เดือน: มีนาคม 2014

  • พาณิชย์เดินหน้าจัดงานตกแต่งบ้านนานาชาติ

    พาณิชย์เดินหน้าจัดงานตกแต่งบ้านนานาชาติ

    นางนันทวัลย์ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  กรมฯ ได้ร่วมมือกับสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้าของขวัญสินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าของตกแต่งบ้านยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน หรือ BIG+BIH ตามกำหนดเดิม คือระหว่างวันที่ 19-23 เม.ย. 57 แม้ประเทศไทยยังมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง  เนื่องจากต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ซื้อต่างชาติโดยในขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานแล้วกว่า 80%และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการสั่งซื้อภายในงานไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท   “กรมฯ ได้มุ่งส่งเสริมให้ผู้ผลิตไทยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าผ่านการออกแบบสินค้าที่มีดีไซน์ทันสมัยตอบรับกับประโยชน์ใช้สอยรวมทั้งผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดโลกที่สำคัญคือต้องรักษาระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าซึ่งเป็นจุดเด่นที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ ดังนั้น การจัดงาน BIG+BIH ในครั้งนี้นอกจากจะเรียกความเชื่อมั่นต่างชาติกลับคืนมาแล้วยังถือเป็นโอกาสดีในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยพร้อมตอกย้ำว่าประเทศของเรายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่งและแข็งแรง”   สำหรับงานแสดงสินค้าของขวัญ สินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าของตกแต่งบ้าน เป็นงานใหญ่ระดับอาเซียนจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 เม.ย. 57 ณ ไบเทค บางนาโดยเปิดให้นักธุรกิจเข้าชมและสั่งซื้อสินค้า ตลอดจนเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย.  ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกระหว่างวันที่ 22-23 เม.ย.  ตั้งแต่เวลา 10.00- 21.00 น. เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีบางนา (   “งานนี้งานเดียวสามารถรวบรวมผู้ผลิตและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั้งจากไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงกว่า600 ราย พร้อมนำเสนอนิทรรศการสินค้าดีไซน์เด่นและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมมากมาย” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เดินหน้าจัดงานตกแต่งบ้านนานาชาติ

  • ยันจีทูจีไทยจีน 1 ล้านตันไม่กระทบราคาข้าวโลก

    ยันจีทูจีไทยจีน 1 ล้านตันไม่กระทบราคาข้าวโลก

    นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย  เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประเทศจีนมีความต้องการนำเข้าข้าวเฉลี่ยปีละ 4 ล้านตัน การที่จีนซื้อข้าวจากไทยจีทูจีในปีนี้1 ล้านตันอาจต้องนำเข้าจากประเทศอื่นน้อยลง เช่น เดิมนำเข้าจากเวียดนาม 2 ล้านตันจากพม่า ผ่านตามแนวชายแดน 1 ล้านตันก็อาจต้องลดการนำเข้าในส่วนนั้นลง  ทั้งนี้สมาคมฯพร้อมให้ความร่วมมือหากรัฐบาลต้องการหาเอกชนทำหน้าที่ปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อครั้งนี้ซึ่งได้เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ในการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับมาเลเซีย ปริมาณ 200,000ตัน ส่วนราคาในการตกลงซื้อขายจีทูจีในครั้งนี้ประเมินว่าน่าจะเป็นราคาตลาดเพราะไม่มีเหตุผลที่จีนจะซื้อข้าวจากไทยในราคาแพงเนื่องจากขณะนี้มีปริมาณข้าวในตลาดอยู่มาก ทั้งเวียดนามซึ่งผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดและอินเดียซึ่งประเมินว่ามีข้าวในสต๊อกอยู่ถึง 30 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม  ข้อตกลงขายข้าวในครั้งนี้ไม่ส่งผลต่อราคาตลาดแม้ในภาพรวมจะเป็นการขายข้าวปริมาณมากถึง 1 ล้านตันเพราะเป็นการทยอยส่งมอบเฉลี่ยเดือนละ 100,000 ตันเท่านั้น   นายเจริญ กล่าวว่า  ปริมาณการค้าข้าวกับจีนที่ได้ทำการตกลงซื้อขายข้าวจากรัฐบาลไทยแล้ว1 ล้านตันว่าจะถือเป็นโควตาก้อนเดียวกับที่คอฟโก้ ซึ่งเป็นรัฐวิสากิจของจีน ได้เคยให้ไว้กับสมาคมฯว่าเอกชนไทยจะได้โควตาพิเศษปีละ 200,000 ตัน นาน 5 ปีเพื่อส่งออกข้าวไทยจีนภายใต้อัตราภาษี 0% หรือไม่  เบื้องต้นสมาคมได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อประกาศมอบโควตาให้เอกชนไทยและสอบถามข้อสงสัยดังกล่าวไปยังสถานทูตจีนประจำประเทศไทยแล้วหากเป็นการใช้โควตาในก้อนเดียวกันก็จะทำให้การส่งออกข้าวจากเอกชนนอกโควตาต้องเสียภาษีในอัตราสูงกว่า60%ตามที่จีนได้ตกลงไว้กับองค์การการค้าโลก(ดับปลิวทีโอ)   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยันจีทูจีไทยจีน 1 ล้านตันไม่กระทบราคาข้าวโลก

  • ไทยลุ้นสถานะลดการก็อปปี้สินค้าจากมะกัน

    ไทยลุ้นสถานะลดการก็อปปี้สินค้าจากมะกัน

    นางกุลณีอิศดิศัย รองอธิบดีอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯได้จัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยไว้ในรายการประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษตั้งแต่ปี50 จนถึงปัจจุบัน เพราะสหรัฐยังเห็นว่าไทยยังมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านทางการค้าและอินเทอร์เน็ตอีกมาก ทั้งนี้ในปีนี้กรมหวังว่าไทยจะหลุดพ้นออกจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ(พีดับปลิวแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ  มาอยู่ในบัญชีที่ดีขึ้นคือ ประเทศที่ถูกจับตามอง(ดับปลิวแอล)หรือมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯในไทยน้อยลง เพราะได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯในไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์กฎหมายเอาผิดกับเจ้าของพื้นที่ที่สนับสนุนการละเมิดกฏหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจจับสินค้าละเมิดที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าถ่ายลำเรือ และกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดบนอินเตอร์เน็ต เป็นต้น     “ในการประกาศผลสถานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯด้านทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนเม.ย.นี้ยังไม่ทราบว่า ไทยจะยังอยู่บัญชีพีดับบลิวแอลเหมือนเดิม หรือดีขึ้นแต่เรามองในแง่บวกว่าน่าจะได้เลื่อนสถานะ เพราะเรามีความคืบหน้าด้านการปราบปรามมากและได้ทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(ยูเอสทีอาร์) แล้วเมื่อปลาเยเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่อาจติดปัญหาที่กฎหมายทั้ง 4ฉบับยังไม่สามารถออกมาได้ เพราะไม่มีรัฐบาล” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้สมาพันธ์ทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ (ไอไอพีเอ)ซึ่งเป็นการรวมกันของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯได้มีข้อเสนอแนะต่อยูเอสทีอาร์เกี่ยวกับสถานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯในด้านทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปี 57โดยเสนอแนะให้ไทยยังอยู่ในบัญชีพีดับบลิวแอลเช่นเดิม หลังจากที่ไทยอยู่ในบัญชีนี้มาตั้งแต่ปี50เป็นต้นมา    ทั้งนี้เพราะไทยยังมีปัญหาการละเมิดอยู่มากโดยเฉพาะการละเมิดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จากอุปกรณ์สื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟนแท็บเล็ต เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการจับกุมได้มากถึง 80% ของคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จับกุมได้ในไทยเพราะมีการใช้เครือข่าย 3จี และ 4จี ที่มีความเร็วในการโหลดมากขึ้น นอกจากนี้ไทยยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายตามที่สหรัฐฯร้องขอ ขณะเดียวกันการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ไม่เข้มงวด รวมถึงพื้นที่ที่มีการละเมิดอยู่มากหรือพื้นที่สีแดง ยังคงเป็นพื้นที่เดิม ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา เช่นพันธุ์ทิพย์พลาซา คลองถม สะพานเหล็ก บ้านหม้อ พัฒน์พงษ์ ถนนสีลม มาบุญครอง เป็นต้น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยลุ้นสถานะลดการก็อปปี้สินค้าจากมะกัน