นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า จากกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศจะยกระดับการชุมนุมพุ่งเป้าโจมตีธุรกิจของตระกูลชินวัตรทั้งหมด โดยเฉพาะ เอไอเอส (ADVANC) และ เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) และเตือนให้นักลงทุนรีบขายหุ้นบริษัทเหล่านี้ออกให้หมดนั้นทั้งนี้ เอไอเอส เชื่อว่านักลงทุนเข้าใจ และทราบถึงการดำเนินธุรกิจของเอไอเอส ที่สำคัญในการพิจารณาตัดสินใจของนักลงทุน ทั้งการซื้อ หรือลงทุนในหุ้นแต่ละตัว นักลงทุนต้องศึกษาและพิจารณาแล้วว่า หุ้นขององค์กรและบริษัทนั้นมีความแข็งแกร่ง มีแผน นโยบาย มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ มีธรรมาภิบาล เป็นไปตามกฎระเบียบ ขั้นตอนการดูแล การตรวจสอบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย"นักลงทุนสามารถตรวจสอบผลการดำเนินงาน รายได้ หรือแม้แต่รายชื่อผู้ถือหุ้น ของเอไอเอส นักลงทุนก็ตรวจสอบได้จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา เอไอเอสยังคำนึงถึงผลประกอบการ รายได้ การปันผล และดูแลเอาใจใส่ผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ บริษัท เชื่อว่าหุ้นของ เอไอเอส มีคุณสมบัติ มีความพร้อมที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน" นายวิเชียร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอส แจง หลัง กปปส.แนะนักลงทุนขายหุ้น
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

เอไอเอส แจง หลัง กปปส.แนะนักลงทุนขายหุ้น
-

ยื่นลงทุนอีโคคาร์เฟส 2 ยังเงียบ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใด ยื่นขอส่งเสริมกาาลงทุน ผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ระยะ2 (อีโคคาร์ เฟส2) ซึ่งจะหมดเวลายื่นขอส่งเสริมลงทุนภายในวันทึ่ 31 มี.ค. 57 คาดว่า ผู้ประกอบการรอความชัดเจนในการพิจารณาว่า การลงทุนคุ้มค่า มีตลาดรองรับเพียงพอหรือไม่ พร้อมกับหาข้อมูลการลงทุนให้มากที่สุด เนื่องจากต้องลงทุนมูลค่าหลายพันล้านบาท และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะยุติอย่างไร“ล่าสุดได้หารือกับเอกชน พบว่า ยังมั่นใจในศักยภาพการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เพราะนอกจากจะมีการผลิตรถยนต์แล้ว ยังมีการผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่สร้างมูลค่ามหาศาล โดยเชื่อว่าปี 60 ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 3 ล้านคัน ตามเป้าหมายที่รัฐบาล และเอกชนวางไว้ เพราะจะมีการผลิตรถยนต์ที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ที่เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนในปัจจุบัน อย่างรถกระบะขนาดไม่เกิน1ตัน รถยนต์อีโคคาร์1 รวมทั้งรถยนต์นั่งที่ทำตลาดในปัจจุบัน”นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 58 จะมีการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ 2 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่บีโอไอมีนโยบายสนับสนุนและเคยนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตัวอย่างมาให้ผู้ผลิตรถยนต์ไทยศึกษาเป็นตัวอย่าง ทางผู้ผลิตรถยนต์ทั้งญี่ปุ่นและยุโรปจึงรอให้บีโอไอประกาศส่งเสริมลงทุนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีความสนใจจะผลิต เพราะเทคโนโลยีมีความพร้อมแล้วสำหรับปี 57 คาดว่า ไทยจะผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 2.55 ล้านคัน แบ่งเป็น รถยนต์เพื่อส่งออก 1.2-1.3 ล้านคัน และรถยนต์เพื่อขายในประเทศ 1.2-1.3ล้านคัน ใกล้เคียงกับการส่งออก โดยตลาดส่งออกมีโอกาสมากขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และจีนดีขึ้น และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยังสามารถส่งออกรถยนต์อีโคคาร์ 1 ไปยังตลาดใหม่อย่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ขณะที่ตลาดในประเทศน่าจะทรงตัวมาจากปี 56นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปกติการยื่นขอส่งเสริมลงทุนผลิตรถยนต์นั้น ผู้ประกอบการจะมายื่นในช่วงท้าย หรืออาจเป็นวันสุดท้ายก็ได้ เนื่องจากผู้ผลิตเกรงว่า ข้อมูลของบริษัทจะรั่วไหล โดยมั่นใจว่า ผู้ผลิตรถยนต์ จะยื่นขอลงทุนอีโคคาร์ 2 ไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย ตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ออกมาตรการช่วงแรก มูลค่าลงทุนหลายหมื่นล้านบาท โดยการยื่นลงทุน จะไม่สามารถเปลี่ยนใจได้ และหากได้บัตรส่งเสริมการลงทุนแล้ว จะสามารถเดินหน้าลงทุนได้ภายในปี 62
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยื่นลงทุนอีโคคาร์เฟส 2 ยังเงียบ -

หุ้นไทยวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดร่วง 5.21 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 ก.พ. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นได้ทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็ยืนบวกได้ช่วงเช้า แต่พอเปิดตลาดภาคบ่ายเริ่มอ่อนตัวลงตามแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศส่งผลให้หุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่ 1,318.55 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,332.55 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,321.00 จุด ลดลง 5.21 จุด หรือ 0.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30,793.32 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1. เอไอเอสปิดที่ 217.00 บาท ลดลง 2.00 บาท 2. ทอท. ปิดที่ 188.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 3. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 172.50 บาท ลดลง 3.50 บาท 4. จัสมิน ปิดที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 5. อินทัช ปิดที่ 73.75 บาท ลดลง 1.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดร่วง 5.21 จุด