เดือน: มีนาคม 2014

  • ราคาทอง5มี.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,850บาท

    ราคาทอง5มี.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,850บาท

    วันที่ 5 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:14 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,850 บาท รับซื้อ 20,056.68 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 20,350 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,850 บาท รับซื้อ 20,056.68 บาท ทองแท่งขาย 20,450 บาท รับซื้อ 20,350 บาท เวลา 16:14 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,900 บาท รับซื้อ 20,102.16 บาท ทองแท่งขาย 20,500 บาท รับซื้อ 20,400 บาท เวลา 13:58 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,950 บาท รับซื้อ 20,147.64 บาท ทองแท่งขาย 20,550 บาท รับซื้อ 20,450 บาท เวลา 10:33 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,900 บาท รับซื้อ 20,102.16 บาท ทองแท่งขาย 20,500 บาท รับซื้อ 20,400 บาท เวลา 09:29 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง5มี.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,850บาท

  • ปฏิรูปพลังงานไทย : ต้องก้าวข้ามปัญหาเรื่องปตท. – พลังงานรอบทิศ

    ปฏิรูปพลังงานไทย : ต้องก้าวข้ามปัญหาเรื่องปตท. – พลังงานรอบทิศ

     มีเสียงเรียกร้องจากบางฝ่ายที่ต้องการปฏิรูปพลังงานให้ทวงคืน ปตท.โดยให้เหตุผลว่าถ้าทวงคืน ปตท. มาเป็นของประชาชนได้จะทำให้ราคาพลังงานโดยเฉพาะ นํ้ามันมีราคาถูกลง  ผมไม่แน่ใจว่าผู้ที่เรียกร้องอย่างนี้ต้องการให้ทวง ปตท.คืนจากใครเพราะทุกวันนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท.คือ กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 51% รองลงไปคือ กองทุนวายุภักดิ์ (กระทรวงการคลังถือหุ้น 100%) ถืออยู่ 15% รวมกันแล้วเท่ากับกระทรวงการคลังถือหุ้นปตท.อยู่ 66% ที่เหลืออีก 34% เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยแบ่งเป็น ผู้ถือหุ้นรายย่อยชาวไทย 16% และต่างชาติ 18%   ถ้าจะให้ผมเดาผมก็คงเดาว่าเขาคงอยากให้ทวงคืนหุ้น ปตท.มาจากผู้ถือหุ้นรายย่อยเพื่อให้ ปตท. กลับมามีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐเป็นเจ้าของ 100% เหมือนรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นก็คงต้องถอนปตท. ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยเพราะถ้ารัฐซื้อหุ้นคืนจากประชาชน และเป็นเจ้าของ 100% แล้วจะยังคงให้ ปตท.อยู่ในตลาดฯ ไปเพื่ออะไร  คำถามก็คือถ้าทำอย่างนี้แล้วถือว่าเป็นการปฏิรูปพลังงานจริงไหม หรือว่าทำแล้วราคานํ้ามันมันจะถูกลงจริงหรือเปล่า ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกิจการพลังงานของประเทศมันจะดีขึ้นหรือจะเลวลง ปตท.เมื่อกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลอย่างเต็มที่จะมีโอกาสถูกแทรกแซงและครอบงำโดยฝ่ายการเมืองมากขึ้นและสะดวกขึ้นหรือไม่ เมื่อนำ ปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์ การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักความโปร่งใสความมีธรรมาภิบาล ข้อมูลต่าง ๆ ต้องเปิดเผยต่อประชาชน ตามกฎเกณฑ์ของตลาดฯ ก็ไม่ต้องปฏิบัติอีกต่อไปจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อประชาชน การทวงคืน ปตท. มาเป็นของรัฐ 100% เป็นการลดการผูกขาดในธุรกิจพลังงานของไทยหรือไม่   คำถามต่าง ๆ เหล่านี้เป็นคำถามที่ผู้ออกมาเรียกร้องทวงคืน ปตท.ต้องตอบประชาชนให้กระจ่างไม่ใช่ใช้วาทกรรมลอย ๆ ปลุกระดมความรู้สึกประชาชนว่าถูกขูดรีด เอาเปรียบต้องใช้นํ้ามันราคาแพงกว่าประเทศ เพื่อนบ้าน โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  สำหรับผมแล้วการปฏิรูปพลังงานที่แท้จริงนั้นคงต้องทำไปบนหลักการหลัก ๆ สามข้อประกอบด้วย 1. ต้องเสริมสร้างการบริหารจัดการด้านพลังงานให้มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ลดผลประโยชน์ทับซ้อน และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม 2. ต้องลดการผูกขาดในธุรกิจพลังงานและส่งเสริมให้มีการแข่งขันมากขึ้น 3. ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกิจการด้านพลังงานรวมทั้งการกำกับดูแล และการตรวจสอบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำได้ต้องก้าวข้ามเรื่องทวงคืน ปตท. ไปให้ได้ครับ!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปฏิรูปพลังงานไทย : ต้องก้าวข้ามปัญหาเรื่องปตท. – พลังงานรอบทิศ

  • ‘เอเชียซอฟท์’ ลุยธุรกิจเกมในอาเซียน

    ‘เอเชียซอฟท์’ ลุยธุรกิจเกมในอาเซียน

     เผยกลยุทธ์ปี 57เอเชียซอฟท์เดินหน้าเร่งขยายธุรกิจในอาเซียน ซื้อกิจการบริษัทเกมในฟิลิปปินส์ พร้อมขยายตลาดโมบายเกมเพิ่ม วางเป้าหมายเป็นผู้นำความบันเทิงออนไลน์เต็มรูปแบบ  นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ปี 57 นี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น ล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Level Up!  ของฟิลิปปินส์  จำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 163 ล้านบาท หลังจากเข้าไปทำตลาดในฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว ทำให้เอเชียซอฟท์ก้าวเป็นเบอร์หนึ่งในการให้บริการเกมออนไลน์ในฟิลิปปินส์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% พร้อมฐานผู้เล่นกว่า 41 ล้านไอดี และทำให้บริษัทมีฐานผู้เล่นรวมมากกว่า 124 ล้านไอดีทั่วภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้จะขยายธุรกิจโมบายเกมอีก 3-5 เกม ในปีนี้หลังจากที่เปิดเกมแรคนาร็อค โมบายไปแล้วสามารถถึงจุดคืนทุนได้ภายใน 1 เดือน โดยเป็นเกมที่นำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงร่วมมือกับนักพัฒนาไทย ตั้งเป้าหมายโมบายเกมจะมีสัดส่วน 5% จากรายได้รวมในปีนี้ สำหรับในส่วนของเกมออนไลน์มีแผนเปิดให้บริการเกมใหม่จำนวน 10 เกมในปีนี้ โดยจะขยายฐานผู้เล่นในส่วนของเกมโมบ้า (MOBA) เพิ่มขึ้น  เนื่องจากผู้เล่นให้ความสนใจเกมแนวนี้เพิ่มขึ้น และบริษัทมีฐานในเกมกลุ่มนี้ยังไม่มาก โดยจะเปิดตัวเกมใหญ่อย่าง เกมสไตรฟ์ (Strife) จาก เอสทูเกม (S2Game) ผู้พัฒนาเกมฮอน (HON) ที่ได้รับความนิยมในไทย ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมสนับสนุนการจัดแข่งขันอี-สปอร์ตอย่างจริงจังเพื่อรองรับความต้องการของผู้เล่นกลุ่มนี้ นอกจากนี้เตรียมพัฒนาและขยายบริการครอบคลุมเรื่องของความบันเทิงออนไลน์ (Online Entertainment) เต็มรูปแบบ ที่เกี่ยวกับ การศึกษา และโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฯลฯ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘เอเชียซอฟท์’ ลุยธุรกิจเกมในอาเซียน