น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ประเทศไทยช่วงนี้ถือเป็นช่วงหน้าร้อน โดยในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอากาศหนาวติดต่อกันระยะยาว จึงทำให้เป็นที่มาของอากาศแล้ง ทั้งนี้ เมื่ออากาศร้อนติดต่อกัน ภาคเหนือเกิดลูกเห็บขึ้นที่จังหวัดเลย บ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 200 หลังคาเรือนโดยสาเหตุที่เกิดขึ้น เกิดจากลมอากาศร้อนชื่นของภาคตะวันออกเฉียงใต้มาเจอกับมวลอากาศเย็นจากจีน เมื่อเกิดลูกเห็บ จะเกิดอากาศแปรปรวน ลมฟ้าคะนอง ฝนตกระยะสั้นไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีลมพายุ และพัดป้ายโฆษณาต่างๆล้มได้ จึงอยากให้ระมัดระวังอย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ประเทศไทยอยู่ระหว่างที่พระอาทิตย์ตั้งฉากกับบ้านเราพอดี ทำให้ทุกพื้นที่เกิดปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก ไม่มีน้ำใช้ ยกเว้นพื้นที่กรมชลประทานที่มีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ ถือว่าบริหารจัดการได้ จึงอยากให้ประชาชนปลูกพืชผลทางการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ ซึ่งพื้นที่นอกเขตชลประทานได้รับผลกระทบหมด โดยส่วนของอากาศแปรปรวน ควรงดใช้เครื่องมือสื่อสารด้วย“ขณะนี้ เมื่อผ่านอากาศหนาวมาเจอกับมวลความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวมีอากาศเย็นในตอนเช้า มีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ลักษณะดังกล่าวทำให้มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยบ้านเราจะร้อนนานถึงเดือนพ.ค. มีฝนฟ้าแปรปรวน อยากให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังพายุฤดูร้อน” ทั้งนี้ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่เดือนต.ค.56 จนถึงปัจจุบัน มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือ ภัยแล้ง 27 จังหวัด 145 อำเภอ 861 ตำบล 7,545 หมู่บ้าน ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ ตาก น่าน พะเยา พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร และแม่ฮ่องสอน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และ หนองบัวลำภู ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสิงห์บุรี สระบุรี และชัยนาท ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จันทบุรี และปราจีนบุรี ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง สตูล กระบี่ และสุราษฎร์ธานี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ ระบุอากาศแปรปรวนร้อนยาวถึงพ.ค.
เดือน: มีนาคม 2014
-

ศูนย์เตือนภัยฯ ระบุอากาศแปรปรวนร้อนยาวถึงพ.ค.
-

ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น จับตาการประชุมเฟด
นักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (18 มี.ค.) ที่ระดับ 32.17-32.20บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแข็งค่าขึ้นจากที่ปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 32.24-32.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่ามาจากแรงซื้อขายในประเทศตามปกติ และในช่วงนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามากระทบกับค่าเงินบาท สำหรับวันนี้คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.15-32.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยยังคงติดตามปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาทที่สำคัญ คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 มี.ค. นี้ด้านฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทจีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับตลาดทองคำในประเทศวันนี้ ราคาทองคำปรับลดลง 350 บาท ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อ 20,650 บาท ขายออก 20,750 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 20,344.72 บาท ขายออก 21,150 บาท เป็นผลจากนักลงทุนรับข่าวการลงประชามติในไครเมียประกาศอิสรภาพจากยูเครนเมื่อวานนี้ หลังจากผลการลงประชามติระบุว่า ชาวไครเมีย 96.77% ต้องการแยกตัวออกจากยูเครนและไปรวมกับรัสเซีย ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรออกมา อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำที่นักลงทุนต้องติดตามคือ การประชุมเฟด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเฟดอาจตัดสินใจลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ลง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาพเกษตรฟื้นตัว รวมถึงประเด็นภาพรวมของเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะจีนที่ยังไม่ค่อยดีอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น จับตาการประชุมเฟด -

ราคาทอง18มี.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย21,150บาท
วันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10:15 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 21,150 บาท รับซื้อ 20,344.72 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,750 บาท รับซื้อ 20,650 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 21,150 บาท รับซื้อ 20,344.72 บาท ทองแท่งขาย 20,750 บาท รับซื้อ 20,650 บาท เวลา 10:15 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 300 บาท รูปพรรณขายบาทละ 21,200 บาท รับซื้อ 20,405.36 บาท ทองแท่งขาย 20,800 บาท รับซื้อ 20,700 บาท เวลา 09:28 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง18มี.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย21,150บาท