เดือน: มกราคม 2014

  • ห้างฯสต๊อกสินค้าป้องกันขาดแคลน

    ห้างฯสต๊อกสินค้าป้องกันขาดแคลน

     ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าขณะนี้ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และค้าส่งรายใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯได้เพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าสต็อกไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย1-2 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลนจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะกรณีผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. 57  ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขหรือ กปปส.เพราะหากเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงห้างฯสามารถนำสินค้ามาจำหน่ายแก่ประชาชนได้ทันที                นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงปิดกรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค. 57 ห้างแม็คโครจะเปิดให้บริการจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนตามปกติ โดยมีการสต๊อกสินค้าล่วงหน้าไว้แล้ว 30 วัน  พร้อมทั้งได้เตรียมแผนสำรองในการเก็บสต็อกสินค้าและเชื่อมโยงกับบริษัทขนส่งสินให้เข้มข้นมากขึ้นซึ่งเป็นแผนการเดียวกับที่ใช้ในการบริหารสต็อกสินค้าช่วงน้ำท่วมใหญ่ จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาขาดแคลนสินค้า และราคาสินค้าจะเป็นไปตามกลไกตลาด                  สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าในปัจจุบันภาพรวมยังปกติ แต่มีสินค้าบางรายการที่ปรับราคาสูงขึ้น เช่น เนื้อหมูที่มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น เพราะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนส่วนผักสดราคาขึ้นลงตามสภาพอากาศ และความต้องการของผู้บริโภคขณะที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จ ปรับราคาเพิ่มขึ้น 5 บาทต่อจาน ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา                 นายยรรยง พวงราช  รมช. พาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าณ ตลาดบางขุนศรี และห้างแมคโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย ว่า  ในวันที่ 7 ม.ค. 57 กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ขนส่งสินค้า ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกและผู้ประกอบการตลาดสด มาหารือร่วมกันวางแผนรับมือและบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนในด้านสินค้าทั้งในเรื่องของราคาและการป้องกันการขาดแคลนจากกรณีที่จะมีการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 13 ม.ค.57  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห้างฯสต๊อกสินค้าป้องกันขาดแคลน

  • รับมือม็อบปิดกรุงเทพฯ

    รับมือม็อบปิดกรุงเทพฯ

    วางแผน 5 โซน จัดรถเชื่อมเข้ากรุง เมื่อวันที่6 ม.ค.57กรมการขนส่งทางบกผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมได้ประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางบกทางราง และเรือ ครั้งที่ 3เพื่อกำหนดรายละเอียดเตรียมรับมือการเดินขบวนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.วันที่ 13 ม.ค.นี้ นายสมชัย ศิริวัฒนโชคปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้กำหนดความรับผิดชอบออกเป็น 5 โซน และให้ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวงฯดูแล 1 คนต่อ 1 โซน แบ่งเป็น บริเวณตรงกลางซึ่งเป็นพื้นที่เดินขบวน20 จุด บริเวณรอบนอกเส้นทางการเดินรถจากต่างจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพฯฝั่งทิศเหนือเช่น รถไฟสายเหนือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธินและถนนรามอินทรา ด้านฝั่งตะวันออกผ่าน ได้แก่ ถนนพระราม 9 รถไฟสายตะวันออก รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ฝั่งทิศใต้ เช่นถนนพระราม 2 ถนนเพชรเกษมสถานีขนส่งสายใต้ และรถไฟสายใต้ และฝั่งตะวันตก เช่น พื้นที่จังหวัดนนทบุรีปทุมธานี เรือเจ้าพระยา และรถไฟสายตะวันตก     ทั้งนี้ในแต่ละโซนจะต้องจัดหาที่จอดรถเพื่อนำคนเข้าออกพื้นที่กทม. โดยโซนที่ 1ต้องประสานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) นำรถเมล์ขสมก.ไปเชื่อมต่อการเดินทางตามระบบราง รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้นโซนที่ 2 จัดจุดจอดรถที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจุดจอดรถ บขส.รังสิต ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตเพื่อนั่งรถชัตเติ้ลบัสเชื่อมต่อเข้าในเมือง โซนที่ 3 มีจุดจอดรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิศูนย์แสดงนิทรรศการไบเทคบางนา เป็นที่จอดรถเชื่อมต่อการเดินทาง โซนที่ 4มีจุดจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีการเคหะธนบุรีห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค และโซนที่ 5 มีจุดจอดรถบนพื้นที่ของ ขสมก.ประมาณ10 ไร่ห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า และที่จอดรถของรถไฟสายใต้ทุกแห่ง     ประเมินถนน 151 เส้นทางอัมพาต ชาวบ้านล้านคนเดือดร้อน นายสมชัยกล่าวว่าจากการสำรวจผลกระทบการเดินขบวน พบว่าจะกระทบถนนสายต่างๆรวม 151 เส้นทาง เช่นถนนรัชดาภิเษก ถนนนลาดพร้าว และถนนพหลโยธิน เป็นต้น สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 9 สถานี สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 13 สถานี ท่าเรือ 14 แห่ง รถไฟ 5 สถานี ทางด่วน 1 เส้นทาง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์2 สถานีนอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถเมล์รวม 137เส้นทาง ผู้โดยสารได้รับผลกระทบประมาณ 1 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสารรถเมล์ขสมก.มากสุดประมาณ 8.5แสนคนนอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญได้รับผลกระทบจำนวนมากได้แก่ โรงเรียน และมหาวิทยาลัย 149แห่ง โรงพยาบาล 21 แห่ง สถานที่ราชการและสถานีตำรวจ 85 แห่ง อื่นๆ เช่นการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และวัด 51 แห่ง สถานทูต 12 แห่ง และ ศูนย์การค้า 88 แห่ง        สำหรับกระบวนการทางกฎหมายได้ให้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปพิจารณาว่ามีส่วนไหนที่จะต้องดำเนินการบ้างเรื่องไหนมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีหรือหากหน่วยงานไหนได้รับผลกระทบ เช่น ขสมก. และรถไฟฟ้า เป็นต้น ก็จะพิจารณาด้วย  ขณะเดียวกันผู้โดยสารที่จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองจะต้องแจ้งให้ทราบตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินว่ามีการปิดถนนในเส้นทางใดบ้างขณะเดียวกันก็ต้องแนะนำรถที่เตรียมไว้ให้บริการด้วยว่าอยู่ตรงจุดไหน พื้นที่ใดบ้าง   ม็อบยืดเยื้อทำแท็กซี่ตกงานหมื่นคน นายวิฑูรย์ แนวพานิชประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส ชุมนุมในกทม.ช่วง2 เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพคนขับแท็กซี่อย่างมากเพราะประชาชนลดการเดินทางโดยแท็กซี่ ทำให้แท็กซี่เช่าอู่ในกรุงเทพต้องตกงานเลิกขับแท็กซี่ไปแล้ว 10,000 คน จากทั้งหมด 50,000 คน ส่วนคนขับแท็กซี่ที่มีรถเป็นของตัวประมาณ 25,000 คน พบว่ามีรายได้ลดลงมากและอาจกระทบต่อเงินผ่อนค่างวดรถแท็กซี่ ส่วนผลกระทบต่อการปิดกรุงเทพฯในสัปดาห์หน้ายังประเมินไม่ได้   “ปกติช่วงเดือนพ.ย.และธ.ค.จะเป็นฤดูที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการแท็กซี่มากกว่าปกติ แต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้วการใช้บริการลดลงไปมาก โดยมีจอดรถไว้ถึง 30% จากจำนวนรถที่ให้บริการรวม7.5 หมื่นคันซึ่งเป็นอัตราการจอดที่ สูงกว่าช่วงเวลาปกติที่มีการจอดเพียง 10% คนที่เดือดร้อนส่วนมากคือพวกเช่ารถขับเมื่อไม่มีผู้โดยสารก็ต้องเลิกเช่ารถ เลิกขับ หันไปหาอาชีพอื่นรับจ้าง หรือบางส่วนก็ต้องกลับบ้านนอกไปทำสวนทำนา”   3 สายการบินลดเที่ยวบินมาไทยแล้ว 56 เที่ยว นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 สายการบินแจ้งลดเที่ยวบินอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพ-ฮ่องกงรวมกว่า 56เที่ยวบิน  คือสายการบินสิงค์โปร์ แอร์ไลน์ ตั้งแต่วันที่14 ม.ค.-25 ก.พ.57ปรับลดไป-กลับ 19 เที่ยวบิน จากทั้งหมด215 เที่ยวบินหรือเฉลี่ยวันละ 1 เที่ยวบิน ส่วนคาร์เธย์แปซิฟิก ปรับลดเที่ยวบินไป-กลับรวม 7 เที่ยวบิน หรือเหลือวันละ8 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 9 เที่ยวบิน เริ่มตั้งแต่วันที่7-14 ม.ค.57 ยกเว้นวันที่ 9 ม.ค.57  ส่วนฮ่องกงแอร์ไลน์แจ้งลดเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 4 -30 ม.ค.57 ไป-กลับวันละ 1-2 เที่ยวบิน จาก 5 เที่ยวบิน หรือลดลง 30เที่ยวบิน จากทั้งหมดไป-กลับ 110 เที่ยวบิน  สำหรับสาเหตุที่ลดเที่ยวบิน ส่วนใหญ่แจ้งว่าปริมาณผู้โดยสารลดลงจึงต้องมีการลดและรวมเที่ยวบินเข้าด้วยกันส่วนสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์แจ้งว่าเครื่องบินส่งซ่อม 1 ลำและปริมาณผู้โดยสารลดลงเพราะมีการเดินทาง   สุวรรณภูมิจัดศูนย์รับนักท่องเที่ยวเตรียมรถรอรับ นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวถึงแผนรับมือการชุมนุมว่า ได้กำชับผู้ประกอบการรถสาธารณะ รองรับกรณีที่ผู้โดยสารเกิดปัญหาด้านการเดินทางเข้า-ออกท่าอากาศยานอาทิ การปรับเส้นทางเดินรถชัตเติล บัส ระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงสถานที่จอดรถ และรถเชื่อมโยงการเดินทางไปรถไฟฟ้าตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่และป้ายประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะและรถลิมูซีน ให้หลีกเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม เป็นต้น   นอกจากนี้ยังใช้ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยานเป็นศูนย์กลางประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานราชการ และสายการบินซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ทอท.คอยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยตั้งอยู่ที่ห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4 หลังเคาน์เตอร์ เช็ก อินโทรศัพท์ 0-2132-9950-2 และขอแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาถึงท่าอากาศยานล่วงหน้า4 ชั่วโมง โดยใช้รถไฟฟ้าแทนหรือสอบโทร 1722ตลอด 24 ชั่วโมง   การบินไทยยันไม่มีผู้โดยสารยกเลิก ด้านนายโชคชัย ปัญญายงค์รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกการจองตั๋วหรือยกเลิกการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยจากปัญหาการชุมนุมแต่ยอมรับว่าช่วงก่อนหน้านี้มีการยกเลิกเที่ยวบินจากประเทศจีน3-5%จากการเร่งแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของจีน ทำให้การบินไทยจำเป็นต้องการปรับลด โดยยุบรวมเที่ยวบินจากจีนและฮ่องกง  เพราะไม่คุ้มทุน   ส่วนกรณีการชุมนุมปิดถนนในวันที่13ธ.ค. นั้นบริษัท การบินไทยได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการประกาศปิดกรุงเทพแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ฝ่ายปฏิบัติการ กับผู้โดยสารในส่วนฝ่ายปฏิบัติการได้จัดทำแผนรับมือกำหนดไว้หลายแนวทางที่มีการประเมินว่าจะเกิดขึ้นจากนั้นจะนัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ส่วนใหญ่เป็นแผนการเตรียมพร้อมด้านบุคลากร เช่นการจัดที่พักสำหรับพนักงานปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบที่อาจทำให้การเดินทางไม่สะดวก   ว่าที่เรืออากาศโทจตุรงคพลสดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า ผลกระทบในเรื่องการยกเลิกเที่ยวบินยังไม่มี แต่ได้เตรียมแผนรับมือหากปิดการจราจรทางถนนแล้ว โดยจัดพื้นที่จอดรถบริเวณอาคารคลังสินค้าไว้สำหรับเดินทางโดยรถไฟส่วนเส้นทางที่เตรียมไว้กรณีปิดถนนวิภาวดีรังสิต จะใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทล์เวย์แทนหากมีการปิดอีกจะใช้ทางด่วนไปลงที่ด่านศรีสมานเข้ามาทางสรงประภามายังสนามบินดอนเมืองได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รับมือม็อบปิดกรุงเทพฯ

  • รมช.คลังชี้การเมืองกระทบจัดเก็บรายได้

    รมช.คลังชี้การเมืองกระทบจัดเก็บรายได้

    นางเบญจาหลุยเจริญ รักษาการ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้รัฐบาลปี 57 ทำให้การจัดเก็บของ 3 กรมภาษีไตรมาสแรกต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้2,834 ล้านบาท เนื่องจากกรมศุลกากรได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ช่วงเดือนธ.ค.และแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ทำให้การนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง ส่วนกรมสรรพสามิตจัดเก็บได้ลดลงทั้งภาษีน้ำมันและรถยนต์ โดยเชื่อว่าหากสถานการณ์การเมืองหลังวันที่ 13 ม.ค.นี้ จบลงโดยเร็ว แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษีจะกลับสู่ภาวะปกติได้“ยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้เพราะปกติการจัดเก็บรายได้ไตรมาสแรก ถือเป็นช่วงจัดเก็บได้ในระดับที่สูง (ไฮซีซั่น)แต่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามากระทบ อาจทำให้ภาพรวมการจัดเก็บตลอดทั้งปีไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมอบหมายให้ 3 กรมภาษี เร่งจัดทำแผนจัดเก็บรายได้ เพื่อรับมือการจัดเก็บที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้2.275 ล้านล้านบาท และแผนด้านภาษีเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ รวมทั้งเตรียมรับมือกับการชัดดาวน์กรุงเทพฯ13 ม.ค.57 เพื่อเตรียมระบบสำรองเพื่อให้บริการประชาชน หากมีการปิดล้อมหน่วยงานอีกด้วย”อย่างไรก็ตามหากแบ่งตามหน่วยงานไตรมาสแรก พบว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตลดลงกว่า10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกรมศุลกากรได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสถานการณ์การเมืองเข้ามากดดัน ทำให้ความเชื่อมั่นในการนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการลดลงส่งผลให้การจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท ด้านกรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ลดลงต่ำกว่าเป้าหมาย 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่าหากการเมืองยังคงยืดเยื้อจะส่งผลให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตทั้งปีลดลงกว่า 50,000ล้านบาท จาก 460,000 ล้านบาท เหลือ 410,000 ล้านบาท โดยมีเพียงกรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้ในไตรมาสแรกเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้7,166 ล้านบาท เนื่องจากภาษีนิติบุคคลสามารถจัดเก็บได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมช.คลังชี้การเมืองกระทบจัดเก็บรายได้