ที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่18 ก.พ.เวลา10.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการฝากและถอนเงินของประชาชน ที่ธนาคารออมสินเป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีประชาชนที่เชื่อมั่นในธนาคารและไม่เชื่อมั่นต่อการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ เดินทางเข้ามาฝากและถอนอยู่เรื่อยๆ โดยมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการเดินทางเข้ามาฝากเงินทั้งรูปแบบออมทรัพย์และแบบสลากอย่างต่อเนื่องนางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท) กล่าวว่า ในวันนี้มาในฐานะประชาชนซึ่งที่ผ่านมาเป็นลูกค้าของออมสินมาตลอด เมื่อถึงเวลาจะนำเงินมาเก็บในรูปแบบสลากเนื่องจากมีผลตอบแทนที่ดี โดยมีความมั่นใจในฐานะของธนาคารเพราะรัฐบาลค้ำประกันซึ่งการฝากครั้งนี้เป็นเงินส่วนตัวทั้งที่ธปท. ได้มีการติดตามระบบการทำงานของสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด แม้จะมีการถอนและโอนมากผิดปกติในขณะนี้ แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมจะไม่ดำเนินการที่ส่งผลต่อการทำธุรกิจด้านสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิตธนาคารออมสิน ได้ออกแถลงการณ์ขอให้ท่านผู้อำนวยการธนาคารออมสินแสดงความรับผิดชอบ ต่อวิกฤตที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานและลูกค้าที่ระดมถอนเงินฝากทั่วประเทศ จนกระทบต่อความมั่นคบ และภาพลักษณ์ของธนาคารในขณะนี้ เนื่องจากธนาคารออมสินได้ให้กู้อินเตอร์แบงก์กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทำให่เกิดผลกระทบในวงกว้างจากความไม่เข้าใจและเกิดข้อกังขากับผู้ฝากและสาธารณชนทั่วไป แม้ว่าการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวนี้ืไม่ได้เกี่ยวโยงหรือเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวตามที่อ้างก็ตาม แต่เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ความไว้วางใจจากลูกค้าและประชาชนกลับคืนมาสู่ธนาคารออมสิน และได้เรียกร้องให้ผู้บริหาร และบอร์ด แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บอร์ดมีกำหนดการจะประชุมในช่วงบ่าย ที่ธนาคารออมสิน สนญ. แต่ได้ย้ายสถานที่ประชุมไปที่อื่นแทน โดยไม่ได้แจ้งว่าเป็นที่ใด นอกจากนี้ในวันเดียวกันได้มีบรรดาไฮโซระดับแนวหน้าของเมืองไทยได้ช่วยกันสร้างความเชือมั่นด้วยการฝากเงินกับธนาคารออมสินรวมแล้วมีียอดเงินฝากกว่า 1,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ออมสินป่วนสหภาพขอให้ฝ่ายบริหารลาออก
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

แบงก์ออมสินป่วนสหภาพขอให้ฝ่ายบริหารลาออก
-

เทเลนอร์คาดอีก3ปีเยาวชน85ล้านคนทั่วโลกเข้าถึงเน็ตบนมือถือ
เนื่องในวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยมากขึ้นหรือ เซฟเฟอร์ อินเทอร์เน็ต เดย์ (Safer Internet Day) ซึ่งกำหนดไว้เป็นวันที่ 11กุมภาพันธ์ เ ทเลนอร์กรุ๊ป ได้ประมาณการว่า ภายในระยะเวลา 10 ปีตลาดเอเชียจะมีกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500ล้านคน ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกผ่านอุปกรณ์มือถือ โดยเทเลนอร์คาดว่า ช่วงเวลา 3ปีจากนี้ จะมีเยาวชนถึง 85 ล้านคนทั่วโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวเทเลนอร์กรุ๊ปร่วมเป็นหนึ่งพลังที่จะสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเยาวชนเป็นลำดับแรก เนื่องจากเห็นว่า เป็นกลุ่มประชากรซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่อาจประสบกับภัยร้ายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์“กลุ่มเทเลนอร์เข้ามาทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่2 ทศวรรษที่แล้วด้วยความเชื่อว่าโทรศัพท์มือถือเป็นเทคโนโลยีสำหรับทุกคน ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของโมบายล์ อินเทอร์เน็ตเราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกๆ คนสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ด้วยเหตุผลที่ว่า เทคโนโลยีนี้เปิดโลกและโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนทุกกลุ่มในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าเยาวชนให้สามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ซึ่งเคยเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” นายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหารเทเลนอร์กรุ๊ป และเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย กล่าวข้อมูลล่าสุดจากบอสตัน คอนซัลติ้งกรุ๊ป (Boston Consulting Group) เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเยาวชนระบุว่าผู้ใช้งานร้อยละ 8 เคยสมัครใช้บริการโดยที่ไม่ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายผู้ใช้งานร้อยละ 10มีโอกาสที่จะถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ ผู้ใช้งานร้อยละ 20มีโอกาสเข้าถึงขอมูลที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสมและมีกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยจำนวนครึ่งหนึ่งที่อาจเคยโดนกลั่นแกล้งโดยการข่มเหงรังแกผ่านโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) เทเลนอร์กรุ๊ปเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายแรกของโลกที่ทำงานร่วมกับองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล (Interpol) เพื่อสร้างฟิลเตอร์ดักจับเนื้อหาเกี่ยวกับการกระทำผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนโดยบริษัทในเครือเกือบทั้งหมดในยุโรปมีการนำฟิลเตอร์นี้ไปใช้ส่วนในเอเชียเองมีการใช้ฟิลเตอร์นี้แล้วในบังคลาเทศ และปากีสถาน สำหรับประเทศอื่นๆอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมและจะนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับประเทศไทยมีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 14 ปี ประมาณ 14ล้านคน ที่กำลังจะเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรก ซึ่งดีแทค ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเทเลนอร์ เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตรวมถึงการให้ความรู้กับผู้ใช้งานเพื่อให้รู้เท่าทัน นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์Internet for All ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาดีแทคได้ดำเนินโครงการ 1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทยส่งมอบบริการอินเทอร์เน็ตฟรีให้กับโรงเรียนในชนบททั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะมอบให้โรงเรียน200 แห่งในปี 2557และเข้าถึงมากกว่า 2,000 แห่งภายในปี 2559และในปีนี้ยังมีโครงการที่จะเชิญชวนพนักงานร่วมแสดงพลังจิตอาสาโดยการออกไปสอนวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่เหมาะสม (Digital Responsibility)ให้กับเยาวชน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทเลนอร์คาดอีก3ปีเยาวชน85ล้านคนทั่วโลกเข้าถึงเน็ตบนมือถือ -

จิสด้าเตือนภัยแล้งมาเร็ว ร้อนนี้กรุงเทพฯอาจถึง40องศา
ไฟล์-it180257ข่าวจิสด้าเตือนแล้งมาเยือนเร็ว วันนี้(18 กพ.57) รายงานข่าวจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดเผยว่า จิสด้าเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการนำเทคโนโลยีจากดาวเทียมเข้าช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม TERRA / AQUA / MODIS ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลภูมิสารสนเทศอื่นๆเช่น แผนที่ภูมิประเทศ ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ธรณีวิทยา อุทกวิทยา และข้อมูลประชากรโดยนำมาวิเคราะห์ในลักษณะระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถจำแนกระดับความหนักเบาของภัยแล้งและกำหนดขอบเขตของพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถวางแผนป้องกันและเตรียมการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จิสด้า วิเคราะห์แล้วว่าจะมาเร็วกว่าทุกปี เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีอากาศที่หนาวจัดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานภัยแล้ง จึงส่งผลเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรและความเป็นอยู่ของประชาชนด้านอุปโภคและบริโภค ทั้งนี้ภัยแล้งส่วนมากมักเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นผลทำให้พื้นที่การเกษตรในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มได้รับความเสียหาย ประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดังนั้นควรวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะการใช้น้ำเพื่อการเกษตรควรใช้น้ำในช่วงเช้าและเย็นเพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำ ตลอดจนขุดลอกคู คลองและบ่อน้ำบาดาล เพื่อเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์แล้วว่าประเทศไทยที่ต้องเจอ ปรากฏการณ์ “เอลนินโญ่”ที่ระดับรุนแรงในรอบ 10 ปีซึ่งจะทำให้เกิดภาวะร้อนและแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมาและจะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึง40-42 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครน่าจะเกิน 40 องศาเซลเซียส ดังนั้น ปีนี้ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับภาวะร้อนแล้งอย่างแน่นอน ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลภัยแล้งได้ที่ http://modis.gistda.or.th/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จิสด้าเตือนภัยแล้งมาเร็ว ร้อนนี้กรุงเทพฯอาจถึง40องศา