เดือน: มีนาคม 2014

  • มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

    มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

    วันนี้(17 มี.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่าที่ประชุมกสท.พิจารณาหลักการสนับสนุนกล่องแปลงสัญญาณทีวีระบบดิจิทัลหรือ เซต ท๊อป บ็อกซ์ ที่คาดว่าแนวโน้มราคาคูปองจะมีราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คำนวณไว้เบื้องต้น 690 บาท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวมถึงการแจกจ่ายคูปองเริ่มภายหลังการขยายโครงข่ายให้บริการทีวีดิจิทัลที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ษ. 57 โดยแจกจ่ายทุกครัวเรือนตามทะเบียนราษฎร หลังจากนั้นจะเพิ่มเติมให้กับกลุ่มที่อยู่นอกทะเบียนราษฎรต่อไปนอกจากนี้การรับสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (ดีวีบีที2) ต้องสนับสนุนอุปกรณ์สายอากาศควบคู่กันไป ซึ่งการสนับสนุนเช่นนี้เป็นเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัลซึ่งจะไม่มีการนำไปใช้สนับสนุนกิจการที่เป็นคู่แข่ง กระบวนการแจกคูปองและการนำใช้คูปองไปใช้ควรเป็นขั้นตอนที่ง่าย ชัดเจน สะดวก โปร่งใสและตรวจสอบได้พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า กสท.เห็นชอบเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ อาทิคุณสมบัติ การใช้คลื่นความถี่ การบริหารสถานี หลักการการออกอากาศ การเผยแพร่รายการการพัก การยกเลิกการให้บริการเป็นต้นนอกจากนี้ยังอนุญาตช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีรายใหม่ จำนวน 5 รายและดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต 2 ปีให้แก่ผู้ประกอบการอีกจำนวน 3 ราย รวมถึงอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุเพิ่มเติม 60ใบ แบ่งเป็นบริการธุรกิจ 54 ใบ บริการสาธารณะ3 ใบ และบริการชุมชน 3 ใบ รวมทั้งสิ้นอนุญาตทดลองไปแล้วจำนวน 4,136 ใบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มีแนวโน้ม กสท.เพิ่มราคาคูปองเซตทอปบ็อกซ์

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มีนาคม 2557 ปิดบวก 4.92 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มีนาคม 2557 ปิดบวก 4.92 จุด

    ตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 มี.ค. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาด และเครื่องไหวแคบๆในแดนลบ จากนั้นจึงเริ่มดีดตัวขึ้นร้อนแรงตั้งแต่ช่วงบ่ายจนท้ายตลาด ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นลงตามแรงซื้อขายทำกำไร หลังจากดัชนีปรับตัวสูงขึ้นในก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไร้ปัจจัยหนุนที่ส่งผลชัดเจนต่อตลาด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,377.29  จุด และลดลงต่ำสุด 1,366.75 จุด จนมาปิดตลาด 1,377.10 จุด เพิ่มขึ้น 4.92 จุด หรือ 0.36 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 29,038.60 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 179.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 2. ปตท. ปิดที่ 294.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 3. เอไอเอส ปิดที่ 220.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท 4. ทรู ปิดที่ 7.35 บาท  ลดลง 0.05 บาท 5.ปูนซีเมนต์ไทย ปิดที่ 424.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มีนาคม 2557 ปิดบวก 4.92 จุด

  • เคาะวันที่ 19 มี.ค.ประมูลเอเฟทใหม่

    เคาะวันที่ 19 มี.ค.ประมูลเอเฟทใหม่

    นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่19 มี.ค. 57กระทรวงพาณิชย์จะมีการเปิดให้ประมูลข้าวผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟท)ครั้งที่ 7 จำนวน 2.4 แสนตัน ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลังจากได้เลื่อนการประมูลออกไปเมื่อวันที่12 มี.ค. ที่ผ่านมาเ พราะการเดินทางมาตัดไฟ ของกลุ่ม กปปส.ที่กระทรวงพาณิชย์ทำให้การประมูลไม่สามารถดำเนินการต่อได้และจะมีการเปิดประมูลในครั้งถัดไปในวันที่ 26 มี.ค. อีกประมาณ 2 แสนตันด้วย “ในเดือนนี้จะไม่มีการเปิดขายเป็นการทั่วไปของกรมการค้าต่างประเทศแล้วจึงเชื่อว่าน่าจะทำให้ราคาข้าวในตลาดเอเฟทมีราคาดีขึ้นสำหรับในการประมูลผ่านเอเฟท6 ครั้งที่ผ่านมา สามารถอนุมัติระบายข้าวไปได้กว่า 3.89 แสนตันคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า  4,000 ล้านบาท จากปริมาณข้าวที่นำมาประมูลทั้งหมด1 ล้านตัน”นอกจากนี้ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการผลิตข้าวถุงขายเพื่อช่วยเหลือชาวนาโดยเฉพาะภายใต้ชื่อแบรนด์ ข้าวไทยช่วยชาวนาไทยเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลซึ่งขณะนี้ทางองค์การคลังสินค้า(อคส.) อยู่ระหว่างดำเนินการนำข้าวในสต็อกประมาณ 4,000-5,000ตัน มาผลิตเป็นข้าวบรรจุถุง ขนาด 5 กิโลกรัม ขายในราคา 80-90 บาทโดยคาดว่าภายในต้นเดือน มี.ค.  จะมีสินค้าวางจำหน่ายได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเครือข่ายชาวนาไทยได้นำข้าวสารบรรจุถุงของชาวนาล็อตแรกจำนวน200 ถุง วางจำหน่ายที่กระทรวงพาณิชย์ ในราคาถุงละ 80 บาทในขนาดถุง 5 กิโลกรัมซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการขายจะนำเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์และลดความเดือดร้อนของชาวนาที่ยังรอเงินจำนำข้าวจากรัฐบาลนอกจากนี้ในช่วงปลายสัปดาห์จะนำออกมาจำหน่ายอีก   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เคาะวันที่ 19 มี.ค.ประมูลเอเฟทใหม่