เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • กสิกรไทยรุกบัตรเดบิตเปิดตัวเฮลโลคิตตี้

    กสิกรไทยรุกบัตรเดบิตเปิดตัวเฮลโลคิตตี้

    นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย  เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าออกบัตรเดบิตใหม่ปีนี้อีก 5 ล้านใบทำให้สิ้นปีมีบัตรเดบิตกว่า 11 ล้านใบ โดยเน้นขยายฐานร้านค้ารับบัตร เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้บัตรในการซื้อของเพิ่มขึ้น  เช่น เมนูพิเศษกับร้านค้าแมคโดนัลด์  การทำตั๋วหนังราคาพิเศษกับเครือเมเจอร์ เอสเอฟ  เพราะต้องการกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นอีก 70% หรือคิดเป็นมูลค่า 50,000 ล้านบาท จากในปี 56 อยู่ที่ 33,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับให้ธนาคารเป็นผู้นำบัตรเดบิตที่มียอดใช้จ่ายบัตรสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของสถาบันการเงินในอาเซียน จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 3  ขณะที่อันดับ 1 เป็นสถาบันการเงินของอินโดนีเซียนอกจากนี้จะขยายช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะปัจจุบันมีการทำรายการผ่อนอีคอมเมิร์ซเติบโตถึง 50% ในกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนทำงาน  ทั้งนี้ในไตรมาส 1/57 ได้เปิดตัวบัตรเดบิตเฮลโล คิตตี้  ซึ่งเป็นบัตรเดียวที่สามารถใช้ได้ที่ตู้เอทีเอ็ม การใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่ร่วมโครงการกับธนาคาร  ร้านค้าออนไลน์หรือเว็บไซต์  เพราะหลังจากที่เปิดตัวในช่วง2 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อฉลองครบรอบ 40  ของเฮลโล คิดตี้จึงออกบัตรเดบิตให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของ 3 ลาย คือลายลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่บริษัท ซานริโอออกลายขึ้นมาใหม่เป็นลายที่ใช้กับธนาคารเพียงแห่งเดียวเท่านั้น  และเค-มายเดบิต  เป็น ลายเฮลโล คิตตี้ควงคู่มากับดาเนียล  และเค-แม็กซ์ เดบิต การ์ด เป็นรูปเฮลโล คิตตี้ กับผลเชอรี่แดง  ตั้งเป้าการออกบัตรแคมเปญนี้ไว้ที่ 500,000 ใบ   โดยลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญนี้เพียงจ่ายค่าแรกเข้าและค่าธรรมเนียม 2,000 บาท จะได้รับกระเป๋าเดินทาง สมุดบัญชี และซองพาสติกอเนกประสงค์เป็นลายเดียวกัน  เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ใช้บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตรวมประมาณ 57ล้านใบ แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็มประมาณ 15 ล้านใบและบัตรเดบิตประมาณ 42 ล้านใบมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตในประเทศปี 56 อยู่ที่ประมาณ 98,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสิกรไทยรุกบัตรเดบิตเปิดตัวเฮลโลคิตตี้

  • เตือนร้านค้าระวังแสตมป์บุหรี่ปลอม

    เตือนร้านค้าระวังแสตมป์บุหรี่ปลอม

    นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ สมาคมฯ เป็นกังวล เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าบุหรี่ที่รับซื้อมาเป็นแสตมป์ยาสูบปลอม เพราะตามกฎหมายแล้ว หากร้านค้ามีบุหรี่แสตมป์ปลอมจะต้องโดนดำเนินคดีเสียค่าปรับจำนวนมาก โดยช่วงที่ผ่านมาได้มีการแจ้งจากร้านค้าในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าตรวจร้านและโดนจับปรับจากบุหรี่นำเข้าราคาถูกที่ติดแสตมป์ปลอม ส่งผลให้บางร้านมีมูลค่าที่ถูกปรับสูงถึง 1.5 ล้านบาท “ปัจจุบันมีการนำเข้าบุหรี่ราคาถูกยี่ห้อใหม่ๆ เข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะส่วนใหญ่ร้านค้าได้ถูกปรับแสตมป์ยาสูบปลอมจากบุหรี่ราคาถูกที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงร้านขายส่ง ร้านโชว์ห่วย และร้านสะดวกซื้อควรระมัดระวังกรณีดังกล่าว ซึ่งสมาคมฯ ขอเตือนให้ร้านค้าระมัดระวังในการซื้อสินค้าจากแหล่งที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มีราคาถูกมากอย่างเหลือเชื่อ เพราะอาจเป็นสินค้าที่ติดแสตมป์ยาสูบปลอม โดยควรซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายที่ไว้ใจได้เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนจับปรับ เนื่องจากโทษปรับนั้นสูงถึง 15 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบ” ทั้งนี้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบแสตมป์ปลอม โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี อาจเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่ไม่ได้ปิดแสตมป์ โดยมีโทษปรับ 50 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด (มาตรา 50) นอกจากนี้ หากรู้ว่าแสตมป์นั้นเป็นแสตมป์ยาสูบปลอมหรือแสตมป์ใช้แล้วและเจตนาใช้แสตมป์ยาสูบปลอมหรือแสตมป์ใช้แล้วนั้น จะมีความผิดภายใต้พ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้วเพื่อขายหรือนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้ว  โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 53) อย่างไรก็ตาม  หากเป็นบุหรี่ปลอมก็จะมีความผิดในเรื่องการใช้เครื่องหมายการค้าปลอม ภายใต้พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) และมาตรา 108 ซึ่งห้ามมิบุคคลใด จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอม หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกัน หากร้านค้าสงสัยว่าสินค้าที่รับซื้อมาเป็นแสตมป์ยาสูบปลอม ร้านค้าสามารถติดต่อสอบถามที่สายด่วนสรรพสามิต 1713  และในกรณีมีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเข้าตรวจสอบแสตมป์ยาสูบที่ร้านค้า  ข้อแนะนำเบื้องต้นคือ ต้อง ขอดูบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ให้ ทำเครื่องหมายที่ผลิตภัณฑ์ก่อนเจ้าหน้าที่เก็บไปตรวจสอบ และขอให้เจ้าหน้าที่ลงนามในเอกสารแสดงวันที่และจำนวนตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่นำไปตรวจสอบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนร้านค้าระวังแสตมป์บุหรี่ปลอม

  • ทีโอที ผนึก เอไอเอส เดินหน้า 3จีเฟส2

    ทีโอที ผนึก เอไอเอส เดินหน้า 3จีเฟส2

    นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีโอที ได้ลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เพื่อผลักดันโครงการ 3 จี เฟส 2 มูลค่า 3 หมื่นล้านบาทใหัเกิดขึ้น หลังจากโครงการนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างอย่าง อาทิ การรอรัฐบาลชุดใหม่มาอนุมัติ เป็นต้นทั้งนี้ ในการเปิดให้พันธมิตรซึ่งเป็นคู่สัมปทานของทีโอทีอยู่แล้วเป็นผู้ลงทุนโครงการ 3 จี เฟส 2 จะช่วยให้ทีโอทีไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการหาแหล่งเงินกู้มาลงทุนเอง เพราะขณะนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากโครงการ 3 จี เฟสแรก จำนวน 5,320 สถานี มากพอแล้ว นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรเอกชนอีก 2 รายใหญ่ คือ บริษัท สามารถ ไอโมบาย จำกัด (มหาชน) ที่จะทำตลาดโครงการ 3 จี เฟสแรก และ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์และโครงข่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมให้กับทีโอที เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร อย่างไรก็ตาม การเร่งหาพันธมิตรเป็นหนึ่งในแผนพลิกฟื้นองค์กรหลังทีโอทีต้องประสบปัญหาด้านรายได้จากสัมปทานที่เคยได้รับปีละกว่า 2หมื่นล้านบาทหายไป เนื่องจากต้องนำส่งคณะกรรมการกิจการกระจาบเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะให้เอไอเอสเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีฐานเพื่อให้ทีโอทีเช่าใช้ โดยมีอายุสัญญาเบื้องต้น 1 ปี ซึ่งเอไอเอสอาจลงทุนเพียงบางส่วนจากทั้งหมด 1.5 หมื่นสถานีฐาน พร้อมทั้งสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ของทีโอที ด้วยสำหรับสัญญาดังกล่าวจะเป็นลักษณะเดียวกับสัญญาให้บริการ 3จี ทรูมูฟเอช ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทึ่ทำกับ กลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ทรูเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีฐานผ่าน บริษัท บีเอฟเคที และ ให้กสท เช่าใช้สถานีฐานดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้เสนอแผนดังกล่าว ให้ทางทีโอทีพิจารณาเช่นเดียวกัน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีโอที ผนึก เอไอเอส เดินหน้า 3จีเฟส2