เดือน: มีนาคม 2014

  • เตือนผู้นำเข้าชีสอิตาลีเสี่ยงรับสารไดออกซิน

    เตือนผู้นำเข้าชีสอิตาลีเสี่ยงรับสารไดออกซิน

    นางปัทมาสิงหรา ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เปิดเผยว่า ขณะนี้ขอเตือนผู้นำเข้าสินค้าจากอิตาลีใช้ความระมัดระวังในสินค้าที่มีส่วนผสมของไข่และชีสเนื่องจากอาจเป็นสินค้าที่สหภาพยุโรป(อียู)ให้ผู้ผลิตอิตาลีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสารไดออกซินหลังจากมีการตรวจพบสารตกค้างในผลิตภัณฑ์ไข่และนมปริมาณสูงในหลายพื้นที่สำคัญของอิตาลีโดยเฉพาะรอบเขตพื้นที่อุตสาหกรรมในแคว้นลอมบาร์เดีย“กรรมาธิการด้านสาธารณสุขแห่งอียูแสดงทัศนะว่าเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจถึงความปลอดภัยและเพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจะไม่อนุญาตให้มีการวางจำหน่ายไข่ที่มีระดับไดออกซินและซีบีเอสสูงเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ในเขตอียู พร้อมทั้งให้ประเทศสมาชิกต้องแสดงถึงความรับผิดชอบ โดยกำหนดมาตรการที่จำเป็น”อย่างไรก็ตามเป็นห่วงว่าผู้ผลิตบางรายอาจเล็งเป้าหมายในการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เอเชีย รวมถึงประเทศไทยที่ต่างนิยมนำเข้าสินค้าอาหารจากอิตาลี เช่น พลาสต้าสดที่มีไข่เป็นส่วนผสม และชีสเป็นต้นทั้งนี้ตามกฎระเบียบของอียูว่าด้วยการปรับลดค่าของสารตกค้างไดออกซินฟิวแรน และสารซีบีเอสที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารระบุเอาไว้ว่าในกรณีที่ประเทศสมาชิกมีการผลิตอาหารประเภทไข่ไบโอและไข่ที่มาจากฟาร์มเลี้ยงแบบเปิดที่มีปริมาณของสารตกค้างเกินกว่าที่ได้กำหนดไว้จะมีการดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุและแหล่งที่มาของสารดังกล่าวจะใช้มาตรการเด็ดขาดในการปรับลดหรือทำลายให้หมดไป สำหรับการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างของไข่จากฟาร์มที่มีการผลิตเพื่อบริโภคเองในระยะ 10 กิโลเมตร ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในเมืองมิลานและเมืองมันโตวาจำนวน91 แห่ง และพบว่า 75% ของไข่ที่ได้ทำการวิเคราะห์ทั้งหมดมีปริมาณของสารไดออกซินและซีบีเอสสูงกว่าที่ได้กำหนดไว้6 ปิโคกรัมต่อไขมัน 1 กรัมผู้สื่อข่าวรายงานว่าหากร่างกายรับสารไดออกซินเข้าไปในระยะแรก ๆจะเกิดความผิดปกติที่ผิวหนัง  เช่นผิวหนังไหม้ดำ เป็นผื่น มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ ปวดศรีษะ อ่อนเพลียและต่อมาจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบประสาทเมื่อได้รับสารไดออกซินเป็นเวลานานอาจเป็นมะเร็งได้   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนผู้นำเข้าชีสอิตาลีเสี่ยงรับสารไดออกซิน

  • แห่ซื้อข้าวถุงตราชาวนาเกลี้ยง

    แห่ซื้อข้าวถุงตราชาวนาเกลี้ยง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของชาวนา ที่กระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 20 มี.ค. 57 ค่อนข้างบางตา เนื่องขณะนี้ชาวนาส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมเดินทางไปกลับไปทำนาแล้ว โดยในช่วงเช้า มีชาวนาจากจังหวัดพิจิตรเดินทางมาร่วมชุมนุมจำนวน 1 คันรถตู้ และได้นำสินค้างานฝีมือมาจำหน่าย ได้แก่ ที่ใส่พวงกุญแจ กระเป๋า ผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูป อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของชาวนา เช่น ไม้กวาดดอกหญ้า ตระกร้าหวาย ราคาตั้งแต่ 30-2,000 บาท รายได้ทั้งหมดเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไรก็ตาม สำหรับข้าวสาร ตรา ชาวนา ซึ่งนำมาจำหน่ายที่กระทรวงพาณิชย์ 500 ถุง ราคาถุงละ 80 บาทนั้น ได้รับความสนใจจากชาวบ้านบริเวณกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า และ ข้าราชการที่ทยอยเดินทางมาซื้อต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงตอนเช้า ซึ่งผู้ที่เดินทางมาซื้อ ส่วนใหญ่จะโทรมาสั่งจองข้าว โดยต้องแจ้งชื่อเบอร์โทรศัพท์ และ ระบุจำนวนข้าวที่ต้องการ ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มี.ค. แล้ว และในเวลา 9.30 น. ข้าวสารทั้งหมดก็ขายเกลี้ยง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ซื้อข้าวถุงตราชาวนาเกลี้ยง

  • หนี้เสียจากชาวนาพุ่ง เหตุไม่ได้เงินรำจำนำมาจ่ายหนี้

    หนี้เสียจากชาวนาพุ่ง เหตุไม่ได้เงินรำจำนำมาจ่ายหนี้

    นายสันติ หอกิตติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทจีแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวได้ตามกำหนดนั้น และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง มีผลกระทบทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นจากสิ้นปี 56 ที่ 6% เพิ่มเป็น 7% แล้วขณะนี้ เนื่องจากเกษตรกรต่างผิดนัดชำระหนี้ในการส่งค่างวด อย่างไรก็ตาม บริษัทมีมาตรการช่วยเหลือ ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยกับลูกค้าที่ประสบปัญหา เพื่อให้คำแนะนำในการชำระหนี้ และรักษาเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับเดิมนอกจากนี้ บริษัทได้เปิดให้บริการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเก่าที่ปิดบัญชีแล้วและที่ยังเป็นลูกค้าอยู่ เพื่อให้มีแหล่งเงินทุน มีทางเลือกมากขึ้น โดยจะทำให้ลูกค้าสามารถประกอบธุรกิจรถเกี่ยวข้าวได้สะดวกขึ้น อาทิการกู้ยืมเพื่อเติมน้ำมันรถเกี่ยวข้าว ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการไปแล้ว 2 สัปดาห์ มีผู้มาขอสินเชื่อกว่า5 ล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้ 10 ล้านบาท อีกทั้งยังให้บริการสินเชื่อนำรถเกี่ยวข้าวใช้แล้วที่ปลอดภาระการชำระค่างวด มารีไฟแนนซ์กับบริษัทได้อีกด้วย“สินเชื่อเช่าซื้อรถเกี่ยวข้าวใหม่ มีอัตราที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจเพราะต้องลงทุนค่อนข้างสูง แต่ยังคาดว่าการลงทุนจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าเพราะรายได้ของบริษัทจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้ ยังสามารถทำรายได้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง คิดเป็นรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ”สำหรับผลประกอบในปี 56ที่ผ่านมา มีพอร์ตสินเชื่อรวม 891 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 20% หรือเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทพร้อมทั้งตั้งค่าเผื่อหนี้ที่สงสัยจะสูญไว้แล้ว 8%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนี้เสียจากชาวนาพุ่ง เหตุไม่ได้เงินรำจำนำมาจ่ายหนี้