เดือน: มกราคม 2014

  • ชัตดาวน์ฯ ทำยอดขอตั้งโรงงานร่วง

    ชัตดาวน์ฯ ทำยอดขอตั้งโรงงานร่วง

    นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 13 – 21 ม.ค. ปริมาณผู้ที่มาขออนุญาตการตั้ง และขยายโรงงานในกรุงเทพฯลดลงกว่า 50% เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนไม่ทราบว่ากรอ. ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรม ปิดทำการมา 9 วัน ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดการตั้งและขยายโรงงานในไตรมาส 1 ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติกรอ. จะเร่งดำเนินงานอนุมัติใบอนุญาตให้เร็วที่สุด เพื่อให้การลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  สำหรับโรงงานที่อยู่ต่างจังหวัดนั้น ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะสามารถขอใบอนุญาตตั้งโรงานได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ส่วนโรงงานที่มีเงินลงทุนสูงกว่า200 ล้านบาท ที่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ยังดำเนินงานตามปกติโดยสัปดาห์หน้า จะมีประชุมอนุมัติตั้งโรงงานดังกล่าวต่อไป  ขณะที่การขออนุญาตนำเข้าส่งออกและผลิตสารเคมีนั้น ยังคงทำได้ตามปกติ เพราะส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ทำให้ภาคการผลิตไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ นายสมชาย หาญหิรัญผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมไทยในไตรมาสแรกของปีนี้เชื่อว่าจะยังลดตัวลงต่อเนื่องจากปี 56 เนื่องจากข้อมูลการฟื้นตัวขอเศรษฐกิจโลกยังไม่ชัดเจน  ซึ่งที่ผ่านมา สศอ.ประเมินว่า ปีนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรมไทยจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก แต่การฟื้นตัวของแต่ละประเทศ ยังไม่มีความชัดเจนเช่น สหรัฐอเมริกา แม้ตัวเลขการว่างงานลดลง แต่การลดลงดังกล่าวเกิดจากแรงงานหางานทำไม่ได้ส่วนญี่ปุ่น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ไม่ได้เพิ่มเพราะเศรษฐกิจดี มีความต้องการใช้จ่ายเพิ่มแต่เป็นการเพิ่มขึ้นเพราะค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่วนยุโรปหลายประเทศการว่างงานก็ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม สศอ.ยังอยู่ในช่วงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศ โดยยังไม่ปรับประมาณการที่คาดว่า ปี57 จีดีพีอุตสาหกรรมจะขยายตัวอยู่ในช่วง 3-4%และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) ขยายตัว 2% ส่วนยอดการนำเข้าสินค้าทุนสินค้าขั้นกลางเพื่อใช้ในการผลิตในช่วงปลายปี 56ที่ผ่านมา ลดลงต่อเนื่อง ทำให้คาดว่า จะเห็นการส่งออกในไตรมาสแรกลดลงได้เพราะการผลิตเพื่อส่งออกในไตรมาสแรกจะนำเข้าวัตถุดิบตั้งแต่ปลายปีก่อนหน้าแต่การนำเข้าที่หดตัวนี้ ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการอาจจะชะลอดูสถานการณ์และใช้สต๊อกเก่าในการผลิตไปก่อน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่าผู้ประกอบการค่อนข้างกังวลกับสถานการณ์การเมืองและทำให้ตัวเลขประมาณการต่างๆยังไม่นิ่งโดยหลายธุรกิจก็เตรียมจะปรับเป้าหมายใหม่เพราะพบว่ากำลังซื้อของประชาชนหายไปมากนอกจากนี้ที่น่าห่วงอีก คือการลงทุนเอกชน เนื่องจากพบว่าการลงทุนลดลงต่อเนื่องเช่นล่าสุดเดือนพ.ย. 56 ก็ลดลง 7-8%และทางด้านการส่งออกก็น่าห่วง เห็นได้จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ลดลงแสดงให้เห็นว่าการส่งออกในอนาคตจะลดลงอีกโดยภาพรวมแล้วเศรษฐกิจไตรมาสแรกนี้ คงดังไม่สดใส

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัตดาวน์ฯ ทำยอดขอตั้งโรงงานร่วง

  • “ไออาร์ซีพี”จับธุรกิจ“ทีวีดิจิทัล”หวังช่วยดันบริษัทโต 50%

    “ไออาร์ซีพี”จับธุรกิจ“ทีวีดิจิทัล”หวังช่วยดันบริษัทโต 50%

                               วันนี้(21 ม.ค.) นายกังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือไออาร์ซีพี ผู้ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า  ปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานใหม่โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจนอลโปรเจ็กท์ที่งานไม่ใช่ประมูลของส่วนราชการเนื่องจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองอาจส่งผลให้งานโครงการในส่วนราชการต่างๆได้รับผลกระทบเกิดการล่าช้าโดยจะเน้นในส่วนของธุรกิจทีวีดิจิทัล หลังจากที่การประมูลได้เสร็จสิ้นลงไปเรียบร้อยทำให้ผู้ให้บริการเช่าโครงข่าย และผู้ที่ประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลได้ต้องรีบลงทุนด้านต่างๆเพื่อให้สามารถออกอากาศได้ทันตามกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.)                 “ขณะนี้ผู้ให้บริการเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากกสทช. กำลังเร่งวางระบบโครงข่ายบริษัทจึงเตรียมเข้าไปเสนองาน ให้ทั้งในส่วนของไทยพีบีเอส  อสมท กองทัพบก และ  กรมประชาสัมพันธ์ โดยหลายรายกำลังกำหนดสเปคและแผนงานเพื่อให้การขยายโครงข่ายทันตามเกณฑ์ของกสทช. ที่ให้การออกอากาศครอบคลุม 50% ของพื้นที่ประเทศไทยในสิ้นปีนี้โดยคาดว่าในส่วนการขยายโรงข่ายนี้จะมีการลงทุนสูงถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทหวังส่วนแบ่งการตลาดในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า30 %”                 นายกังวาล กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้บริษัทกำลังรอความชัดเจนในเรื่องของคูปองการสนับสนุนกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลหรือเซตทอป บ็อกซ์ จากทาง กสทช. เพื่อเตรียมนำเซต ทอป บ็อกซ์ เข้ามาจำหน่ายด้วย  โดยเบื้องต้นจะใช้ชื่อว่า “กล่องชัด-ดี” โดยจะร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องช่องการการชายและบริการซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการคุยรายละเอียดกันอยู่คาดว่าจะมีความชัดเจนในสิ้นเดือน ก.พ.นี้โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไม่น้อยกว่า 2 ล้านกล่องในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากการดำเนินงานในธุรกิจทีวีดิจิทัลเป็นไปตามแผนจะทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตรวมได้ถึง50% ในปี 57 จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีการเติบโตประมาณ 20% เท่านั้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไออาร์ซีพี”จับธุรกิจ“ทีวีดิจิทัล”หวังช่วยดันบริษัทโต 50%

  • หุ้นไทยวันที่ 21 มกราคม 2557 ปิดบวก 3.11 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 21 มกราคม 2557 ปิดบวก 3.11 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 21ม.ค. ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นได้กว่า 10 ในช่วงเช้า ตามแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เริ่มทยอยประกาศออกมา หนุนดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,300 จุดได้อีกครั้ง แต่ช่วงบ่ายเริ่มอ่อนตัวตามแรงเทขายทำกำไร เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกกระตุ้นการลงทุน อีกทั้งนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,304.28 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,285.17 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,293.10 จุด เพิ่มขึ้น3.11 จุด หรือ 0.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 27,099.84 ล้านบาท   สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 176.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท 3. จัสมิน ปิดที่ 7.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 4. ทรู ปิดที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 5. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 147.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 21 มกราคม 2557 ปิดบวก 3.11 จุด