ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 มี.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด โดยระหว่างวันได้อ่อนตัวลงตามแรงเทเขายทำกำไร หลังดัชนีพุ่งขึ้นต่อเนื่องหลายวัน เพราะไร้ผลกระทบจากปัญหาการเมือง จากนั้นในช่วงบ่ายดัชนีก็ฟื้นตัวขึ้นมายืนในแดนบวกได้ดังเดิม ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 1,358.00 จุด และลดลงต่ำสุด 1,351.07 จุด จนมาปิดตลาด 1,355.08 จุด เพิ่มขึ้น 2.87 จุด หรือ 0.21 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 27,782.91 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ทีทีเอ ปิดที่ 21.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท 2. ทอท. ปิดที่ 193.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 4. ปตท. ปิดที่ 292.00 บาท ลดลง 4.00 บาท 5. เอไอเอส ปิดที่ 213.00 บาท ลดลง 2.00 บาท 5. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 177.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 มีนาคม 2557 ปิดบวก 2.87 จุด
เดือน: มีนาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 มีนาคม 2557 ปิดบวก 2.87 จุด
-

สรรพากรไล่บี้แวตสามีภรรยาทำการค้า
รายงานข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่สามีและภริยาร่วมกันประกอบกิจการค้าประเภทใดประเภทหนึ่งและมีรายได้ร่วมกัน ว่า หากกิจการค้าดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) และมีรายได้ทั้งปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มร่วมกัน โดยถือเป็นหน่วยภาษีเดียวกันในนามของสามีและภริยาทั้งสองฝ่าย ตามมาตรา 77/1 (5) มาตรา 77/2 มาตรา 82 และ มาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ กิจการค้าใดที่จะถือว่าสามีและภริยาร่วมกันประกอบกิจการ โดยมีรายรับร่วมกันนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ซึ่งกรณีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ต่างจากการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 57 ฉ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ให้สิทธิสามีและภริยาสามารถแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้ “กรณีผู้เสียภาษีที่เป็นคู่สามีและภริยาได้ทำกิจการค้าร่วมกันและมีรายได้ทั้งปีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท จะต้องมีหน้าที่ทะเบียนภาษีแวต แม้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้สิทธิสามีและภริยาแยกยื่นแบบฯ ได้ ที่อาจทำให้เงินได้ของแต่ละฝ่ายไม่ถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีแวตนั้น แต่หากกิจการค้าดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษี ก็ถือเป็นหน่วยภาษีเดียวกันในนามของสามีและภริยาทั้งสองฝ่าย” อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rd.go.th ไปที่ อ้างอิง, ประมวลรัษฎากร, บทบัญญัติแห่งประมวลฯ, หมวด 3 ภาษีเงินได้, หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือสอบถามที่ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ และ ศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร โทร. 1161
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรไล่บี้แวตสามีภรรยาทำการค้า -

เอ็กโกกรุ๊ป มึนแผนระยะยาวสะดุด
นายสหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) หรือ เอ็กโก้ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท ฯในการจัดทำแผนการลงทุนระยะยาว 5 ปี เนื่องจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจ ทางบริษัทฯ จึงต้องรอความชัดเจนของแผนพีดีพีฉบับใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะระบุความต้องการโรงไฟฟ้ามีกี่แห่ง แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างไร “ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ทางการเมืองช่วง2เดือนของปีนี้ จนส่งผลต่ออัตราการใช้ไฟฟ้าจะติดลบไปบ้าง แต่เชื่อว่า จะไม่กระทบต่อการจำหน่ายไฟฟ้าของบริษัท เพราะตามระบบการรับซื้อไฟฟ้ายังปกติจึงไม่กระทบรายได้ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการจัดทำพีดีพีจะออกมาเป็นอย่างไร” สำหรับแผนการลงทุนของเอ็กโก้ กรุ๊ป ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 8 โครงการ คิดเป็นปริมาณไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 1,613 เมกะวัตต์ เช่น โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชุดใหม่ 930 เมกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างปีที่ผ่านมา กำหนดเสร็จปี 59 แต่หากล่าช้ากว่าแผนบริษัทได้หารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.เ)พื่อยืดอายุสัญญาของโรงไฟฟ้าชุดเก่าออกไปอีก6เดือน โรงไฟฟ้ากังหันลมโบโคร็อค ในออสเตรเลีย กำลังผลิต 113 เมกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างปีที่ผ่านมา กำหนดเสร็จปี 58 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซฯ จ.ราชบุรี 2 โครงการ คือ ทีพีและเอสเค โรงละ125 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ กำหนดเสร็จปี 59 นอกจากนี้ยังสนใจเข้าไปลงทุนตั้งโรงไฟฟ้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ในประเทศพม่า แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อตกลงความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งระหว่างข้อเสนอผลิตในพม่า และส่งกลับมาขายในไทยทั้งหมด หรือผลิตในพม่า ส่วนหนึ่งใช้ในพม่า และอีกส่วนส่งกลับมาขายในไทย ซึ่งแนวทางหลังทางการพม่ายอมรับมากกว่า ส่วนโรงไฟฟ้าระยอง ขนาด 1,174 เมกะวัตต์ ที่จะครบอายุ 20 ปี ในเดือนพ.ย.นี้ บริษัท ฯ ได้ยื่นเรื่องต่อกฟผ. เพื่อยืดอายุอีก 5 ปีไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ หากไม่ทันก็ต้องหยุดทำงานไปก่อน แต่โรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่กระทบรายได้เพราะอยู่ช่วงปลายแผนปี 56 มีรายได้ประมาณ 517 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนปีนี้บริษัทคาดว่า ผลประกอบการจะใกล้เคียงกับปี 56 คือ มีกำไรก่อนหักอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี จำนวน 7,605 ล้านบาท เพราะมีโรงไฟฟ้าขยะ ขนาด6.5 เมกะวัตต์เข้าระบบ ขณะที่โรงไฟฟ้าระยองแม้จะหมดอายุและเกิดปัญหาเรื่องการต่ออายุอีก5ปี แต่รายได้จากโรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่มากและยังมีเวลาเดินเครื่องถึงปลายปี โดยจะรักษาผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างน้อย10% โดยเน้นขยายลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าเป็นหลักทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสวงหาโอกาสซื้อสินทรัพย์ที่เดินเครื่องแล้วเพื่อให้บริษัทรับรู้รายได้ทันทีและลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอ็กโกกรุ๊ป มึนแผนระยะยาวสะดุด