ข่าวจากเฟซบุ้ก(Facebook) แจ้งว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพด้านการเชื่อมต่อผู้คนและประโยชน์การใช้งานด้านต่างๆ ของ Facebook สู่โลกมากขึ้น Facebook ประกาศข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการของ WhatsApp ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นบริษัทด้านแพลตฟอร์มการสื่อสารผ่านมือถือที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การซื้อกิจการครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมการจ่ายเป็นเงินสด 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจ่ายเป็นหุ้นของ Facebook มูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อตกลงครั้งนี้ยังรวมถึงการมอบหุ้นแบบจำกัดจำนวนให้แก่ผู้ก่อตั้งและพนักงานของ WhatsApp เพิ่มอีกเป็นมูลค่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะครอบคลุมเป็นเวลา 4 ปี “WhatsApp เป็นช่องทางที่เชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกถึง 1 พันล้านคน การให้บริการที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขนาดนี้นับเป็นสิ่งที่มีมูลค่าอย่างมหาศาล ผมรู้จักแจนมาเป็นเวลานาน และก็ตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเขาและทีมงาน เพื่อร่วมกันเปิดโลกให้กว้างขึ้น และเชื่อมต่อกันมากขึ้น” มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเฟซบุ้กกล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : Facebook ซื้อกิจการ WhatsApp
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

Facebook ซื้อกิจการ WhatsApp
-

พนักงานออมสินชุมนุมขับไล่ “บอร์ด-วิศิษฐ์”
ที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารออมสิน เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานธนาคารออมสินได้รวมตัวกันชุมนุม เพื่อกดดันให้คณะกรรมการออมสิน (บอร์ด) ให้ลาออก เนื่องจากเหตุผลทำให้ธนาคารวิกฤติที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมาในรอบ 100 ปี เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)พร้อมทั้งออกแถลงการณ์พนักงาน-ผู้บริหาร ธนาคารออมสิน ฉบับที่ 1 ขับไล่นายวิศิษฐ์ วิศิษฐ์สรอรรถ ให้ออกจากการเป็นกรรมการธนาคารออมสินด้วยโดยในวันเดียวกันนี้ บอร์ดได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ ใบลาออกของ วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผอ.ออมสินด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พนักงานออมสินชุมนุมขับไล่ “บอร์ด-วิศิษฐ์” -

ประธานบอร์ดทอท.แจงต่อหน้าพระรูป ร.5
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการทอท.ประจำเดือนก.พ. โดยอาจจะมีเรื่องพิจารณาการนำเงินไปช่วยชาวนา ด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทั้งนี้ก่อนการประชุม น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการ ทอท. ได้นำพนักงานกล่าวปฏิญานต่อหน้าพระรูป ร.5 จะไม่นำเงินไปซื้อบอนด์ เพื่อชำระหนี้ค่าจำนำข้าวของรัฐบาล และชี้แจงต่อหน้าพนักงาน โดยยืนยันว่า แม้ว่าตนเองจะมาจากการเมือง แต่จะไม่ดำเนินการอะไรที่ขัดแย้งกับความต้องการของพนักงาน ทั้งนี้ ยอมรับว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรมว.คลัง ได้ติดต่อให้ ทอท.ซื้อบอนด์ชำระหนี้ค่าจำนำข้าว แต่ ทอท. ปฏิเสธเนื่องจากได้รับผลตอบแทนเพียง2.6% ซึ่งต่ำกว่าการฝากเงินกับธนาคารที่ได้ดอกเบี้ย 3-4% รวมทั้งระเบียบองค์กรยังกำหนดให้นำเงินไปลงทุนโดยยึดผลตอบแทนที่สูงสุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประธานบอร์ดทอท.แจงต่อหน้าพระรูป ร.5