นายอำพลวงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 27ม.ค.ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของการให้บริการเรือโดยสารท่องเที่ยวและบริษัทให้บริการนำเที่ยวที่จังหวัดพังงาหลังได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายรายว่าราคาค่าบริการเรือโดยสารนำเที่ยวหลายแห่งมีราคาสูงเกินจริงโดยมีราคาใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งจากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ประกอบการเรือโดยสารสคบ.ได้ขอให้ผู้ประกอบการกลับไปทบทวนอัตราค่าโดยสารใหม่ให้เหมาะสมเป็นธรรมและไม่กระทบกับนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนจะปรับลดลงได้หรือไม่เชื่อว่า เร็วๆนี้ จะได้ข้อสรุป“ก็คุยกันว่าราคาที่ผู้ประกอบการคิดกับคนไทยจะลดลงอีกได้ไหมซึ่งผู้ประกอบการขอกลับไปคุยกันก่อนว่าจะทำได้แค่ไหนโดยสคบ.จะไม่เข้าไปบังคับให้ลดค่าโดยสารลงในทันทีแต่ขอความร่วมมือว่าเป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะลดราคาลงมาอีกเล็กน้อยเพราะจากการชี้แจงผู้ประกอบการส่วนใหญ่บอกว่า การออกเรือแต่ละเที่ยวมีต้นทุนสูงมากโดยเฉพาะราคาน้ำมันซึ่งคิดเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายกว่า60%และแต่ละเที่ยวจะได้กำไรเพียง20%เท่านั้นซึ่งการเข้ามาตรวจครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการให้ประชาชนได้รับการบริการที่เหมาะสมในฤดูกาลท่องเที่ยวต่อๆไป”ทั้งนี้หากผู้ประกอบการไม่สามารถลดราคาได้สคบ.จะขอให้ผู้ประกอบการแสดงรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ผู้บริโภครับทราบว่าราคาที่คิดนั้นเป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือไม่ขณะเดียวกันยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมเจ้าท่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาดูแลการให้บริการอย่างใกล้ชิดด้วยนายอำพลกล่าวว่า ยังได้หารือถึงแนวทางการดูแลนักท่องเที่ยวโดยกำชับให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความปลอดภัยในการให้บริการตรวจสอบสภาพความพร้อมของเรือและวัสดุอุปกรณ์ประจำเรือให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่ชำรุด จนอาจทำให้เกิดอันตรายกับการเดินทางรวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขับเรือต้องมีความเชี่ยวชาญตามข้อกำหนดของกรมเจ้าท่าพร้อมทั้งให้จัดเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ามาประจำท่าเรือทุกวันเนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละท่าเรือมักไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ามาประจำหรือถ้ามีก็ไม่ไม่ประจำทุกวันดังนั้นหากเกิดกรณีฉุกเฉินอาจทำให้การประสานงานมีปัญหาได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.จี้ลดราคาเรือนำเที่ยว
เดือน: มกราคม 2014
-

สคบ.จี้ลดราคาเรือนำเที่ยว
-

ผู้ให้บริการมือถือ 11 ราย ตั้ง “เครือข่าย M2M”
ทั้งนี้ สมาชิกของ Bridge M2MAlliance ประกอบไปด้วยแอร์เทล – อินเดีย เอไอเอส – ไทย ,ซีเอสแอล – ฮ่องกง,โกลบเทเลคอม – ฟิลิปปินส์, แมกซิส – มาเลเซีย ,โมบิโฟน– เวียดนาม ,ออพตุส – ออสเตรเลีย ,สิงเทล – สิงคโปร์,เอสเค เทเลคอม – เกาหลีใต้,ไต้หวัน โมบาย – ไต้หวัน และเทลคอมเซล – อินโดนีเซียโดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรวมกันมากกว่า 500 ล้านราย ส่งผลให้เครือข่าย M2Mมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดย Bridge M2M Alliance จะช่วยลดความซับซ้อนในการประสานงานกับผู้ให้บริการจำนวนหลายๆรายผ่านบริการ M2M ที่ข้ามพรมแดนทางภูมิศาสตร์ในระดับภูมิภาค รวมถึงยกระดับการให้บริการและการดูแลลูกค้าด้วย มร.อเลซซานโดร อาดริอานี CEO ของ Bridge Alliance กล่าวว่า เอเชียเป็นทวีปที่มีความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจสูงมาก การพัฒนาเทคโนโลยีไม่เท่าเทียมกันรวมทั้งมีข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่หลากหลาย เป็นผลให้ธุรกิจข้ามชาติต่างๆพบว่า ยากมากที่จะนำความซับซ้อนของภูมิภาคเหล่านี้ไปสู่การผลิตที่มีต้นทุนต่ำดังนั้นพัฒนาการต่างๆของ Bridge Alliance ในธุรกิจ M2M จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ความมุ่งมั่นของทั้ง11 บริษัทผู้ให้บริการมือถือ ที่ต้องการเอาชนะความท้าทายในการทำให้ธุรกิจของกลุ่มลูกค้าประสบความสำเร็จ พันธมิตรของ M2M ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมอาทิ รถยนต์ การรักษาความปลอดภัย การจัดการพลังงาน เป็นต้นซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ และการลดต้นทุนในการดำเนินงานของลูกค้าดังนั้นสมาชิกเครือข่ายจึงมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศน์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่โดยการร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ M2M อาทิกลุ่มนักพัฒนาApplication กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการต่างๆ ทางด้าน นายวิเชียร เมฆตระการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือเอไอเอส กล่าวว่า ความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรในระยะยาวครั้งนี้ส่งผลให้เอไอเอสสามารถยกระดับและเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอบริการที่ดีกว่า และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ M2M ในระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ระดับโลกได้ซึ่ง M2M ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่จะทำให้พวกเรากลุ่มสมาชิกมีการเจริญเติบโต อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีความได้เปรียบในตลาดระดับภูมิภาคและทำให้ลูกค้าของเราสามารถก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและมีบริการที่เป็นเลิศได้ สำหรับ Bridge Alliance ประกอบไปด้วยสมาชิกผู้ให้บริการมือถือจำนวนทั้งสิ้น31 ราย ใน 31ประเทศ ได้แก่ Airtel – อินเดีย, 17ประเทศในทวีปแอฟริกา, บังคลาเทศ , AIS – ไทย, CSL – ฮ่องกง , CTM – มาเก๊า, Globe Telecom – ฟิลิปปินส์ , Maxis – มาเลเซีย, MobiFone – เวียดนาม , Optus – ออสเตรเลีย, SingTel – สิงคโปร์ , SK Telecom – เกาหลีใต้, Taiwan Mobile – ไต้หวัน , Telkomcel – ติมอร์เลสเต และ Telkomsel – อินโดนีเซีย มีลูกค้ารวมกัน 570 ล้านรายและขยายจำนวนประเทศสมาชิกเพื่อทำให้เกิดความแข็งแกร่งของกลุ่มสมาชิกส่งผลให้เกิดการพัฒนาบริการข้ามแดนอัตโนมัติและโซลูชั่นต่างๆของลูกค้าองค์กร Bridge Alliance ดำเนินงานผ่านบริษัทBridge Mobile Pte Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของสิงคโปร์ ( www.bridgealliance.com)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ให้บริการมือถือ 11 ราย ตั้ง “เครือข่าย M2M” -

ราคาทองคำ27ม.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขายบาทละ20,150บาท
วันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14:03 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 19,359.32 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 19,650 บาท
ราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 19,359.32 บาท ทองแท่งขาย 19,750 บาท รับซื้อ 19,650 บาท เวลา 14:03 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 19,419.96 บาท ทองแท่งขาย 19,800 บาท รับซื้อ 19,700 บาท เวลา 11:18 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 09:38 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 19,419.96 บาท ทองแท่งขาย 19,800 บาท รับซื้อ 19,700 บาท เวลา 09:25 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ27ม.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขายบาทละ20,150บาท