ที่อาคารรัฐสภา2เวลา8.30นเมื่อวันที่ 11ก.พ.57นายอัมมารสยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)เปิดเผยในงานเสวนาช่วยชาวนาอย่างไรโดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญและรักษาวินัยการเงินการคลังจัดโดยกมธ.การเงินการคลังฯ วุฒิสภาว่าขณะนี้ปัญหาความเดือดร้อนทั้งหมดของชาวนาเกิดจากนโยบายรับจำนำข้าวที่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถหาเงิน1.3แสนล้านบาทมาจ่ายให้กับชาวนาได้ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้ากับคนไทยด้วยกัน ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวคือ ต้องปฏิรูปให้ใช้เงินกู้นอกงบประมาณอย่างโปร่งใสเพราะพบว่ามีช่องโหว่ทำให้เกิดการทุจริตซึ่งในส่วนเริ่มมีการดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ1ตั้งแต่การทำกองทุนหมู่บ้าน7.8หมื่นล้านบาทดังนั้นการใช้เงินกู้นอกงบประมาณต้องมีการกำหนดกรอบใช้เงินให้ชัดเจนและให้รัฐสภามีหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินกู้นอกงบประมาณมากขึ้นไม่ใช่เพียงการอนุมัติแล้วก็ไม่ต้องดำเนินการอะไรอีกเลย “ขณะนี้การรักษาวินัยการเงินการคลังมันช้าไปแล้วมันพังไปแล้วตั้งแต่ที่รัฐบาลประกาศดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการปฏิรูปการใช้เงินของรัฐบาลที่ได้จากการกู้เงินที่อยู่นอกงบประมาณเป็นช่องโหว่มโหฬารของระบบวินัยการเงินการคลังที่มวลมหาประชาชนทะลุได้คนที่ใช้เป็นลำเป็นสันคือรัฐบาลทักษิณ” อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของโครงการรับจำนำนั้นตามทฤษฎีกาชาวนาต้องเป็นหนี้รัฐบาลแต่กลับเป็นรัฐบาลเป็นหนี้ชาวนาเพราะโครงการจำนำข้าวกลายเป็นซื้อขายข้าวรัฐบาลมีภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลต่อไปจะต้องจ่ายหนี้ชาวนาขัดกับมาตรการ 181(3) โดยเฉพาะข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำหลังวันที่9ธ.ค.ที่มีการยุบสภา “ปัญหาการเงินที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ชาวนา 1.3แสนล้านบาทที่รัฐบาลไม่มีสภาพคล่องจ่ายเป็นเรื่องที่น่าอับอายการให้ใบประทวนที่โรงสีออกให้ไปกู้เงินจากโรงสีเป็นเรื่องตลก วินัยการเงินการคลังพังไปแล้วระบบวินัยการเงินการคลังโครงการรับจำนำข้าวจริงๆเป็นโครงการที่โปร่งใสเพราะมีใบเสร็จแต่ไม่มีการทำบัญชีรัฐบาลจงใจไม่ให้เกิดการลงบัญชีไม่ต้องการให้เกิดตัวเลขการขายการระบายข้าวเพราะไม่ต้องการให้มีความโปรงใสเหมือนถ้ำที่มืดมิดที่จะเข้าต้องมีไฟฉายและต้องได้รับการอนุญาตจากคนในรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง” นายไพบูลย์นิติตะวัน กรรมาธิการและรองประธานที่ปรึกษาฯกล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันสร้างปัญหาจำนำข้าวมีการทุจริตขาดทุนจำนวนมาก จนไม่ยอมแก้ปัญหาเพราะแก้ไปก็ตาย รัฐบาลไม่ยอมขายข้าวเพราะถูกจำกัดด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา181เพื่อเอาตัวรอดไปก่อนปัญหาไม่อยู่ที่รัฐบาลแต่อยู่ที่สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้เพราะรู้ว่าผิดกฎหมายประกอบกับสังคมที่ไม่เชื่อถือรัฐบาลหลายเรื่องโดยเฉพาะจำนำข้าวที่มีการทุจริตหากรัฐบาลมีฝีมือไม่ใช่รัฐบาลหน้าโง่เหมือนตอนนี้มันก็มีทางการแก้ไขได้ดังนั้นเห็นว่าหากมีรัฐบาลกลางเข้ามาจะกู้เงินมาจ่ายชาวนาได้โดยไม่ไม่ขัดกฎหมายสังคมยอมรับ รัฐบาลคนกลางจะแก้ปัญหายั่งยืนหยุดโครงการรับจำนำข้าวขายข้าวทั้งหมดนำเงินมาใช้ชาวนา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิชาการจวกเละโครงการจำนำข้าว
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

นักวิชาการจวกเละโครงการจำนำข้าว
-

คนใช้รถเฮ! ใช้น้ำมันดีเซลถูกถึงสิ้นมี.ค.
วันนี้ (11 ก.พ.) นายชลิตรัตน์จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. ได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31มี.ค.57 โดยให้เก็บภาษีในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตร ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาอนุมัติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้กรมสรรพสามิต รายงานว่าเหตุผลที่ต้องขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวออกไปเพราะมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนม.ค.นี้แต่ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงโดยราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศยังมีราคาสูงหากปรับขึ้นภาษีในขณะนี้จะทำให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 0.005 บาทต่อลิตรซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าวแม้ว่าจะทำให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ไปประมาณเดือนละ 9,000 ล้านบาทแต่ก็เป็นผลดีเพราะจะช่วยเหลือภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนใช้รถเฮ! ใช้น้ำมันดีเซลถูกถึงสิ้นมี.ค. -

การบินไทยทุ่มงบปรับโฉมโบอิ้ง
การแข่งขันในธุรกิจการบินยังคึกคัก ล่าสุด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทุ่มงบประมาณกว่า 75 ล้านบาท ในการตกแต่งบรรยากาศภายในเครื่องบินโบอิ้ง777-300 ERใหม่ โดยใส่เอกลักษณ์ความเป็นไทยให้มากยิ่งขึ้น หรือในชื่อ Thai Contemporary Concept ตั้งเป้าลูกค้าใช้บริการเพิ่ม การปรับโฉมใหม่ของเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER มีการปรับตั้งแต่บรรยากาศในห้องโดยสารที่ใส่ความเป็นไทยร่วมสมัย เช่น การใช้อุปกรณ์ตกแต่งที่เป็นลักษณะไม้ระแนง ตกแต่งผนังห้องบางส่วนด้วยผ้าไหมแพรวา ลวดลายกนก ปรับสีเบาะที่นั่งชั้นธุรกิจเป็นสีม่วงเพื่อความผ่อนคลาย ส่วนที่นั่งชั้นประหยัดใช้โทนสีม่วงและส้มเพื่อให้ความรู้สึกถึงสีสันมากขึ้น ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีการปรับเก้าอี้แบบใหม่ในที่นั่งชั้นธุรกิจให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น และเพิ่มอุปกรณ์สาระบันเทิงที่ทันสมัย ทั้งการรับชมภาพยนตร์และฟังเพลงที่เพิ่มความหลากหลาย ให้ตอบสนองผู้โดยสารทุกกลุ่ม สำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจของเครื่องบินโบอิ้ง777-300ER โฉมใหม่มีทั้งหมด 42 ที่นั่ง เป็นที่นั่งแบบส่วนตัวสามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา เบาะที่นั่งมีความกว้าง 20 นิ้ว ทุกที่นั่งติดตั้งจอทีวีส่วนตัว พร้อมรีโมทคอนโทรลใหม่แบบหน้าจอสัมผัส เพื่อใช้ในการสร้างความบันเทิงที่การบินไทยจัดไว้ นอกจากนี้ที่นั่งชั้นประหยัด ที่รองรับจำนวนผู้โดยสารถึง 306 ที่นั่ง เน้นความสะดวกสบาย ระยะห่างระหว่างแถวกว้างถึง 32 นิ้ว เบาะที่นั่งมีความกว้าง 18 นิ้ว ทุกที่นั่งติดตั้งจอทีวีส่วนตัวและระบบสารสนเทศต่างๆ เพื่อรับความบันเทิงแบบเดียวกับที่นั่งชั้นธุรกิจ การปรับโฉมในครั้งนี้ นายดนุช บุนนาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้า เผยว่า การบินไทยมีการพัฒนาและตกแต่งเครื่องบินอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 ซึ่งเครื่องบินโบอิ้ง777-300ERถือเป็นเครื่องบินลำแรกที่ตกแต่งได้อย่างที่ต้องการ และจะใช้คอนเซ็ปต์ของเครื่องบินลำนี้เป็นต้นแบบการตกแต่งเครื่องบินลำต่อๆ ไปของการบินไทยด้วย “ปัจจุบันอัตราการบรรทุกผู้โดยสารของการบินไทยอยู่ที่ 70% แต่คาดว่า หลังจากมีการพัฒนาตกแต่งในครั้งนี้ จะมีอัตราการใช้บริการเพิ่มขึ้น 7-8%” นายดนุช กล่าว เครื่องบินโบอิ้ง777-300ER โฉมใหม่ของการบินไทยได้นำเปิดบริการในเส้นทางต่างๆ แล้ว อาทิ สิงคโปร์ โซล เซี่ยงไฮ้ ลอสแองเจลิส และอีกหลายประเทศในโซนยุโรป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การบินไทยทุ่มงบปรับโฉมโบอิ้ง