นางฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้ โครงการรณรงค์ชำระเงินคืน กองทุน กยศ. ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพ.ย.56 แบะสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 มี.ค.นี้ กยศ.อยากเชิญชวนผู้ครบกำหนดชำระหนี้และผู้ที่ค้างชำระหนี้ที่ยังมิได้เข้าร่วมโครงการให้ เข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิพิเศษ ซึ่งแบ่งเป็น ผู้ที่ไม่มียอดค้างชำระ หากท่านทำการปิดบัญชีทั้งหมด จะได้รับการลดเงินต้น 3.5% ของยอดหนี้, ผู้ที่มียอดหนี้ค้างชำระ หากท่านทำการชำระหนี้ให้เป็นยอดหนี้ปกติ ท่านจะได้รับการลดเบี้ยปรับให้ทั้งหมด 100% หรือหากท่านทำการปิดบัญชีทั้งหมด จะได้รับการลดเบี้ยปรับให้ทั้งหมด 100% เต็มแล้ว ยังจะได้รับการลดดอกเบี้ยให้อีก 50%“หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาของโครงการวันที่ 31 มี.ค.นี้ กองทุนฯ จะทำการสรุปข้อมูลของผู้ที่ยังค้างชำระหนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ค้างชำระหนี้ 5 งวด หรือ 4 ปีขึ้นไป กองทุนฯ จะต้องดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้น ในระหว่างนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงระยะเวลาสุดท้ายของการดำเนินโครงการแล้ว จึงอยากเชิญชวนผู้กู้ยืมให้ชำระหนี้ในช่วงนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ค้างชำระหนี้ 5 งวด หรือค้าง 4 ปีขึ้นไป เพื่อจะได้รับสิทธิพิเศษจากโครงการและยังจะเป็นการป้องกันการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอีกด้วย”ทั้งนี้ หากมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อชำระเงินคืนได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กยศ. 02-610-4888 หรือรายละเอียดที่ www.Studentloan.or.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กยศ.เชิญชวนคืนเงินก่อนสิ้นเดือนมี.ค.57
เดือน: มีนาคม 2014
-

กยศ.เชิญชวนคืนเงินก่อนสิ้นเดือนมี.ค.57
-

“ประภัสร์” เร่งศึกษารถไฟรางคู่
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท.ได้ศึกษาและออกแบบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางเสร็จเรียบร้อบร้อยแล้ว คือ สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม.สายนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กม. สายนครราชสีมา-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม.และสายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. โดยทั้งหมดได้เสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)แล้ว เมื่อผ่านการพิจารณาก็จะนำเสนอ ครม.ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ทันทีทั้งนี้ ในส่วนของการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่จำนวน 20 คันนั้น จะเริ่มรับมอบตั้งแต่เดือนมิ.ย.จนครบทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ โดยหัวรถจักรทั้งหมดจะเป็นหัวรถจักรที่มีขนาดใหญ่เพื่อนำไปใช้ในการขนส่งสินค้า จากนั้น ร.ฟ.ท.จะนำหัวรถจักรเก่าที่ใช้ขนส่งสินค้าในปัจจุบันมาใช้ขนส่งผลโดยสารแทน ซึ่งจะช่วยให้มีหัวรถจักรมาให้บริการผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นด้วยนายประภัสร์ กล่าวว่า การจัดซื้อหัวรถจักรใหม่อีก 57 คัน เพื่อนำมาให้บริการผู้โดยสารนั้น จะเริ่มขายเอกสารในเดือนมี.ค.นี้ จากนั้นจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ประมาณไตรมาส 3 เมื่อได้บริษัทชนะการประมูลแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะรับมอบหัวรถจักรใหม่มาให้บริการได้ ส่วนการซ่อมหัวรถจักรเก่าที่มีอยู่แล้วเพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก 56 คันนั้น อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะซื้อใหม่หรือซ่อม เพราะหากซื้อใหม่จะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาทต่อคัน ได้หัวรถจักรใหม่ 40 คัน แต่หากซ่อมจะใช้เงิน 50 ล้านบาทต่อคัน และได้หัวรถจักร 56 คันเท่าเดิม ซึ่งก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดถึงความคุ้มค่าของการลงทุนกันอีกครั้ง"เมื่อสามารถนำหัวรถจักรใหม่มา จะเป็นช่วงที่เส้นทางรถไฟซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าและผู้โดยสารรวดเร็วมากขึ้น เพราะจะใช้ความเร็วได้มากขึ้นถึง 100 กม.ต่อชั่วโมง เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปัจจุบันใช้เวลาเดินทางประมาณ 14-15 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 7-8 ชั่วโมงเท่านั้น"ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนที่ต้องปรับแบบเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เช่น สถานีกลางบางซื่อ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องรอเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาวงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีการปรับแบบการก่อสร้างใหม่ให้รองรับไฮสปีดเทรนก่อน หากก่อสร้างตามแบบเดิมซึ่งไม่รองรับไฮสปีดเทรนแล้วต้องรื้อใหม่เมื่อมีการก่อสร้างในอนาคตจะต้องใช้งบลงทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ ร.ฟ.ท.จัดสัปดาห์รถไฟ 117 ปี เฉลิมฉลองครบรอบวันสถาปนากิจการรถไฟ วันที่ 23-28 มี.ค. มีกิจกรรมสำคัญ เช่น การจัดเดินขบวนนำเท่ี่ยวพิเศษ รถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ กรุงเทพ-พระนครศรีอยุธยา การเสวนา ทิศทางรถไฟในอนาคต การประมูลเก้าอี้ ไม้หมอนรถไฟชุดสุดท้าย เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประภัสร์” เร่งศึกษารถไฟรางคู่ -

บริการใหม่LINE Call โทรหาเบอร์มือถือ-พื้นฐาน
LINE ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลก มีผู้ใช้กว่า 380 ล้านคนทั่วโลก ได้เปิดตัวบริการไลน์คอลล์ ( LINE Call) สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สามารถใช้บริการโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท ในราคาประหยัดทั้งเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานและเบอร์มือถือ ได้กว่า 200 ประเทศและในหลายภูมิภาคผ่านแอพพลิเคชั่น LINE โดยไม่ต้องมีการตั้งค่าเริ่มต้นใดๆ ขณะนี้ ไลน์ คอลล์ ใช้ได้แล้วใน8 ประเทศ คือ ไทย ฟิลิปปินส์ โคลัมเบีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก เปรู สเปนและสหรัฐอเมริกา และกำลังขยายไปยังประเทศอื่น ๆรวมถึงผู้ใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอสด้วย ทั้งนี้ ผู้ใช้ไลน์ สามารถเลือกบริการได้ 2 แบบด้วยกันคือ แบบโทรฟรีหาผู้ที่ใช้ไลน์ ด้วยกันซึ่งเป็นบริการที่มีอยู่แล้ว และแบบโทรในราคาประหยัดไปหาเลขหมายอื่นทั้งเบอร์พื้นฐานและเบอร์มือถือทั่วโลก ผ่านบริการ ไลน์ คอลล์ สำหรับวิธีใช้บริการไลน์คอลล์ ต้องอัพเดทแอพพลิเคชั่นเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด คือ LINE 4.1.0 เข้าไปที่แท็บMore และเลือก LINE Call การโทรภายในประเทศ ให้ใส่หมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรหรือ เลือกจากรายชื่อที่บันทึกไว้ในบัญชีรายชื่อ และกด “Call” ส่วนการโทรระหว่างประเทศ จะต้องใส่หมายเลขของประเทศนั้นๆก่อนแล้วตามด้วยการใส่เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทร ค่าบริการ เฉลี่ย 0.53 -1.28 บาท/นาที รายละเอียดค่าบริการในแต่ละประเทศและภูมิภาคเข้าไปดูได้ที่ http://line.me/en/call/price-table โดยบนหน้าจอโทรศัพท์จะแสดงค่าใช้จ่ายอัตโนมัติระหว่างใช้บริการ การชำระค่าบริการ ผ่านแอพไลน์ บัตรเครดิต และซื้อเวลาการโทรผ่าน LINE Web Store
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริการใหม่LINE Call โทรหาเบอร์มือถือ-พื้นฐาน