เดือน: มกราคม 2014

  • วอนชาวนาเห็นใจค้างเงินจำนำข้าว

    วอนชาวนาเห็นใจค้างเงินจำนำข้าว

    นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วงเงินที่จะนำมามาจ่ายให้กับเกษตรกรที่ถือใบประทวนแต่ยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าวนาปี 56/57 นั้น รัฐบาลจะใช้เงินจากการหมุนเวียนจากการระบายข้าวในสต๊อกที่รับจำนำไว้ ซึ่งล่าสุดธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ทยอยจ่ายเงินให้เกษตรกรอยู่แล้ว แต่จะให้ได้เงินครบทุกรายเสมอกันคงไม่ได้ อยากให้เกษตรกรเข้าใจด้วยเพราะปัญหาเกิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง มีการยุบสภา ส่วนเงินหมุนเวียนที่ยังขาดอยู่และต้องกู้เพิ่ม ขอให้ไปถามนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอความเห็นจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเชื่อว่ากกต.จะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อชาวนานอกจากนี้ยังต้องการให้นักวิชาการออกมาให้ความเห็นสนับสนุนเรื่องดังกล่าวกับกกต.ด้วย เพราะชาวนาเดือดร้อนอย่างแท้จริง และเงินส่วนที่จะนำมาจ่ายให้ชาวนาเป็นเงินหมุนเวียน ซึ่งต้องเป็นเงินกู้อยู่แล้วเหมือนการลงทุนของบริษัทที่ไม่ได้นำเงินตัวเองหรือนำงบประมาณมาใช้ ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57นี้ ครม. มีมติอนุมัติไปแล้ว จึงถือเป็นโครงการต่อเนื่อง กกต.น่าจะเข้าใจดี ส่วนข้อเสนอที่ว่าถ้ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ให้นำข้าวคืนชาวนา มองว่าจะมีปัญหาตามมาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเช่น ค่าขนส่ง และเสียเวลามากกว่าปกติ“การระบายข้าวกระทรวงพาณิชย์จะเร่งส่งมอบข้าวตามสัญญารัฐต่อรัฐหรือจีทูจีที่ลงนามในสัญญาผูกมัดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำเงินมาคืนธ.ก.ส.โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนการระบายข้าวอยู่หลายล้านตัน และอยากให้เข้าใจด้วยหากจะให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่รัฐบาลขายข้าวได้มากที่สุดจำนวน 180,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา และในส่วนนี้ยังเป็นการระบายข้าวที่ค้างมาจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำนวน 2 ล้านตันด้วย แต่ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกๆของการระบายข้าวติดขัดนิดหน่อย เพราะออเดอร์อยู่ในมือของเอกชน”ส่วนกรณีที่ม็อบชาวนาจะเข้ามาขอพบวันที่ 17 ม.ค.นี้ นั้น นายยรรยง กล่าวว่า เข้ามาพบได้เลย อยากเจอกันอยู่แล้ว 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนชาวนาเห็นใจค้างเงินจำนำข้าว

  • คอรัปชั่นเมืองไทยยกระดับแรงขึ้น

    คอรัปชั่นเมืองไทยยกระดับแรงขึ้น

               นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย ประจำเดือน ธ.ค. 56 อยู่ในระดับ 39ลดลงจากผลสำรวจในเดือน มิ.ย. 56 ที่อยู่ในระดับ 41 ซึ่งเป็นสถานการณ์คอร์รัปชั่นจากระดับปานกลางในช่วงกลางปีมาเป็นในระดับที่รุนแรงในช่วงปลายปี โดยในปี 56 ผู้ประกอบการประมาณการว่ามูลค่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเฉลี่ยที่25-35% ของงบประมาณทั้งหมดหรือคิดเป็นมูลค่าคอร์รัปชั่น235,652 – 329,912 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 20,000 -30,000 ล้านบาท                 สำหรับเกณฑ์ค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยหากคะแนนอยู่ระดับ0  จะมีความรุนแรงมากที่สุด, 1-20 คะแนน จะรุนแรงมาก,21-40 คะแนน จะอยู่ในขั้นรุนแรง, 41-60 คะแนน จะอยู่ในขั้นปานกลาง, 61-80คะแนนจะอยู่ในขั้นรุนแรงน้อย,  81-99คะแนนจะอยู่ในขั้นรุนแรงน้อยที่สุด และ 100 คะแนน อยู่ในขั้นไม่มีการคอร์รัปชันเลย                 “จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ(ใต้โต๊ะ) แก่ข้าราชการ นักการเมืองเพื่อให้ได้สัญญาในสัดส่วนถึง 75% ส่วนใหญ่จะเป็นมูลค่า 25-35% ของงบประมาณโครงการต่างๆ     ซึ่งจากการประเมินวงเงินคอร์รัปชั่นจากงบประมาณรายจ่ายค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ จากงบประมาณปี 56 รวม 2.4 ล้านล้านบาท”                 สำหรับโครงการใหญ่ๆที่จะมีการคอร์รัปชันเช่น โครงการของหน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่จะรับเงินใต้โต๊ะมากกว่า 45% และบางพื้นที่มีการรับเงินใต้โต๊ะถึง 50% โดยเฉพาะในภาคเหนือ, โครงการรับจำนำข้าวส่วนใหญ่จะมีการคอร์รัปชัน26-30%, โครงการบริหารจัดการน้ำ350,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะมีอยู่ที่ 21-25%  และ โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ26-30%                 ส่วนรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดอันดับหนึ่งเป็นการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวกรองลงมาเป็นกาให้สินบนของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ , การทุจริตเชิงนโยบายโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, การเอื้อประโยชน์แก่ญาติพรรคพวก,การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในภายหลัง,ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว, การฮั้วประมูล,การวิ่งเต้นขอตำแหน่งและการโยกย้าย,การทำลายระบบการตรวจสอบและความเป็นอิสระขององค์กร เป็นต้น                 ส่วนยุทธศาสตร์การต่อต้านการทุจริตนั้นควรเน้นปลูกจิตสำนึกให้แก่ข้าราชการนักการเมือง ประชาชนและเยาวชนพร้อมทั้งให้ภาคประชาชนและเอกชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้นขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายให้มีบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดอย่างหนักและรุนแรงขึ้นเช่น ออกจากราชการ ยึดทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิต ประหารชีวิต เป็นต้น                 สำหรับความเชื่อมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันองค์กรต่างๆนั้นพบว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลได้คะแนน3.64 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับหน่วยงานต่างๆ โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้คะแนน 4.6, สมาคมของภาคธุรกิจต่างๆ 5.08 คะแนน, สื่อมวลชน 5.49* คะนแนน, ผู้ประกอบการ 5.07 คะแนน และภาคประชาชน 5.64 คะแนนแสดงให้ความว่าสังคมมีความเชื่อมั่นภาคประชาชนในการปฎิรูปการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุด                  นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากผลการจัดอันดับดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ของโลก ประจำปี 56 รวม 177 ประเทศ พบว่า ประเทศไทย อยู่อันดับ 102 เพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่อยู่อันดับ 88 สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชั่นของไทยแย่ลง  ส่วนในปี 57 ยังมองว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไทยจะยังไม่ดีขึ้น  แต่กรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาล รวมถึงพรรคการเมืองต่างๆเริ่มให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชันทำให้สังคมมีความตื่นตัวในการต่อต้านเรื่องดังกล่าวมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คอรัปชั่นเมืองไทยยกระดับแรงขึ้น

  • แจ้งเปิดห้างฯรายวัน

    แจ้งเปิดห้างฯรายวัน

    นายศกร ทวีสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดเผยว่า ในวันนี้(16ม.ค.) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น.และปิดในเวลา 18:00 น. ขณะที่สาขาชิดลมและลาดพร้าว จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.และปิดในเวลา 21.00 น. สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 น.และปิดในเวลา 21.30 น. ส่วนสาขาแจ้งวัฒนะ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น.และปิดในเวลา 21.30 น. สาขา เพื่อความสะดวกในการเดินทางไป-กลับ สำหรับลูกค้าและพนักงานในช่วงที่มีการชุมนุม ส่วนสาขาอื่นๆยังเปิดทำการในเวลาปกติ ด้านบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า ศูนย์การค้าทั้งหมดจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และปิดเวลา 18.00 น. เช่นกัน  ขณะที่ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ในวันนี้จะเปิดให้บริการตามเวลาปกติคือ วันจันทร์ อังคาร พฤหัส ศุกร์ จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00 และปิดเวลา 20.00 น. และวันพุธ  เสาร์ อาทิตย์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา08.00 และปิดเวลา 20.00 น.  ทั้งนี้ทุกศูนย์การค้าจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมปรับแผนรับมือตลอด ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนเวลาดำเนินจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจ้งเปิดห้างฯรายวัน