นางกุลณีอิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้สหภาพยุโรปได้ประกาศโฆษณาให้สินค้าของประเทศไทย 2รายการ คือ กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้างเป็นสินค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของไทยในสหภาพยุโรป โดยขั้นต่อไปหลังจากนี้อีก 3 เดือน กาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างจะสามารถติดตราสัญลักษณ์จีไอของสหภาพยุโรปบนบรรณจุภัณฑ์ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงแดงว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการยอมรับมาตรฐานสินค้าในระดับยุโรปอย่างเป็นทางการและหากไม่มีประเทศใดคัดค้านการขึ้นทะเบียน ส่งผลให้สินค้าจากประเทศไทย 3รายการที่สามารถขึ้นทะเบียนจีไอได้ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลารองไห้ ที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 56 “การที่สินค้าไทยได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอในสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่าสินค้าของไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมีความโดดเด่นต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันจากแหล่งผลิตอื่นๆในโลกและสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอในสหภาพยุโรปจะได้รับการปกป้องคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งทำให้สินค้าจากนอกพื้นที่ไม่สามารถใช้ชื่อเดียวกันได้ หากได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้วกาแฟดอยตุงและ กาแฟดอยช้างสามารถติดตราสัญลักษณ์จีไอของอียูบนบรรจุภัณฑ์ได้ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะชาวยุโรปชอบสินค้าจีไอ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากาแฟดอยตุงได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อวันที่15 ส.ค. 48 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ตำบลแม่ฟ้าหลวงอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนส่วนกาแฟดอยช้างขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 49 โดยปลูกและผลิตกาแฟดอยช้าง ตำบลวารี อำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กาแฟดอยตุง-ดอยช้างโกอินเตอร์
เดือน: มีนาคม 2014
-

กาแฟดอยตุง-ดอยช้างโกอินเตอร์
-

คลิกเพลย์จับมือค่ายเพลงสไปร์ซี่ดิสก์เปิดช่องขายเพลงผ่านเว็บ
นางสาวอรวรรณ วิรัตนโภคิน ผู้อำนวยการสายงานดิจิตอล บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องจากปีนี้แนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทยจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปิดให้บริการ 3จี ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้บริโภคยุคใหม่กล้าซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ระบบการจ่ายเงินที่น่าเชื่อถือมากขึ้น จึงทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตขึ้นตามไปด้วย ในปีนี้บริษัทจึงมีการปรับตัวเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้นโดยเน้นจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ล่าสุด เว็บไซต์คลิกเพลย์ดอทคอม (www.qikplay.com) ในเครือบีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ ได้ร่วมกับ ค่ายเพลงสไปร์ซี่ดิสก์(Spicydisc) ในการเป็นช่องทางจำหน่ายซีดีเพลงของศิลปินในสังกัด อาทิ วง MILD , วงละอองฟอง , วง Sqweez Animal , วง Friday , บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ฯลฯ ผ่านเว็บไซต์คลิกเพลย์ดอทคอม ซึ่งมั่นใจว่าช่องทางนี้จะสามารถขยายฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้เปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจจะขยายช่องทางการขายสินค้าและบริการผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลิกเพลย์จับมือค่ายเพลงสไปร์ซี่ดิสก์เปิดช่องขายเพลงผ่านเว็บ -

สบน.แจงหนี้สาธารณะเดือน ม.ค.เพิ่ม
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สถานะหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ม.ค.57 ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง อยู่ที่ 5.466 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 45.75%ของจีดีพี เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธ.ค.56 ที่ผ่านมา หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 16,270.83 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ของรัฐบาล 3.838 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,331.06 ล้านบาท และหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.090 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,383.15 ล้านบาท เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น รวมทั้ง การกู้เงินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดซื้อเครื่องบิน โบอิ้ง 777 วงเงิน 108.21 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 4,845.06 ล้านบาท ขณะที่ หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน ที่รัฐบาลค้ำประกัน 536,459.52 ล้านบาท ลดลง 443.38 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 834.69 ล้านบาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ นั้นไม่มีหนี้คงค้าง ทั้งนี้ หนี้ของรับบาลที่กู้โดยตรงนั้น เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1,331.06 ล้านบาท เนื่องจากหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 1,050.20 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และการเบิกจ่ายและชำระคืนหนี้สกุลเงินต่าง ๆ ทำให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 655 ล้านบาท ขณะที่ หนี้ในประเทศ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 280 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดเชยความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 10,000 ล้านบาท เนื่องจากการออกพันธบัตรเพื่อไปคืนเงินทดรองจ่ายที่ยืมจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ในส่วนของหนี้ต่างประเทศนั้น เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1,521.98 ล้านบาท ส่วนหนี้ในประเทศ เพิ่มขึ้น 1,615.31 ล้านบาท ขณะที่หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ในส่วนของหนี้ต่างประเทศ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3,999.68 ล้านบาท จากการเบิกจ่ายและชำระคืนหนี้สกุลเงินต่าง ๆ ส่วนหนี้ในประเทศ ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1,207.68ล้านบาท สำหรับ หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ในส่วนของหนี้ต่างประเทศ ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 75 ล้านบาท ส่วนหนี้ในประเทศ ลดลง 367 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรชำระคืนต้นเงินตามสัญญาเงินกู้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.แจงหนี้สาธารณะเดือน ม.ค.เพิ่ม