เดือน: มีนาคม 2014

  • ไทยร่วมวงประมูลขายข้าวฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน

    ไทยร่วมวงประมูลขายข้าวฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน

    นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมประมูลข้าวในประเทศฟิลิปปินส์  700,000-800,000 ตัน หลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยินยอมให้ไทยต่ออายุบันทึกความเข้าใจข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ในการส่งมอบข้าว (เอ็มโอยู) ที่หมดอายุไปก่อนหน้านี้แล้ว และการต่ออายุแต่ละครั้งจะมีระยะเวลา 3-4 ปี แต่ปัญหาคือรัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ  “เราต้องทำทุกวิถีทางในการระบายข้าวที่มีอยู่ในโครงการซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการภายในของรัฐบาลไทยเองเพราะเราเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ก็มีเงื่อนไขในเอ็มโอยูว่าให้รัฐบาลใหม่สามารถพิจารณาทบทวนได้ แต่หากไม่ต่ออายุเอ็มโอยูเลยรัฐบาลไทยก็จะเสียสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลข้าวในครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะเงื่อนไขการเปิดนำเข้าครั้งนี้ จะกำหนดให้รัฐบาลที่จะร่วมประมูลต้องมีเอ็มโอยูระหว่างกัน”   แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์จะสนใจนำเข้าข้าวขาว 25%  เนื่องจากยังมีข้าวในสต็อกตามโครงการรับจำนำข้าวอีกมากที่รอการระบายออก ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลฟิลิปปินส์ก็เคยเปิดประมูลและนำเข้าข้าวจากต่างประเทศในลักษณะนี้มาก่อนและไทยก็เคยส่งออกข้าวไปยังฟิลิปปินส์แต่ระยะหลังๆฟิลิปินส์ได้หันไปนำเข้าข้าวจากเวียดนามแทนเนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าข้าวไทยทำให้ไทยสูญเสียตลาดในส่วนนี้ไป                  นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลเพื่อรับซื้อข้าวขาวประมาณ 800,000 ตันนั้น เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะใช้เป็นช่องทางในการขายข้าวไทย ซึ่งรัฐบาลไทยควรที่จะหาช่องทาง ในการเจรจาเข้าไปขายข้าวให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ เพราะขณะนี้ราคาข้าวไทยลดลงมาใกล้เคียงราคาข้าวเวียดนามที่ตันละ400-410  ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าข้าวไทยจะแข่งขันกับราคาข้าวเวียดนามได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในการเปิดประมูลรับซื้อข้าว ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามข่าวสารซึ่งเร็วๆนี้คงจะทราบรายละเอียดทั้งหมด 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยร่วมวงประมูลขายข้าวฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน

  • ทบทวนแผนระบายข้าวจ่ายหนี้ชาวนา

    ทบทวนแผนระบายข้าวจ่ายหนี้ชาวนา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในวันที่ 17 มี.ค. นี้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์จะเรียกหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานด้านข้าวเป็นการเฉพาะ เข้าหารือถึงสถานการณ์ข้าวและทบทวนแผนงานระบายข้าวเพื่อเร่งรัดการจัดหาเงินเพื่อส่งคืนกระทรวงการคลังเพื่อคืนเงินค่าข้าวตามใบประทวนชาวนาไม่ต่ำกว่า8,000-10,000 ล้านบาทต่อเดือนทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อบันทึกความเข้าใจซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นสัญญาที่ต้องดำเนินการทุก 4 ปีที่ฉบับเดิมกำลังหมดอายุลง เพื่อให้ไทยมีสิทธิในการยื่นประมูลขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ที่กำลังจะเปิดประมูลอีก 8 แสนตันไม่เกินเดือนเม.ย.นี้นอกจากนี้จะขออนุมัติแผนโรดโชว์ในประเทศเป้าหมายที่กรมการค้าต่างประเทศจะมีการเดินทางทุกสัปดาห์รวมถึงการระบายข้าวที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินการแล้วเท่าไหร่และมีอีกจำนวนเท่าไหร่ที่กำลังเจรจาขายขณะเดียวกันกรมการค้าต่างประเทศจะเสนอแนวโน้มราคาข้าวว่าแนวโน้มจะปรับสูงขึ้น เพราะประเทศเพาะปลูกสำคัญทั้งไทยอินเดีย เวียดนาม จะเจอภัยแล้งที่จะมีผลในไตรมาส 2 นี้ และมีผลต่อค่าเฉลี่ยราคาข้าวเกิน 430 เหรียญสหรัฐฯ   “ตอนนี้ราคาข้าวลดลงเพราะจิตวิทยาจากข้าวใหม่เวียดนามที่ประเมินว่าจะมีถึง 12 ล้านตันออกสู่ตลาดอีกทั้งในไทยเจอการกดราคารับซื้อข้าวในไทยหลังไม่มีโครงการรับจำนำนาปรังแต่จากภาวะอากาศที่ผันผวนทั่วโลก กำลังก่อปัญหาต่อผลผลิตนธัญพืชโลกได้รับผลกระทบจึงทำให้กระทรวงพาณิชย์มั่นใจต่อการระบายข้าวจะมีการซื้อต่อเนื่องและต้องประคองราคาจากกลุ่มพ่อค้าที่กำลังกดราคาข้าว “ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทบทวนแผนระบายข้าวจ่ายหนี้ชาวนา

  • หมูราคาพุ่งรับหน้าร้อน

    หมูราคาพุ่งรับหน้าร้อน

     นายชัยยุทธ สุวรรณนิกขะ กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาหมูหน้าฟาร์มยังทรงตัวหลังมีการปรับขึ้นเฉลี่ย 2 บาท/กก.  จากเดิมที่กก.ละ 72-73 บาท เป็น 74-75 บาท/กก.  และมีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นอีกเนื่องจากราคาต้นทุนในส่วนที่เป็นอาหารสัตว์ปรับขึ้นทุกชนิด เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดิม 8 บาท เป็น 9 บาทต่อกก.  ปลายข้าวจาก 8.50 บาท เป็น 9 บาท ต่อกก.  รำข้าวจาก 8 บาท  เป็น 9.50 บาทต่อกก.  และกากถั่วเหลืองจาก 19 บาท เป็น 20 บาทต่อกก.  จึงต้องการให้ภาครัฐป้องกันปัญหาหมูราคาแพงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยการลดต้นทุนการผลิตให้ผู้เลี้ยงด้วยการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองให้เป็น 0%  ส่วนการแก้ไขปัญหาหมูหน้าเขียงแพงกรมการค้าภายในก็ควรออกสำรวจราคาในตลาดสดอย่างต่อเนื่องเพราะราคาหน้าฟาร์มยังทรงตัวแต่พ่อค้าหมูหน้าเขียงมีการปรับขึ้นราคาสูงเกินจริง    “ส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาหมูมีการปรับขึ้นเกิดจากอากาศที่ร้อนทำให้หมูโตช้าและออกสู่ตลาดได้ช้ากว่าเดิม รวมทั้งมีการส่งออกไก่ได้มากขึ้นทำให้เหลือไก่มาจำหน่ายในประเทศน้อยลง ผู้บริโภคจึงไม่มีทางเลือกในการซื้อมากนักทำให้ความต้องการหมูมากขึ้น ซึ่งก็ยืนยันว่าราคาหมูที่ปรับขึ้นไม่ได้มาจากการโก่งราคาของผู้เลี้ยงแต่เป็นการบวกกำไรของพ่อค้าหมูหน้าเขียงซึ่งกรมการค้าภายในจะต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจริงจัง”   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หมูราคาพุ่งรับหน้าร้อน