น.ส.อนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 30 เปิดเผยว่า งานมหกรรมฯ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 มี.ค.ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับดีกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดขาย 4,000 ล้านบาท และยอดคนเดินตลอดทั้ง 4 วันกว่า 100,000 คน มียอดขอสินเชื่อภายในงานกว่า 18,000 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นผลมาจากผู้บริโภคยังต้องการซื้อที่อยู่อาศัย รวมทั้งมั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน ต่างมีโปรโมชั่นพิเศษมานำเสนอโดยที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ คอนโดมิเนียม รองลงมาคือบ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์“จากข้อมูลการลงทะเบียนผู้เข้าชมงาน ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่า ผู้เข้าชมงานกว่า 35% เป็นผู้ที่เคยมาเข้าชมงานครั้งก่อนอีก 65% เป็นผู้เข้าชมงานครั้งแรกส่วนใหญ่ 60% มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน รองลงมาคือเจ้าของกิจการ 10% ที่เหลือมีอาชีพรับราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย ด้านรายได้ต่อเดือนพบว่า ส่วนใหญ่ 40% มีรายได้ระหว่าง 30,000-50,000 บาทอีก 36% มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท และ 10% มีรายได้ 50,000-70,000 บาท นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ คือ 63% ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเขตกทม. รองลงมา คือ นนทบุรี 10% หากรวมกทม. และ 5 จังหวัดปริมณฑลจะมีถึง 85%”ทั้งนี้ ผลสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้ลงทะเบียนเข้าชมงานพบว่ากลุ่มผู้บริโภคต้องซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว50%คอนโดมิเนียม30%ทาวน์เฮ้าส์13%และอาคารพานิชย์4%ด้านงบประมาณนั้นต้องการระดับาคา 1- 2 ล้านบาทสูงถึง 45% รองลงมาคือราคา 2-3 ล้านบาท 23% ต่ำกว่า1ล้านบาท 7% ราคา 3-4 ล้านบาท 13% และ 4-6 ล้านบาท 8% ทั้งนี้ คาดว่าจะจัดงานดังกล่าวครั้งต่อไประหว่างวันที่ 9–12ต.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ด้านนายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า สำหรับการจัดงานโฮมบิวด์เดอร์ โฟกัส 2014 ในช่วงเดียวกันนั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จเช่นกันโดยมียอดจองและทำสัญญาในงาน 786 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 540 ล้านบาทหรือ 45% จากยอดจองรวม 118 หลัง โดยมีบ้านระดับราคา 2-5 ล้านบาทได้รับความนิยมสูงสุดแต่โดยเฉลี่ยราคาปลูกบ้านในปีนี้อยู่ที่ 6.7 ล้านบาทโดยมีราคาปลูกบ้านต่ำที่สุด 1.36 ล้านบาทและแพงที่สุด 52.8 ล้านบทนอกจากนี้ ผู้ประกอบการต่างจัดแคมเปญช่วยกระตุ้นกำลังซื้อด้วย ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย ภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคยังต้องการปลูกสร้างบ้านอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่ายอดจองสร้างบ้านไตรมาส 2 นี้ จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,500 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชาชนแห่จองซื้อบ้าน4สมาคมใหญ่ทะลุเป้า
เดือน: มีนาคม 2014
-

ประชาชนแห่จองซื้อบ้าน4สมาคมใหญ่ทะลุเป้า
-

สมอ.ตรวจเข้มวัสดุก่อสร้าง – เครื่องใช้ไฟฟ้า
นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สมอ. กวดขันเข้มข้นตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานบังคับในท้องตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ในภาวะสถานการณ์การเมืองไม่ปกติ โดยล่าสุดในวันที่ 1 3 – 14 มี.ค. เจ้าหน้าที่สมอ. ได้ตรวจจับเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานมอก. ได้กว่า 55,800 เส้น ซึ่งได้ดำเนินการยึดอายัดผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อไป“ล่าสุดเจ้าหน้าที่สมอ. ได้ตรวจโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ เขตบางขุนเทียน พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 20-2543 โดยเป็นเหล็กเบาที่มีค่ามวลต่อเมตรไม่เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนด และแสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. จำนวน 48,600 เส้น และเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 57 ได้เข้าตรวจสอบโกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก ย่านเทพารักษ์ สมุทรปราการ พบเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ชื่อย่อผู้ผลิต ขนาด และชั้นคุณภาพตามที่มาตรฐานกำหนด จำนวน 7,200 เส้น”นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบโรงงาน โกดังและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นการดำเนินการตามแผนงานปกติ ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ได้เพิ่มความเข้มงวดและความถี่ของการตรวจติดตามในช่วงนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เกรงว่า ผู้ประกอบการบางส่วนอาจฉวยโอกาสกระทำความผิด กองตรวจการมาตรฐาน 1 จึงจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจติดตามโรงงาน หรือผู้นำเข้าที่ได้รับใบอนุญาต และตรวจสอบโกดัง ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานบังคับ เป็นประจำทุกวัน ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อป้องปรามการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งสถานที่ผลิต สถานที่เก็บ และสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2202 3472
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมอ.ตรวจเข้มวัสดุก่อสร้าง – เครื่องใช้ไฟฟ้า -

ลุ้นบอร์ด กสทช.ขึ้นเงินเดือนซุปเปอร์บอร์ดพรุ่งนี้
วันนี้(18 มี.ค.57) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 19 มี.ค.57 ที่ประชุม (บอร์ด)กสทช. มีวาระการปรับค่าตอบแทนของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.)หรือ ซุปเปอร์บอร์ด รวมทั้งพิจารณาการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี57 จากเดิมที่ค่าตอบแทนรายเดือนของกตป. 100,000-120,000บาท ในขณะที่ ค่าตอบแทน กสทช. อยู่ที่เดือนละ 260,xxx บาท (เหมาจ่าย) ประธานสูงกว่ากรรมการ 25 % ทั้งนี้การที่สำนักงานได้เสนอขอปรับเพิ่มฐานค่าตอบแทนรายเดือนของกตป.ให้สูงขึ้นตามอัตราเทียบ กสทช. โดยหน้าที่ของ กสทช.คือการสนับสนุนการทำงานของ กตป. ในการตรวจสอบติดตามการทำงานและนโยบายของกสทช.การพิจารณางบประมาณจึงไม่ควรเป็นเรื่องต่างตอบแทนแต่ควรเป็นการทำงานอย่างมืออาชีพตามกรอบกฎหมายโดยกตป.ควรเน้นการทำงานตรวจสอบองค์กร และกสทช.เองควรรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขทั้งนี้ตนคิดว่า เหตุผลหนึ่งที่เสนอปรับเงินเดือนเพราะมาจากแรงกดดันที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ให้ความร่วมมือกับกตป.นอกจากนี้กสทช.เตรียมพิจารณา กรอบวงเงินการจัดสรรเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ประเภทที่ 1) ประจำปี57 โดยปีที่แล้ว กสทช.ได้พิจารณาไม่ผ่านในหลายโครงการรอบสุดท้ายที่ส่งเข้ามาพิจารณาในปีนี้ ตนเห็นว่าควรจัดทำกรอบการจัดสรรงบประมาณให้ชัดเจนกว่าเดิมแบ่งกรอบตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงเงินที่กำลังจะมีเข้ามาเพิ่มขึ้น” นางสาวสุภิญญา กล่าวส่วนวาระน่าจับตาด้านโทรคมนาคมได้แก่ การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเตรียมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ (MHz) และด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มีวาระรายงานผลการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนคลื่นความถี่ MMDS ระหว่างบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับบริษัท เพลย์เวิร์ค จำกัด ซึ่งกำลังมีข้อพิพาทในขณะนี้ นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ส่วนวาระเดิมข้ามปีที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้คือการออก ร่างประมวลจริยธรรมของกรรมการ กสทช. ถือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาว่ากสทช.ควรทำหน้าที่เน้นเรื่องอะไรระหว่าง จริยธรรมของธรรมาภิบาลการทำหน้าที่อย่างโปร่งใสกับจริยธรรมในการเคารพมติและเอกภาพขององค์กร(งดแสดงความเห็นเสียงข้างน้อย)จึงเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นบอร์ด กสทช.ขึ้นเงินเดือนซุปเปอร์บอร์ดพรุ่งนี้