดีแทค ไตรเน็ตมีจุดแข็งด้วย 3 คลื่นความถี่ คือ 850 เมกกะเฮิร์ทซ ,1800 เมกกะเฮิร์ทซ และ 2100 เมกกะเฮิร์ทซ จึงคล่องตัวในการกระจายรองรับการใช้งานบนแบนด์วิธที่มากกว่าทั้งนี้จากประสบการณ์การรองรับพื้นที่จัดงานหนาแน่นช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาถือว่าทีมงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีตามมาตรการต่างๆ ที่ออกมารองรับและยังทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้งาน”นายปัญญากล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค” ยันเครือข่ายพร้อมรับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน
เดือน: มกราคม 2014
-

“ดีแทค” ยันเครือข่ายพร้อมรับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน
-

กสท.รับรองผลประมูลทีวีดิจิทัล ลั่น!เริ่มดูได้ เม.ย.นี้
วันนี้( 6ม.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นทีศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่าที่ประชุม กสท.มีมติรับรองผลการประมูลทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจจำนวน 24ช่องซึ่งได้จัดการประมูลไปเมื่อวันที่26-27ธ.ค.56 ที่ผ่านมาโดยมอบหมายให้สำนักงานกสทช.ส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการในขณะเดียวกันจะนำรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดประกาศผ่านเว็บไซต์สำนักงานกสทช.(www.nbtc.go.th)เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ ทั้งนี้กสท.ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการโครงข่าย4รายประกอบด้วยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก,บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน),กรมประชาสัมพันธ์และ ไทยพีบีเอสว่าจะเปิดให้บริการทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินนำร่อง11จังหวัดได้แก่ วันที่ 1เม.ย.57 ครอบคลุม4จังหวัดคือ กรุงเทพฯ นครราชสีมาเชียงใหม่ และสงขลา วันที่1พ.ค.57 ครอบคลุมเพิ่ม3จังหวัดคือ อุบลราชธานี สุราษฎร์และระยอง วันที่ 1มิ.ย.57 เพิ่มอีก4จังหวัดคือ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่นและอุดรธานี ซึ่งจะครอบคลุมจำนวนประชากร50%หรือประมาณ10ล้านครัวเรือนจากจำนวนประชากร 22ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ “การรับชมทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน24ช่องผ่านเสาอากาศแบบหนวดกุ้งและก้างปลาจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ในขณะเดียวกันหากช่องใดมีความพร้อมออกอากาศตั้งแต่เดือนก.พ.สามารถทำได้แต่เป็นการรับชมผ่านทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปหรือ มัสต์ แครี่ ที่กสท.กำหนดให้ฟรีทีวีต้องเข้าถึงทุกแพลมฟอร์ม”พ.อ.ดร.นทีกล่าว พ.อ.ดร.นทีกล่าวต่อว่าสำหรับการสนับสนุนคูปองส่วนลดกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลหรือเซต ทอป บ็อกซ์สำหรับใช้กับทีวีรุ่นเก่าเบื้องต้นได้กำหนดราคาไว้ที่690บาทซึ่งคำนวนจากราคาเริ่มต้นการประมูล24ช่องหารจำนวนประชากรครัวเรือนทั่วประเทศ22ล้านครัวเรือนแต่ราคาอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หลังจากราคาประมูลที่ได้สูงกว่าราคาเริ่มต้นมากซึ่งต้องมีการพิจารณาอีกครั้งสำหรับประชาชนที่จะรับชมทีวีดิจิทัลสามารถหาซื้อทีวีและเซตทอป บ็อกซ์ได้แล้วเนื่องจากปัจจุบันมีเซตทอป บ็อกซ์ ที่ได้รับใบอนุญาตรวม19 รุ่นและทีวีดิจิทัลที่มีจูนเนอร์แบบบิวต์-อินในตัวเครื่องระบบดีวีบี ที 2ได้รับใบอนุญาตแล้วรวม80รุ่นโดยขอให้สังเกตสัญญาลักษณ์โลโก้น้องดูดี ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ผ่านการรับรองจากกสท.สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ อย่างไรก็ตามการออกอากาศทีวีอะนาล็อกจะคู่ขนานไปกับระบบดิจิทัลไปอีกระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ประชาชนผู้รับชมได้รับบริการเหมือนเดิมและไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆโดยให้มีเนื้อหาและผังรายรายการเดิมทุกประการไว้จากนั้นในปี2558จะพิจารณายุติการออกอากาศในระบบอนาล็อกซึ่ง ช่อง5ช่อง7ช่อง11 อสมทและไทยพีบีเอสจะต้องส่งแผนการยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อคให้กสท.ไม่เกินก.ค.2557นอกจากนี้จะเชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล24ช่องมาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงทีวีดิจิทัลอีกทางหนึ่งด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.รับรองผลประมูลทีวีดิจิทัล ลั่น!เริ่มดูได้ เม.ย.นี้ -

เลื่อนขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับขึ้นการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง ตามแผนเดิม จะต้องเริ่มปรับราคาขึ้นในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับราคาแอลพีจี ภาคครัวเรือนที่เริ่มทยอยปรับราคาไปตั้งแต่เดือน ก.ย ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่อีกครั้ง และหากไม่สามารถเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ หรือจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ทัน คงจะไม่มีการปรับราคา ต้องขายในราคาเท่าเดิมต่อไปสำหรับความคืบหน้าในการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติเยตากุน ในพม่า ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 56 ที่ผ่านมา ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 62% หรือเร็วกว่าแผนที่ประเมินไว้ 10% คาดว่า พม่าจะสามารถจ่ายก๊าซให้ไทยได้เร็วขึ้น 2 วัน เป็นวันที่ 12 ม.ค. จากแผนเดิมที่จะกลับมาเริ่มจ่ายในวันที่ 14 ม.ค. ซึ่งจากการปิดซ่อมบำรุง ไทยได้มีการใช้น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าไปแล้วรวม 10.3 ล้านลิตร น้อยกว่าแผนที่ตั้งไว้ที่ 11.3 ล้านลิตร ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล ยังไม่มีการใช้ จากแผนที่ต้องใช้ 10.7 ล้านลิตร “ได้ให้นโยบายไปว่าจากนี้แผนรับมือการปิดซ่อมแหล่งก๊าซ จากเดิมที่จะพิจารณาเป็นรายครั้ง จะเพิ่มเป็นพิจารณารวมทีเดียวเป็นรายปี ยกตัวอย่างเช่นปีนี้ ก็จะทำแผนรับมือทีเดียว เพราะมีการปิดซ่อมแหล่งก๊าซถึง 3 ครั้ง และต่อไปก็จะต้องมีการทำแผนเป็นราย 3 ปี เพื่อไม่ให้มีการปิดซ่อมเอาเปรียบกับ เพราะตามปกติแหล่งก๊าซจะต้องมีการหยุดซ่อมทุกปีอยู่แล้ว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลื่อนขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง