เดือน: มกราคม 2014

  • เอสเอ็มอี1.3รายไม่พร้อมแข่งขัน

    เอสเอ็มอี1.3รายไม่พร้อมแข่งขัน

    นายอัทธ์พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยถึงผลสำรวจความพร้อมและความเข้าใจภาคการผลิตและภาคบริการไทยต่อการแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่าได้สำรวจ 13ธุรกิจภาคเกษตรอุตสาหกรรม และบริการ 2,000รายพบว่ามีธุรกิจเอสเอ็มอีถึง46%ที่ไม่พร้อมแข่งขันในเออีซีหรือคิดเป็น 1.3ล้านรายจากธุรกิจทั้งหมด 2.7ล้านรายโดยธุรกิจที่ไม่พร้อมเข้าเออีซีมากสุดคือเกษตร อาหาร และสิ่งทอ นอกจากนี้ยังพบว่ามีเอสเอ็มอีไทยยังไม่ได้ทำการค้ากับประเทศในเออีซีถึง60%โดยการค้าส่วนใหญ่ค้าขายกับประเทศติดชายแดนคือ พม่า ลาว มาเลเซีย เท่านั้นขณะที่การขยายธุรกิจไทยไปเออีซียังทำได้น้อยโดยที่ได้รับความสนใจมากสุดอยู่ที่พม่าเวียดนาม และอินโดนีเซีย ส่วนการสำรวจความเข้าใจเกี่ยวกับเออีซีของธุรกิจไทยพบว่าผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นโดยธุรกิจขนาดใหญ่เข้าใจเกือบ100%แต่เอสเอ็มอี39%ยังไม่เข้าใจเพราะไม่เข้าใจต่อการปรับตัวและการใช้ประโยชน์จากเออีซี ปัญหาการชุมนุมการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ ได้กระทบต่อธุรกิจโดยรวมถึง30%ในจำนวนนี้95%ได้รับผลกระทบจากลูกค้าลดคำสั่งซื้อ และหันไปสั่งซื้อสินค้ากับประเทศคู่แข่งแทนเนื่องจากเกรงว่าไทยจะส่งสินค้าให้ไม่ทันตามกำหนดและอีก 5%ประสบปัญหาในขั้นตอนการดำเนินการเอกสารกับหน่วยราชการโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบมากสุด ส่วนผู้ประกอบการอีก 70%ที่ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเห็นว่า ลูกค้ายังเชื่อมั่นต่อธุรกิจและการสั่งซื้อปกติอีกทั้งกระบวนการส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานราชการและหลายบริษัทก็อยู่นอกพื้นที่การชุมนุมประท้วง “จากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยในอาเซียนลดลงจากปี 55ไทยมีความสามารถการแข่งขันในเออีซีเป็นอันดับ3ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซียลดเป็นอันดับ 5 ในปี56โดยถูกเวียดนามและอินโดนีเซียแซงหน้าหากการเมืองไทยยังไม่ยุติและจัดตั้งรัฐบาลได้กลางปีนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะลดลงในอยู่อันดับ 6โดยถูกฟิลิปปินส์แซง” ทั้งนี้หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อและรุนแรงถึงไตรมาส2ปีนี้ จะกระทบต่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นรวมถึงกระทบต่อภาพรวมการส่งออกด้วยโดยอาจเติบโตเหลือ 3.8%จากเป้าหมายที่ควรขยายตัว5%อีกทั้งยังกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเหลือ3%จากเป้าหมาย4-5%ตลอดจนมีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายบริหารประเทศการลงนามกรอบความตกลงในการเปิดเสรีการค้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสเอ็มอี1.3รายไม่พร้อมแข่งขัน

  • แนะเอกชนทำตลาดแบบสมดุล

    แนะเอกชนทำตลาดแบบสมดุล

    นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (สทท.) เปิดเผยว่า แนะนำให้ผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวหันมาทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้เป็นแบบสมดุลมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพฯทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ดังนั้นในอนาคตหากยังเพิ่งตลาดหลักจากธุรกิจนักท่องเที่ยวต่างชาติมากไป ธุรกิจจะแย่ลงได้ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ในกลุ่มที่ทำตลาดไทยโดยเฉพาะตามหัวเมืองหลักยังเติบโตได้ดีอยู่ เช่น หัวหิน ชะอำ พัทยา นายจิรโชติ แก้วเสถียร ประธานกรรมการ บริษัท มิโมซ่า จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่มิโมซ่า เติบโตขึ้นถึง 50% หรือ ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค.วันละ 1,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่นิยมมาทัศนศึกษาที่เริ่มเดินทางมามากขึ้น และจากนี้จะจัดตั้งฝ่ายการตลาดในประเทศขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อทำการประชาสัมพันธ์และทำการตลาดในกลุ่มไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทย ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ทางการเมือง กลับพบว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจเปลี่ยนเส้นทางมาที่พัทยาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ที่ไม่สนใจเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองต่าง ๆ และ นักท่องเที่ยวจีนที่ส่วนใหญ่เปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มาพัทยาแทน ทำให้ในช่วงตรุษจีนจะมีการจัดพื้นที่พิเศษเป็นย่านไชน่าทาวน์ “ปัจจุบันแม้ตลาดนักท่องเที่ยวที่มิโมซ่า จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทย แต่เราเป็นธุรกิจของคนไทย ต้องสนใจและกระตุ้นตลาดคนไทยให้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กลุ่มข้าราชการที่มาสัมนานอกสถานที่ที่เป็นส่วนสำคัญในการนำรายได้เข้ามา” นางสาวอลิสา พันธุศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงตั้งแต่เดือน ธ.ค. โดยตลาดหลักอย่างจีน ที่มีสัดส่วน 30% ลดลงไปอย่างมาก และเหลือแต่รัสเซียที่เข้ามาปกติ เพราะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของตลาดนี้ ประกอบกับส่วนหนึ่งปรับโปรแกรมเดินทางเลี่ยงจากกรุงเทพฯ มายังพัทยาแทน สังเกตได้จากยอดอัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมวู้ดแลนด์ พัทยา ซึ่งอยู่ในเครือทิฟฟานี ที่สูงกว่า 90% เนื่องจากได้รัสเซียสนับสนุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะเอกชนทำตลาดแบบสมดุล

  • หุ้นไทยวันที่ 28 มกราคม 2557 ปิดร่วง 16.80 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 28 มกราคม 2557 ปิดร่วง 16.80 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 28ม.ค. ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่ร่วงลงกว่า 20 จุด หลังนักลงทุนกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศที่รุนแรงขึ้นจากการชุมนุมหน้าสถานที่จัดประชุมครม.เกิดความวุ่นวายขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่ 1,268.07 จุดทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,287.81 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,271.79 จุด ลดลง 16.80 จุด หรือ 1.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29,588.53 ล้านบาท  สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 169.50 บาท ลดลง 2.00  บาท2.ทอท. ปิดที่ 169.00 บาท ลดลง 6.00  บาท3.เอไอเอส ปิดที่ 206.00 บาท ลดลง 4.00  บาท4. ธ.ไทยพาณิชย์ปิดที่ 147.00 บาท ลดลง 3.50  บาท5.ทรู ปิดที่ 7.20 บาท ลดลง 0.20 บาท    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 28 มกราคม 2557 ปิดร่วง 16.80 จุด