เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • กลุ่มสามารถฯวางขายกล่องดูทีวีดิจิตอล

    กลุ่มสามารถฯวางขายกล่องดูทีวีดิจิตอล

    มั่นใจสิ้นปีขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้  2 ล้านกล่อง อานิสงส์จากการแจกคูปองของ กสทช. ระบุ ลูกค้าทีวีเก่าสามารถดูได้ ในคุณภาพความคมชัดเท่าเดิม  นายทวี อุดมกิจโชติ กรรม การผู้จัดการ บริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด ในเครือ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คาดว่าสิ้นปีนี้จะขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล (เซตท็อปบ็อกซ์) ได้ 2 ล้านกล่อง จากปัจจุบันที่ขายไปแล้ว 5 หมื่นกล่อง หลังจากเปิดตัวตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว หากยอดขายเป็นไปตามเป้าจะทำให้สิ้นปีสามารถวิศวะมีรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท ทั้งนี้ ตลาดกล่องทีวีดิจิตอลจะโต 20 ล้านกล่อง สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าจะมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจกคูปองกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ ให้ครัวเรือนจำนวน 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ และการออกคอนเทนต์ใหม่ ๆ ของผู้ประมูลทีวีดิจิตอล จะทำให้ประชาชนสนใจและหันมาใช้กล่องของกลุ่มสามารถที่มีความพร้อมและประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัท จะออกกล่องรับสัญญาณพร้อมเสาสัญญาณ (ก้างปลา) ในราคาที่ กสทช.กำหนดตามคูปอง เพื่อให้ลูกค้าใช้ของที่มีประสิทธิ ภาพมากที่สุด “การใช้งานกล่องของ สามารถทำได้ง่ายและใช้งานได้กับทีวีทุกรุ่น แม้รุ่นปัจจุบันที่ไม่รองรับทีวีดิจิตอล แต่ภาพความคมชัดก็จะได้เท่าเดิม ขึ้นกับทีวีที่รองรับด้วย โดยลูกค้าที่ไม่รอคูปองจาก กสทช.ก็สามารถซื้อกล่องรุ่น สตรอง (Strong) ในราคา 1,359 บาท และจะออกมาอีกรุ่นในช่วงสัปดาห์หน้าในราคาเบื้องต้น 1,450 บาท โดยแนะนำให้ใช้เสาสัญญาณของสามารถที่มีดีไซน์ทันสมัยในราคาตั้งแต่ 290-590 บาท และไตรมาส 3/57 จะออกกล่องแอนดรอยด์ รับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นราคากล่องละ 3,000 บาท” นายทวี กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กลุ่มสามารถฯวางขายกล่องดูทีวีดิจิตอล

  • ฟิทช์ฯวิตกคนแห่ถอนเงิน ออมสินรับมือได้แค่ระยะสั้น

    ฟิทช์ฯวิตกคนแห่ถอนเงิน ออมสินรับมือได้แค่ระยะสั้น

    รายงานข่าวจาก ฟิทช์ เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิต) เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ฝากเงินได้ถอนเงินฝากกับธนาคารออมสิน ว่า ขณะนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงปัญหาทางการเมือง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบธนาคารและการเงินของประเทศไทย แม้สภาพคล่องของออมสินและการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือองค์กรรัฐอื่น จะสามารถเผชิญกับความเสี่ยงได้ในระยะสั้น แต่หากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่มีความชัดเจนที่สิ้นสุดลงเมื่อไร และการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลให้ความเสี่ยงของระบบธนาคารและการเงินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น   “ฟิทช์มองว่าความไม่สงบทางการเมืองได้ส่งผลให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ และส่งผลต่อเนื่องให้ความเสี่ยงของธนาคารไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ปริมาณการถอนเงินฝากออกจากธนาคารจะยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ ที่รายงานว่าเงินฝากที่ไหลออกสุทธิเมื่อวันที่ 17 ก.พ.57 ประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารมีฐานเงินฝากรวมอยู่ที่ 1.724 ล้านล้านบาท” อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้การถอนเงินฝากเพิ่มขึ้นจากธนาคารรัฐแห่งอื่น อาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่สำคัญที่จะส่งผลให้ธนาคารรัฐมีภาระที่จะต้องกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารมากขึ้น และอาจรวมไปถึงการกู้ยืมเงินจากธนาคารกลาง โดยเชื่อว่าในระยะสั้นภาครัฐน่าจะสามารถป้องกันและบริหารจัดการความท้าทายในด้านสภาพคล่องของธนาคารรัฐได้ นายสุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สิ่งที่ ฟิทช์ฯออกมาระบุ เพียงต้องการเตือนธนาคารออมสินให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงว่าเกิดการฝากหรือถอนเท่าไหร่ เพื่อให้รับทราบข้อมูลที่ตรงกัน โดยมองว่ากรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อการประเมินเครดิตของประเทศ เพราะเป็นเพียงเรื่องภายในของธนาคารเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารออมสินยังมีเครดิตที่ดี เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีรัฐบาลค้ำประกัน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟิทช์ฯวิตกคนแห่ถอนเงิน ออมสินรับมือได้แค่ระยะสั้น

  • พิษการเมืองฉุดประกันภัยทรัพย์สินวูบ

    พิษการเมืองฉุดประกันภัยทรัพย์สินวูบ

    นางโสภา กาญจนรินทร์ ประธานบริหาร บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หากเหตุการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อจะทำให้การเติบโตธุรกิจประกันภัยชอละตัวลง โดยปีนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คาดการณ์ไว้ว่าประกันวินาศภัยจะเติบโต 12% จากปีที่ผ่านมาโตประมาณ 15% เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลหยุดชะงัก เช่น  ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน  2 ล้านล้าน และการบริการจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท   ขณะที่ยอดขายรถยนต์ใหม่ลดลง ผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการก่อสร้างทำให้การรับประกันภัยทรัพย์สินของอุตสาหกรรมในปีนี้ลดลง  “  การแข่งขันของธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้จะรุนแรง และเข้มข้นมากขึ้น เพราะตลาดมีเค้กจำกัด แต่ผู้ประกอบการประกันวินาศภัยทุกคนมีเป้าหมายต้องทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้   ซึ่งในส่วนของบริษัทเน้นลูกค้าองค์กรเป็นหลัก โดยรับประกันภัยผ่านบริษัทโบรกเกอร์ ไม่มีการขายผ่านตัวแทน ทั้งนี้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมไว้ที่ 1,700 ล้านบาท หรือเติบโต 15 % แบ่งเป็นเบี้ยประกันจากลุ่มธุรกิจองค์กร 1,300 ล้านบาท และเบี้ยประกันจากผลิตภัณฑ์รายย่อย 400 ล้านบาท  ส่วนผลการดำเนินงานในปี 56 เบี้ยรับรวมอยู่ที่ 1,481 ล้านบาท  เติบโต 17 % แบ่งเป็นเบี้ยประกันทรัพย์สิน 723 ล้านบาท เบี้ยประกันรถยนต์ 279 ล้านบาท ประกันเบ็ดเตล็ด 183 ล้านบาท ประกันวิศวกรรม 129 ล้านบาท ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 134 ล้านบาท และประกันภัยการขนส่งทางทะเล 33 ล้านบาท”  นายณัฐวุฒิ  งานภิญโญ ประธานบริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัทฟอลคอนประกันภัย กล่าวว่า บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ หรือรีอินชัวร์รันส์ เริ่มเข้ามารับประกันภัยทรัพย์สินในไทยมากขึ้น  หลังจากเกิดวิกฤติการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 54 ที่ผ่านมาที่รีอินชัวร์รันส์ปฎิเสธรับประกันภัยจากไทย  เพราะเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ขณะที่ราคาการรับประกันภัยในปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง  เช่น การรับประกันภัยทรัพย์สินคอนโดมิเนียม มีอัตราค่าเบี้ยลดลงเกิน 10 % แต่ราคาเบี้ยประกันที่ปรับลดลงแล้ว ก็ยังสูงกว่าเบี้ยประกันก่อนเกิดวิกฤติน้ำท่วมใหญ่    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองฉุดประกันภัยทรัพย์สินวูบ