เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ตั้งศูนย์พัฒนาการค้าอาเซียน

    ตั้งศูนย์พัฒนาการค้าอาเซียน

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ กรมฯจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในอาเซียน” 9 แห่ง ใน 8 ประเทศ ในกรุงพนมเปญ เวียงจันทน์ ย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ มะนิลา และจาการ์ตา เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปลายปี 58 และรองรับการขยายตัวด้านการค้า การลงทุน การจัดหาแหล่งวัตถุดิบของไทยในอาเซียน“นอกจากจะจัดตั้งศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในอาเซียนในประเทศต่างแล้วยังมีที่ส่วนกลางด้วย หรือที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนผลักดันในการส่งเสริมในเชิงรุกแก่ผู้ประกอบการอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าสากล”นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนจะขยายการให้บริการ โดยจะเปิดศูนย์พัฒนาการค้าฯนี้ ให้ครอบคลุมสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ในส่วนของเอเชีย และโอเชียเนีย (เออีซี+6) จำนวน 16 แห่ง แบ่งเป็น จีน 8 แห่ง (ไม่รวมฮ่องกง ไต้หวัน) , ญี่ปุ่น 3 แห่ง, เกาหลี 1 แห่ง ,อินเดีย 3 แห่ง และออสเตรเลีย 1 แห่ง โดยแนวทางการดำเนินงานของแต่ละศูนย์ฯในปีนี้จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ภาคเอกชนทั้งกฎหมายธุรกิจ แรงงาน ตลาดเชิงลึก สรรพากร บัญชี ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ขนส่งสินค้า รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับหน่วยงานต่างๆ ด้านการจดทะเบียนบริษัท เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ด้านการขอส่งเสริมการลงทุนและการลงทุน เป็นต้นนางนันทวัลย์ กล่าวถึงผลการนำคณะผู้ประกอบการไทยไปกัมพูชาในการจับคู่ธุรกิจและเจรจาธุรกิจในช่วงที่กรมฯจัดงาน”ไทยแลนด์ วีค” ระหว่างวันที่ 6-9 กพ. 57 ที่กรุงพนมเปญว่า สามารถสร้างมูลค่าการค้าทันที 37 ล้านบาท และคาดว่ามียอดการสั่งซื้อสินค้าภายใน 1 ปี อีกรวมกว่า 491 ล้านบาท โดยปีนี้กรมฯมีแผนจัดกิจกรรมตลอดปีนี้อย่างต่อเนื่องอีกหลายกิจกรรม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งศูนย์พัฒนาการค้าอาเซียน

  • อคส.เร่งขายข้าวหาเงินใช้หนี้

    อคส.เร่งขายข้าวหาเงินใช้หนี้

    นายชนุตปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อคส. อยู่ระหว่างเจรจากับภาคเอกชนในกลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐ อาเซียน จีน ในการหาคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ข้าวไทยเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอีกทางหนึ่งในการหาเงินจ่ายชาวนา เบื้องต้นเอกชนต่างประเทศให้ความสนใจในการสั่งซื้อข้าวไทยในปริมาณไม่ต่ำกว่าล็อตละ 100,000 ตัน เพราะมั่นใจคุณภาพข้าวไทยและมีราคาไม่สูงมากนัก เนื่องจากหลายฝ่ายประเมินว่าในไตรมาสหน้าราคาข้าวอาจปรับราคาขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆทั้งนี้ การเจรจากับลูกค้าต่างประเทศ อคส. จะเจรจาซื้อขาย เฉพาะกับภาคเอกชนอย่างเดียว โดยจะไม่เจรจาในการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนการขายข้าวก็จะไม่เน้นขายข้าวถุงยี่ห้อของ อคส. แต่จะระบายเป็นกระสอบล็อตใหญ่"ในอดีตผู้บริหาร อคส. ไม่เคยขายข้าวมาก่อน แต่ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ในการออกไปหาออเดอร์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะช่วยในการระบายข้าวในอนาคตได้ด้วย เบื้องต้นก็ค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าต่างประเทศ ส่วนสาเหตุที่ไม่เน้นการระบายตลาดในประเทศเพราะมีกลไกการจำหน่ายอยู่หลายช่องทางอยู่แล้ว และหากเน้นระบายในประเทศก็ได้ไม่มากเหมือนกับต่างประเทศ"ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า ขณะนี้รัฐบาล และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังหาทางช่วยเหลือชาวนาอย่างเร่งด่วน เพราะ รู้ดีว่าชาวนากำลังเดือดร้อนมาก หากที่สุดแล้ว รัฐบาลยังไม่สามารถหาเงินช่วยเหลือชาวนาได้ อคส.ได้เสนอ กระทรวงพาณิชย์ ว่า อคส. พร้อมจะทยอยคืนข้าวให้ชาวนาทันที หากชาวนาต้องการข้าวแบบเร่งด่วน โดยสามารถให้โรงสี และผู้ส่งออก มาประมูลขายต่อได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อคส.เร่งขายข้าวหาเงินใช้หนี้

  • แนะรัฐเยียวยาจิตใจชาวนา

    แนะรัฐเยียวยาจิตใจชาวนา

    นายประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส และประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องรีบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยมองว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า คือ ต้องเร่งรักษาสุขภาพจิตใจของชาวนา ด้วยการให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเยียวยา จากนั้นควรนำกองทุนที่มีอยู่ในแต่ละชุมชนมาช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในเบื้องต้น ก่อนที่รัฐบาลต้องเร่งหาเงินมาชดใช้ให้กับเกษตรกรโดยเร็วที่สุด ส่วนแนวทางในการแก้ไขแบบถาวร เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปการบริหารประเทศที่ดี โดยจัดสรรและโอนให้กับชุมชนเป็นผู้จัดสรรให้กับคนในชุมชนเอง อย่างน้อยครอบครัวละ 1-2 ไร่ น่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน “จะไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ ทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลางอย่างแน่นอน แม้จะเป็นบุคคลที่มีหลายฝ่ายเสนอรายชื่อว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากมีอายุมากแล้ว โดยยืนยันว่ายังไม่ได้รับการติดต่อทาบทามจากฝ่ายใดเลย” ด้านนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นสภาเกษตรกรฯจะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของรัฐบาลเพื่อนำมาใช้จ่ายให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินในขณะนี้ โดยรัฐบาลควรประสานงานไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดสรรสินเชื่อเพิ่มเติมให้กับเกษตรกร โดยรัฐบาลรับผิดชอบในการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยให้กับชาวนา ขณะเดียวกันอาจต้องใช้งบกลางภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรี เข้ามาเยียวยาวชาวนา เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เนื่องจากตอนนี้ชาวนาที่ไม่ได้รับเงินทั้งหมดกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักที่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาลเอง  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะรัฐเยียวยาจิตใจชาวนา