นายวิเชียรพวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้หารือกับสมาคมโรงสีข้าวไทยและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวนา โดยได้ข้อสรุปแนวทางช่วยเหลือออกมา3 แนวทาง คือ การเชิญชวนให้ชาวนาและพี่น้องประชาชนโยกบัญชีเงินฝากจากสถาบันการเงินอื่นไปฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ ธ.ก.ส.มีเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ช่วยเหลือชาวนา ส่วนแนวทางที่ 2 ให้มีการจัดตั้งกองทุนชาวนาไทยโดยได้เปิดบัญชีออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชื่อ กองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทย เลขที่บัญชี 020033119718 สาขาจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอรับบริจาคจากประชาชนที่สนใจเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวนาที่มีความเดือดร้อนโดยรายละเอียดแนวทางการช่วยเหลือและการใช้เงินจะมีการจัดทำรายละเอียดต่อไป และแนวทางที่3 จะผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารชาวนาไทย เพื่อให้เป็นธนาคารของชาวนาอย่างแท้จริง นายยรรยง พวงราช รมช. พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำ ก็คือการระดมเงินฝากไปช่วย ธ.ก.ส.โดยขอชักชวนให้ประชาชนย้ายบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่ไม่ช่วยชาวนาไปฝากที่ ธ.ก.ส.ซึ่งเป็นธนาคารที่ช่วยชาวนาแทนและตนเองก็จะโยกเงินจากบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่มีอยู่ 2 แบงก์ ไปฝากที่ ธ.ก.ส.เช่นเดียวกันซึ่งการขอความร่วมมือลักษณะนี้เชื่อว่าไม่กระทบต่อวงการสถานการบันเงินแน่นอนเนื่องจากเจ้าเป็นสิทธิ์ของบัญชีที่จะฝากเงินที่ไหนก็ได้และที่สำคัญสถาบันการเงินก็มีสภาพคล่องมากมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะประชาชนถอนเงินไปเปิดบัญชี ธ.ก.ส.
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

แนะประชาชนถอนเงินไปเปิดบัญชี ธ.ก.ส.
-

บินไทยปรับตัวแข่งโลว์คอสต์
นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการพาณิชย์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์เส้นทางการบินใหม่ โดยจะให้การบินไทยสมายล์ทำการบินในเส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ แทนการบินไทย เพื่อให้เหมาะสมกับการตลาด ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร พร้อมกับเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.57 เป็นต้นไปปัจจุบันการบินไทยบินเส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ วันละ 1 เที่ยวบิน ขณะที่การบินไทยสมายล์ ทำการบินวันละ 3 เที่ยวบิน แต่ต่อไปการบินไทยสมายล์ จะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 5 เที่ยวบิน และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็นวันละ 6 เที่ยวบิน ในอนาคต ขณะที่การบินไทยจะหยุดทำการบินในเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว“เนื่องจากการบินไทยเป็นสายการบินระดับพรีเมียม และทำการบินในลักษณะเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย ขณะที่การบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นสายการบินลูก ที่การบินไทยถือหุ้น 100% ทำการบินระหว่างจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง จึงเหมาะกับตลาดหาดใหญ่ อีกทั้งยังมีความคล่องตัวในการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินให้เหมาะกับความต้องการของตลาดอีกด้วย เนื่องจากตลาดหาดใหญ่มีการแข่งขันที่รุนแรงจากสายการบินต้นทุนต่ำ ทั้งในด้านราคาและความถี่ของเที่ยวบิน”นายโชคชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา การบินไทยสมายล์ได้รับความนิยมจากตลาดหาดใหญ่เป็นอย่างดี ซึ่งการบินไทยสมายล์ยังมีแผนจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาดและส่งเสริมการขายให้มากขึ้น โดยผู้โดยสารที่ใช้บริการการบินไทยสมายล์ ยังคงใช้บริการในการจองและออกบัตรโดยสาร ผ่านสำนักงานขายของการบินไทย และตัวแทนจำหน่ายของการบินไทยทุกแห่ง นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังคงใช้บริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบินได้เช่นเดิม รวมถึงสมาชิกบัตรทอง รอยัล ออร์คิด พลัสอย่างไรก็ตามการบินไทยไม่มีนโยบายเลิกจ้างพนักงานประจำสนามบินหาดใหญ่ เพราะการบินไทยสมายล์ยังคงต้องใช้บริการภาคพื้นจากการบินไทย และต่อไปหากสภาวการณ์ของตลาด รวมทั้งหากมีปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารเพิ่ม การบินไทยอาจพิจารณากลับมาบินเสริมร่วมกับการบินไทยสมายล์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยปรับตัวแข่งโลว์คอสต์ -

เอคเซนเชอร์ เปิดบริการดิจิทัล ช่วยธุรกิจลูกค้า
วันนี้ (19 ก.พ.) ที่อาคารอับดุลราฮิม สีลม นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ดิจิทัลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้าของบริษัทอย่างมาก ตั้งแต่วิธีการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ประชาชน และซัพพลายเออร์ ไปจนถึงแนวทางการบริหารจัดการบุคลากร ดังนั้น เอคเซนเชอร์ จึงตั้งกลุ่มธุรกิจ เอคเซนเชอร์ ดิจิทัล (Accenture Digital) ซึ่งผสานรวมทรัพยากรดิจิทัล ซอฟต์แวร์ และบริการของบริษัท ครอบคลุมทั้งในส่วนของการตลาดดิจิทัล โมบิลิตี้ และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ลูกค้าใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ บริษัทจะเพิ่มบุคลากรกว่า 10 คน จากปกติอยู่ประมาณ 50 คน เพราะกลุ่มธุรกิจ เอคเซนเชอร์ จะช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เชื่อมต่อและอุปกรณ์พกพาที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน โดยกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกโดยใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำ และเสริมสร้างประสบการณ์และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การเน้นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ถือเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว องค์กรธุรกิจทุกแห่งจะต้องรองรับและขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล กลุ่มบริษัท ได้ลงทุนอย่างจริงจังใน เอคเซนเชอร์ อินเตอร์แอคทีฟ (Accenture Interactive) รวมไปถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลและโมบิลิตี้ และตอนนี้บริษัทกำลังเปิดตัวบริการดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายนนทวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจ เอคเซนเชอร์ ซึ่งรวมเอาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 23,000 คน จะใช้ประโยชน์จากความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของเอคเซนเชอร์ในเทคโนโลยีคลาวด์ การควบรวมระบบ และแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กร รวมไปถึงเครือข่ายการให้บริการทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าผสานรวมเทคโนโลยีดิจิทัลไว้ในทุกแง่มุมขององค์กร และปฏิรูปธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอคเซนเชอร์ เปิดบริการดิจิทัล ช่วยธุรกิจลูกค้า