เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ห่วงเกษตรกรล่มหลังเปิดเออีซี

    ห่วงเกษตรกรล่มหลังเปิดเออีซี

    นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 57 เรื่องอนาคตประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดโดยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ เป็นห่วงเกษตรกรไทย ที่เป็นรายย่อย ซึ่งมีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ อาจต้องล่มสลายลง ภายหลังเปิดประชาคมอาเซียนในปี 58 เพราะเกษตรกรกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ข้อมูลว่าประชาคมอาเซียนคืออะไร จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการวางแผนปลูกพืชผลทางการเกษตร อาจมีประเทศคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า จนในที่สุดเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้“ตอนนี้ ต้องให้เกษตรกรรู้ข้อมูลในปีหน้า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ปรับตัวจะเป็นอย่างไร เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มนี้ไม่ล่มสลาย ต้องรู้ว่า ปลูกอะไร แล้วขายได้ เช่น ปลูกมะม่วงพันธุ์ดี ที่มีราคาแพง ไม่มีประเทศไหนเป็นคู่แข่ง ปลูกข้าวพันธุ์ที่ประเทศอื่นไม่มี ไม่ใช่ไปปลูกเหมือนคู่แข่ง หรือส่งเสริมการทำปศุสัตว์ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแนวทางนี้ เป็นตัวอย่างที่เกษตรกรควรจะรู้ แล้วปรับตัวให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อทำให้เศรษฐกิจกลับมาดี”ทั้งนี้ สภาเกษตรกรฯ เตรียมเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ให้รัฐบาลใหม่พิจารณา โดยแบ่งแนวทางการแก้ปัญหา เป็น 2 ระดับ คือ นโยบายระดับเศรษฐกิจมหภาค ที่จะใช้แข่งขันกับนานาประเทศ และนโยบายเศรษฐกิจรากหญ้า ระดับชนบท ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่กับการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม และต้องนำไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะเดียวกัน ยังต้องแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นระบบ ทั้ง การจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร การจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน และแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับคนชนบท รวมถึงการแก้ปัญหาทางการคลังที่สมดุลมากขึ้นด้วยด้านนายประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส และประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า การเติบโตของไทย ไม่ใช่โตแค่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญ กับปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นด้วย ว่าได้รับการปรับแก้ไขให้ลดลงไปจากไทยจริงหรือไม่ เพราะหากการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัว แต่ประชากรกว่า 99% ของประเทศ ไม่มีความกินดีอยู่ดีขึ้น ก็ถือว่าไม่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน โดยแนวทางในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืนของไทย คือ การคืนอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ให้ประชาชนปกครองกันเอง ชุมชนจัดการบริหารกันเอง ซึ่งมองว่า เป็นแนวทางที่ดีกว่าการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เช่น ปัจจุบัน ที่ทำให้เกิดปัญหาการคอร์รัปชั่นจากคนที่มีอำนาจจนกลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห่วงเกษตรกรล่มหลังเปิดเออีซี

  • เอไอเอสขายไอโฟนไม่ถึงหมื่นงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซโป

    เอไอเอสขายไอโฟนไม่ถึงหมื่นงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซโป

    รายงานข่าว เปิดเผยว่า  เอไอเอส 3G 2100 เอาใจสาวกสมาร์ทดีไวซ์เตรียมขน สมาร์ทโฟน รองรับ 3 G  หลายรุ่น พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่น  ภายในงาน “Thailand Mobile Expo2014”  ตั้งแต่วันที่ 13 – 16กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เช่น  ไอโฟน 4 เอส  8 กิกะไบต์   ราคา 9,500บาท จากปกติ 14,900 บาท เพียงชำระค่าแพ็กเกจ ไอโฟน XL 670บาท นาน 5 เดือน   ไอโฟน 5 ซี   โปรโมชั่น ใช้ฟรีไอโฟน แพ็กเกจ XL670 บาท นาน 5 เดือน พร้อมรับฟรีเพาเวอร์แบงค์    5200 มิลลิแอมป์ มูลค่า 750บาท ซัมซุง กาแล็คซี่ แกรนด์ 2  ส่วนลดแพ็กเกจรายเดือน 3GiSmart 50% จาก 799บาท เหลือ 399 บาท นาน 6เดือน   โนเกียลูเมีย  1520  ส่วนลดแพ็กเกจรายเดือน 3GiSmart 50% จาก 999บาท เหลือเพียง 499 บาท นาน 6เดือน ส่วนซัมซุง จะเน้นแนะนำการใช้งานเทคโนโลยีNFC หรือ Near Field Communication  เพราะทำให้สมาร์ทโฟนสามารถใช้แทนกระเป๋าสตางค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังแนะนำสมาร์ทโฟน   จอใหญ่  กาแล็คซี่ แกรนด์ 2 และ กาแล็คซี่โน้ต 3 รุ่น  4G LTE   พร้อมโปรโมชัน  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอสขายไอโฟนไม่ถึงหมื่นงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซโป

  • “บาร์เทอร์คาร์ด” รุกระบบไอทีรับลูกค้าในยุคดิจิทัล

    “บาร์เทอร์คาร์ด” รุกระบบไอทีรับลูกค้าในยุคดิจิทัล

    น.ส.เรวดี วัฎฎานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บาร์เทอร์คาร์ด (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า บาร์เทอร์คาร์ดมีจุดแข็งอยู่ที่ธุรกิจทุกประเภทสามารถเชื่อมโยงได้หมดภายใต้ระบบการแลกเปลี่ยนซึ่งในปีนี้ บาร์เทอร์คาร์ด ลงทุนหลายล้านบาทเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ได้มาตรฐานระดับโลกทั้งเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน เพื่อให้ธุรกรรมการแลกเปลี่ยนทางการค้าโดยไม่ใช้เงินสดระหว่างธุรกิจทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ รวมถึงระหว่างประเทศ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกทุกที่ ทุกเวลาอย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัทฯได้มีการปรับปรุงทางด้านเทคโนโลยี ทั้งบริการออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.bartercard.co.thโดยเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่เข้าใจง่าย และบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบเทรด หรือไม่เคยใช้บริการของบาร์เทอร์คาร์ดมาก่อนรวมทั้งยังคงฟังก์ชั่นพื้นฐาน การเทรดสินค้าและบริการแบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการค้นหารายชื่อสมาชิกที่ครอบคลุมกว่า 35,000 ธุรกิจทั่วโลก สำหรับสมาชิกปัจจุบันของ บาร์เทอร์คาร์ดนอกจากนี้ บริษัทฯยังให้ความสำคัญกับการทำธุรกรรมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ด้วยการพัฒนา บาร์เทอร์คาร์ดโมบาย แอพพลิเคชั่น (BartercardMobile Application) สำหรับระบบปฏิบัติการณ์ ไอโอเอส (iOS), แอนดรอยด์ (Android) และวินโดว์โฟน(Windows Phone) ที่โดดเด่นด้วยบริการค้นหาสมาชิกในพื้นที่ใกล้เคียงค้นหารายการโปรด แสดงยอดบัญชีคงเหลือ และดำเนินการชำระเงินให้ผู้ขายได้ทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลในปัจจุบันมากที่สุด บนมาตรฐานระดับโลกทั้งในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งนี้ บาร์เทอร์คาร์ดนับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านการให้บริการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยไม่ต้องใช้เงินสด ในรูปแบบ Business to Business (หรือ B2B) ช่วยลดต้นทุนด้านเงินสด และค่าใช้จ่ายต่างๆโดยในปี 2557 นี้ บริษัทฯได้เตรียมปรับกลยุทธ์สู่การให้บริการด้านไอทีเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มสมาชิกใหม่ที่คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกเป็นจำนวนมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “บาร์เทอร์คาร์ด” รุกระบบไอทีรับลูกค้าในยุคดิจิทัล