วันนี้(5 มี.ค.) ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงาน กสทช.จัดงานเสวนาประชุมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยต่อแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800เมกะเฮิร์ตซ และคลื่นความถี่ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานหรือแนวทางการจัดประมูล 4จี โดยนายสุทธิชัย ชื่นชูศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ กับ 900เมกะเฮิร์ตซ ควรจัดการประมูลคลื่นขึ้นพร้อมกันส่วนจำนวนของคลื่นที่นำมาจัดประมูล โดยย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซควรนำมาประมูล 2 ใบอนุญาต ใบละ 10 เมกะเฮิร์ตซ เท่านั้น เนื่องจาก ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซที่นำมาจัดประมูลมีจำนวน 12.5 เท่ากัน ใน 2 ช่วงความถี่ที่ไม่ติดกัน และจะทำให้มีเศษ 2.5 ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ เห็นว่าควรจัดประมูล ในจำนวน 20เมกะเฮิร์ตซ เนื่องจากเดิมคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวที่เอไอเอส เป็นผู้ถือครองสัญญาสัมปทานได้ใช้งานในจำนวน 17.5 เมกะเฮิร์ตซเนื่องจากต้องเว้นช่วงคลื่น 2.5 เมกะเฮิร์ตซ ไว้เพื่อป้องกันคลื่นความถี่รบกวนแต่เชื่อว่าด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันจึงไม่จำเป็นต้องเว้นว่างช่วงคลื่นในส่วนดังกล่าวเพื่อป้องกันการรบกวน นอกจากนี้อยากให้แก้ไขวิธีการประมูลคลื่นใหม่เพราะเห็นว่าเมื่อในระหว่างการประมูลคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซใช้เวลามากเกินไปนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าว ควรนำทั้ง 2 ย่านมาจัดการประมูลพร้อมกันเพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการต่างๆ ส่วนการประมูลคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ ควรประมูลในจำนวน 12.5 เมกะเฮิร์ตซ เพราะแม้การให้บริการ 4จี จะทำให้เหลือเศษคลื่น 2.5 เมกะเฮิร์ตซ แต่เศษ 2.5เมกะเฮิร์ตซ ก็เพียงพอสามารถนำมาให้บริการรองรับลูกค้าในระบบ 2จีได้ทั้งนี้ในส่วนของแนวทางการส่งเสริมผู้เข้าแข่งขันรายใหม่ในการเข้าประมูล 4จี ดีแทค ยังไม่แน่ใจว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ เพราะด้วยขนาดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมปัจจุบันอาจเป็นจำนวนที่เพียงพอแล้วซึ่งในกรณีหากอยากส่งเสริมผู้เล่นรายใหม่ควรเลือกเป็นแนวทางการขายส่งขายต่อบริการโทรศัพท์มือถือ(เอ็มวีเอ็นโอ) แทนนางธัญวดี วงศ์ธีรฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ต้องการให้ กสทช.จัดทำตัวข้อกำหนดที่เป็นข้อยกเว้นในส่วนของผู้ถือหุ้นของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะกสท และบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) มีผู้ถือหุ้นหลักคนเดียวกัน คือกระทรวงการคลังซึ่งข้อกำหนดเดิมของ กสทช. ผู้เข้าประมูลจะมีความเกี่ยวข้องกันในเชิงผู้ถือหุ้นไม่ได้ทั้งที่ กสท และ ทีโอที มีแนวทางการดำเนินงานที่ต่างกันรวมทั้งยังอยากให้เพิ่มข้อกำหนด เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก โดยให้ผู้ชนะการประมูลสามารถนำคลื่นความถี่ไปให้บริการในลักษณะเอ็มวีเอ็นโอ ได้ อีกทั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทค.) ควรกำหนดระยะการวางโครงเช่นเดียวกับคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซเพื่อป้องกันผู้ชนะการประมูลไม่นำคลื่นที่ชนะการประมูลไปใช้งาน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท แนะปลดล็อคผู้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจก่อนประมูล4จี
เดือน: มีนาคม 2014
-

กสท แนะปลดล็อคผู้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจก่อนประมูล4จี
-

กสทช.ชวนปิดเน็ตก่อนไปนอก หวังแก้ปัญหา “บิลช็อค”
วันนี้(5 มี.ค.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) พร้อมด้วย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.ในฐานะประธานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานเปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานกสทช. ณ บริเวณประตูทางเข้า-ออกหมายเลข 6 ส่วนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินายฐากรตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธี รวมถึงการให้ความรู้สร้างความเข้าใจในเรื่องของการระมัดระวัง และเรื่องการใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทโฟนรวมถึงวิธีการปิดบริการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการย้อนหลัง(บิลช็อค) ในการไหลของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อเดินทางไปต่างประเทศยังมีเข้ามาในสำนักงานกสทช. ราวเดือนละ 10 ราย ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาลูกค้าที่ไม่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต สามารถปิดบริการอินเทอร์เน็ตได้ด้วยการกด *106# แล้วกดโทรออกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทุกเครือข่าย“ที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนของลูกค้าที่โดนเรียกเก็บอัตราการค่าบริการไปต่างประเทศในระดับหลักแสนบาทจนถึงหลักล้านบาทอีกทั้งยังมีในเรื่องของสัญญาณจุดอับการให้บริการ ล้วนแต่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น”นายฐากร กล่าว ทั้งนี้ การกด *106# จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหากรณีผู้ใช้บริการถูกเรียกเก็บค่าบริการราคาแพงในการใช้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศคือ การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้วยการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ การระมัดระวังและเรื่องวิธีการใช้งานอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนอย่างถูกต้องแก่ผู้ใช้งานซึ่งเมื่อประชาชนมีความรู้เข้าใจในเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี โดยหากผู้ใช้บริการโทรศัพท์พบปัญหาอัตราค่าบริการสูงผิดปกติสามารถร้องเรียนมาได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช.สายด่วน 1200
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ชวนปิดเน็ตก่อนไปนอก หวังแก้ปัญหา “บิลช็อค” -

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มีนาคม 2557 ปิดบวก 5.82 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 มี.ค. ดัชนีพุ่งขึ้นทันทีที่เปิดตลาดในช่วงเช้า ก่อนจะไหลลงเรื่อยๆ ตามแรงเทขายเก็งกำไร และถูกช้อนซื้อกลับเมื่อดัชนีหลุดระดับ 1,345 จุด ในช่วงบ่าย โดยตลอดวันยังไม่มีปัจจัยกดดันใดเข้ามา เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังคงนิ่งสงบ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 1,357.39 จุด และลดลงต่ำสุด 1,343.54 จุด จนมาปิดตลาด 1,351.64 จุด เพิ่มขึ้น 5.82 จุด หรือ 0.43 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 33,691.94 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ทอท. ปิดที่ 196.50 บาท ลดลง 2.50 บาท2. ปตท. ปิดที่ 304.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท3. ทรู ปิดที่ 7.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท4. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 157.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท5. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 179.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 มีนาคม 2557 ปิดบวก 5.82 จุด