เดือน: มกราคม 2014

  • ของลอยได้ ผีหรือวิทยาศาสตร์? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ของลอยได้ ผีหรือวิทยาศาสตร์? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องเล่าสยองขวัญตามวิทยุที่ว่าอยู่ดี ๆ เราก็เห็นสิ่งของสามารถสั่นหรือเคลื่อนไหวได้ หรือแม้แต่ลอยขึ้นเองทั้งที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย แล้วคุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของผมล่ะครับ เคยไหมครับที่อยู่ในห้องคนเดียวหน้ากระจกแท้ ๆ แต่อยู่ ๆ ภาพในกระจกที่เห็นก็เป็นภาพของสิ่งของที่อยู่ด้านหลังลอยขึ้นเองกลางอากาศ แค่คิดก็ขวัญผวาแล้วใช่ไหมครับ ปรากฏการณ์สิ่งของขยับเองได้อย่างนี้ บางคนก็เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า โพล  เทอร์ไกสท์ (Poltergeist) ซึ่งโพลเทอร์ไกสท์เป็นเรื่องที่ทั้งน่าสยองขวัญ ทั้งน่าติดตาม และทั้งน่าพิสูจน์มานานนับศตวรรษ บางคนก็อธิบายไปในเชิงเรื่องเหนือธรรม ชาติไปเลย บ้างก็ว่าเป็นการใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ บ้างก็เชื่อว่าเป็นการกระทำของผีสางเทวดาหรือเวทมนตร์ บ้างก็ถามกลับเลยว่าคนเห็นตาฝาดไปเองหรือเปล่า แต่  ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ครับว่าแม้แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเองก็ยังอธิบายเรื่องนี้ได้ไม่ชัดเจน ในบรรดาคำอธิบายทางวิทยา ศาสตร์หลากหลายประเด็น ประเด็นที่ดูมีเหตุผลหน่อยก็ว่าเรื่องนี้เป็นปรากฏการณ์ของพลาสมา หรือไฟฟ้าสถิตที่ไหลวนอยู่ในอากาศ ซึ่งในความคิดเห็นของคนที่เชื่อในวิทยาศาสตร์อย่างผมคำอธิบายนี้ก็พอมีเหตุมีผลให้รับฟังได้อยู่ แต่หลายคนก็แย้งนะครับว่าคำอธิบายนี้มันก็ยังไม่ชัดเจนพออยู่ดี ไม่ว่าใครจะอธิบายอย่างไร เชิงไสย ศาสตร์หรือเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ตอนนี้คุณผู้อ่านอาจเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าผมจะมาชวนคุยเรื่องสยองขวัญขนหัวลุกอย่างนี้ในวันพุธทำไม เดี๋ยวคืนนี้จะพากันนอนไม่หลับไปเสียหมด งั้นผมจะชวนคุณผู้อ่านกลับมาคุยกันเรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีแทนแล้วกันครับ แต่..เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้สิ่งของใด ๆ ลอยขึ้นได้ ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น ลอยขึ้นกลางอากาศเหมือนในหนังสตาร์วอร์ส หรือคล้าย ๆ กับปรากฏการณ์โพลเทอร์ไกสท์ที่ผมกล่าวในช่วงต้นไปนี่ล่ะครับ เพราะวันนี้มีศาสตราจารย์จากมหา วิทยาลัยโตเกียวที่ประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่า ศาสตราจารย์จุน เรคิโมโตะ (Jun Rekimoto) ได้เสนองานวิจัยเกี่ยวกับการทำให้วัตถุลอยบนอากาศได้ แต่แทนที่จะใช้พลังจิตบังคับหรือใช้เครื่องกลไกเหมือนเครื่องบิน เขาเลือกใช้คลื่นเสียงในการบังคับวัตถุให้ลอยขึ้นและเคลื่อนที่กลางอากาศได้ ซึ่งการเคลื่อนที่ในอากาศนี้ก็ไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่ขึ้นลงซ้ายขวาในระนาบสองมิติเท่านั้นนะครับ แต่รวมถึงการเคลื่อนที่ในมิติที่สามคือเดินหน้าถอยหลังก็ได้ด้วย อาศัยเพียง    การปรับคลื่นความถี่ของเสียงให้สอดรับกับตำแหน่งที่ต้องการให้วัตถุนั้นลอยอยู่เท่านั้น ตัวผมเองสมัยเรียนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เคยทำวิจัยที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติของรัฐบาลญี่ปุ่น (Miraikan) หัวข้อเกี่ยวกับการใช้แสงเลเซอร์มาสร้างรูปภาพสามมิติที่ลอยอยู่   กลางอากาศ แต่พอได้มาเห็นคลิปวิดีโองานวิจัยของลอยได้ชิ้นใหม่นี้แล้ว ก็ต้องยอมรับเลยครับว่างานนี้น่าสนใจมากและไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ งานวิจัยนี้ได้ทำการทดลองไว้กับวัตถุหลายอย่างครับ ตั้งแต่หัวน็อต เศษไม้ หยดน้ำ หรือแม้แต่ไฟ LED ดวงเล็ก โดยวัตถุทั้งหมดผู้ทดลองสามารถบังคับให้ลอยและเคลื่อนที่ไปมากลางอากาศได้ แต่อย่าง ไรก็ตามวัตถุทดลองทั้งหมด ณ ตอนนี้ยังคงเป็นวัตถุขนาดไม่ใหญ่นัก ซึ่งในบทสรุปของงานวิจัยได้เขียนไว้ว่าพวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้ระบบสามารถใช้คลื่นเสียงขยับวัตถุที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคตถ้าเราเห็นแจกันหรือโทรศัพท์ลอยขึ้นได้เองในห้องร้าง ก็อย่าเพิ่งรีบตกใจขนหัวลุกกันไปก่อนนะครับ เพราะจริง ๆ แล้วเราอาจมีคำอธิบาย เชิงวิทยาศาสตร์แบบใหม่สำหรับปรากฏ การณ์เช่นนี้แล้วก็เป็นได้. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ของลอยได้ ผีหรือวิทยาศาสตร์? – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • พิษการเมืองฉุดยอดเช่าซื้อรถวูบ 10%

    พิษการเมืองฉุดยอดเช่าซื้อรถวูบ 10%

    นายอนุชาติดีประเสริฐประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยเปิดเผยว่าตลาดเช่าซื้อช่วงไตรมาสแรกปี 57 นี้ ค่อนข้างซบเซา เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาล (โลว์ซีซั่น) ยอดขายรถยนต์ลดลง ทำให้ธุรกิจเช่าซื้อลดลงตามไปด้วยหลังจากปลายปีที่ผ่านมา มีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายกันจำนวนมากประกอบกับช่วงนี้ มีเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงทางการเมือง จึงทำให้ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่รู้ว่าปัญหาการเมืองจะยืดเยื้อนานแค่ไหน นอกจากนี้ ค่ายรถยนต์ยังไม่มีรถรูปรุ่นใหม่ ๆ หรือโมเดลใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาด ทำให้ตลาดรวมไม่ค่อยคึกคักมากนัก คาดว่ายอดเช่าซื้ออาจลดลงมาณ10% “ ในช่วงที่รัฐบาลมีโครงการรถยนต์คันแรก ทำให้ยอดขายรถยนต์สูงเกินความเป็นจริง เพราะมีแรงกระตุ้นกำลังซื้อล่วงหน้าไปแล้ว แต่หลังจากโครงการจบลง เชื่อว่ายอดขายจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโ ดยตลาดประเมินว่ายอดขายรถยนต์ปีนี้อยู่ที่1.3 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ปกติยอดเช่าซื้อรถยนต์เป็นเงินสด 20% และเงินผ่อน 80% จากมูลค่าตลาดรวม 400,000 กว่าล้านบาท” สำหรับตลาดรถยนต์มือ 2 นั้น ก็ชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายรถใหม่เป็นหลัก ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อรถยนต์ใหม่มากกว่ารถยนต์มือ 2 เพราะไม่ต้องเสียเวลาหรือค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ส่วนกรณีที่กรมสรรพากรมีแผนที่จะจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการขายรถยนต์มือ 2 และเต็นท์รถนั้น เป็นเรื่องที่ดี เชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในระบบ จะเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเต็นท์รถที่ตั้งอยู่ริมถนน เนื่องจากปกติการประกอบธุรกิจเต็นท์รถต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอยู่แล้ว นายอนุชาติ กล่าวว่า ส่วนทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ภาวะทรงตัว หรือปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ โดยดอกเบี้ยเช่าซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2.45-2.55% ส่วนการวางเงินดาวน์ซื้อรถยนต์ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 20-25% ซึ่งยืนยันว่า ยังไม่ได้กังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยลดลง เพราะผู้ประกอบการเช่าซื้อ และสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อยังมีความเข้มงวดการให้สินเชื่อกับลูกค้า รวมทั้งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพเป็นหลักโดยเฉลี่ยเอ็นพีแอลในตลาดอยู่ที่ 3.4-.3.5%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองฉุดยอดเช่าซื้อรถวูบ 10%

  • เบรกส่งออกข้าว ล้านตัน

    เบรกส่งออกข้าว ล้านตัน

    นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชะลอการเจรจาขายข้าวให้รัฐบาลจีน 1 ล้านตันออกไป หลังจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ได้วิเคราะห์รายละเอียดหนังสือตอบรับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้สอบถามถึงขอบเขตการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลทั้งแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และแบบประมูลทั่วไปแล้ว พบว่า กกต. ได้ทำหนังสือตอบกลับมาว่าดำเนินการได้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับราคาจำหน่ายว่าตัดสินใจได้หรือไม่ รวมถึงประเด็นระยะเวลาส่งมอบ ซึ่งต้องผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่จะทำได้หรือไม่ เพราะปริมาณข้าวจำนวนมาก ต้องมีระยะเวลาส่งมอบไปถึงรัฐบาลชุดหน้า “กำลังศึกษารายละเอียดอีกที เพราะเมื่อมาดูหนังสือตอบกลับจาก กกต. ก็ยังมีข้อสงสัยอีกหลายประเด็น เกรงว่าถ้าดำเนินการไปแล้ว จะไปสร้างภาระผูกพันให้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งรัฐบาลรักษาการไม่ควรทำ” สำหรับการซื้อข้าว 1 ล้านตัน เป็นไปตามกรอบที่ผู้นำ 2 ประเทศตกลงกันเมื่อครั้งนายกรัฐมนตรีจีนเยือนไทยว่าจีนจะซื้อข้าวจากไปปีละ 1 ล้านตัน นาน 5 ปี โดยการเจรจาสำหรับการซื้อขายของปี 57 ได้ข้อสรุปในสาระสำคัญแล้ว คงเหลือเพียงการกำหนดราคาขาย เบื้องต้นจะให้เป็นไปตามราคาตลาด แต่เมื่อมีปัญหาความไม่ชัดเจน จึงสั่งให้กรมการค้าต่างประเทศชี้แจงให้จีนเข้าใจ และคาดว่าอีกไม่นานหลังไทยได้รัฐบาลชุดใหม่ ก็จะขายข้าวล๊อตนี้ได้ทันที นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การชะลอการขายข้าวจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องในโครงการรับจำนำข้าว เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้เงินจากการทยอยส่งมอบข้าว สำหรับสัญญาเดิมที่มีอยู่ได้ตามแผน ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เร่งหาเงินจากแหล่งอื่นมาใช้ในโครงการแล้ว มั่นใจว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาได้ทั้งหมดภายในเดือนม.ค.นี้ รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งว่า การส่งออกข้าวตั้งแต่เดือนม.ค.-16 ธ.ค.56 ไทยส่งออกข้าวแล้ว 6.403 ล้านตัน ลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีมูลค่า 4,208 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.4% และราคาเฉลี่ยตันละ 657 เหรียญสหรัฐ คาดว่าการส่งออกข้าวทั้งปี 56 จะมีปริมาณ 6.68 ล้านตัน ลดลง 3.9% โดยมีมูลค่า 4,389 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง7.9%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบรกส่งออกข้าว ล้านตัน