เดือน: เมษายน 2014

  • “ดีแทค”แนะวิธีใช้งานมือถือเที่ยวสงกรานต์ในตปท.กัน”บิลช็อค”

    “ดีแทค”แนะวิธีใช้งานมือถือเที่ยวสงกรานต์ในตปท.กัน”บิลช็อค”

     วันนี้(10 เม.ย.)บริษัทโทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด หรือ ดีแทคได้เปิดบูธแนะนำบริการพร้อมแจกฟรีคู่มือเตรียมพร้อมใช้งานข้ามแดนอัตโนมัติที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ที่ประตู 8 ตลอด24 ชั่วโมงสำหรับลูกค้าดีแทคที่ต้องการนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปใช้งานต่างประเทศอย่างสบายใจโดยเฉพาะเทศกาลเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสงกรานต์เพื่อให้ได้รับคำแนะนำการใช้งานที่ถูกต้องป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายสูงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นขณะอยู่ต่างประเทศรวมถึงรหัสประเทศและหมายเลขติดต่อสถานทูตในต่างประเทศที่สำคัญพร้อมแนะนำการตั้งค่าจากมือถือของลูกค้าดีแทคและดีแทคไตรเน็ตอย่างถูกต้องเพื่อให้ใช้งานในต่างประเทศได้โดยไม่มีปัญหารวมถึงการเปลี่ยนซิมการ์ดเพื่อให้รองรับการใช้งานในต่างประเทศสำหรับลูกค้าดีแทคไตรเน็ต สำหรับลูกค้าที่สนใจนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปใช้งานต่างประเทศดีแทคมีแพ็กเกจดาต้าโรมมิ่งแบบรายวันใช้งานได้ 25MB ต่อวันอัตรา 350 บาทหรือลูกค้าสามารถเลือกสมัครแพ็กเกจแบบ 7วันใช้งานได้ 500 MB ต่อ 7 วันอัตรา 2,599 บาทก่อนการเดินทางแต่ละครั้งโดยทั้งสองแพ็กเกจครอบคลุมประเทศยอดนิยมทั่วโลกใช้งานได้กับทุกเครือข่ายเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าดีแทครายเดือนที่ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นประจำช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับการที่ต้องเลือกโอเปอร์เรเตอร์ในต่างประเทศหรือต้องจำกัดการเลือกใช้เฉพาะเครือข่ายโรมมิ่งที่กำหนดไว้อีกต่อไป ทั้งนี้ลูกค้าต้องสมัครก่อนเดินทางโดยระบุวันใช้งานและประเทศตามที่กำหนดถ้าไม่ได้สมัครแพ็กเกจหรือสมัครแพ็กเกจโดยแจ้งประเทศหรือวันที่ใช้งานไม่ตรงกับวันที่ใช้งานจริงจะถูกคิดอัตราปกติและจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามมาได้ลูกค้าดีแทคที่สนใจสามารถติดต่อสมัครได้ที่ดีแทคคอล เซ็นเตอร์ 1678หรือสำนักงานบริการดีแทคทุกสาขารวมทั้งสามารถศึกษาอัตราค่าบริการข้อมูลโปรโมชั่น และแพ็กเกจต่างๆได้ที่  www.dtac.co.th/tha/ir ทั้งนี้การนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปใช้งานต่างประเทศโดยเฉพาะการใช้งานดาต้าควรเตรียมพร้อมด้วยการศึกษาการทำงานแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก่อนล่วงหน้ารวมถึงรูปแบบการเชื่อมต่อออนไลน์เพื่อการใช้งานดาต้าผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผนและป้องกันค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจากการที่ใช้งานซึ่งวงเงินค่าบริการและแพ็กเกจการใช้งานดาต้าในประเทศจะไม่ครอบคลุมค่าใช้บริการกรณีนำเครื่องไปใช้งานในต่างประเทศขณะใช้งานในต่างประเทศลูกค้าสามารถตรวจสอบปริมาณการใช้งานได้จาข้อความสั้น(SMS)แจ้งเตือนการใช้งานดาต้าในต่างประเทศซึ่งทางดีแทคจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นระยะถึงปริมาณการใช้งาน(เมกะไบต์)หรืออัตราค่าใช้บริการ(บาท)โดยประมาณของดาต้าที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ค่าใช้จ่ายสูงลูกค้าจึงควรหมั่นตรวจสอบว่าได้รับSMSแจ้งเตือนแล้วหรือไม่ ส่วนการใช้แท็บเล็ตในต่างประเทศจะไม่สามารถรับ SMS แจ้งเตือนปริมาณการใช้งานได้จึงควรระมัดระวังการใช้งานกรณีฉุกเฉินขณะเดินทางในต่างประเทศสามารถติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์dtaccall center +662 202 8100 (ฟรีค่าบริการ)ตลอด24ชั่วโมงหรือ www.dtac.co.th/help/form.html และสำหรับลูกค้าที่สนใจคู่มือเตรียมพร้อมการใช้งานข้ามแดนอัตโนมัติสามารถดาวน์โหลดเพื่อศึกษาข้อมูลล่วงหน้าได้ที่www.dtac.co.th/ducument-upload/roaming/download-ir.pdf 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค”แนะวิธีใช้งานมือถือเที่ยวสงกรานต์ในตปท.กัน”บิลช็อค”

  • “EGA” พัฒนาระบบสื่อสารออนไลน์ให้กระทรวงยุติธรรม

    “EGA” พัฒนาระบบสื่อสารออนไลน์ให้กระทรวงยุติธรรม

    ดร.ศักดิ์ เสกขุนทดผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เปิดเผยว่า ตามนโยบายให้บริการเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ(Government Information Network: GIN) และระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์(e-Saraban ) EGA จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมภายใต้โครงการ Software as a Service จะทำให้กระทรวงยุติธรรมอยู่บนเครือข่ายเดียวกันและการส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งในหน่วยงานเดียวกันและหน่วยงานภายในกระทรวงยุติธรรมจะใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันกับหน่วยงานรัฐอื่นทั้งหมดจะเป็นระบบที่ใช้เฉพาะไม่ปะปนกับเครือข่ายภายนอกทำให้เกิดความไว้วางใจในระบบได้มากขึ้น จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในกระทรวงให้เป็นหนึ่งเดียวกันและเตรียมพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงอื่นๆด้วยอย่างไรก็ตามการสนับสนุนเครือข่าย GIN ของ EGA ให้กับกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงที่จะใช้โครงข่ายนี้จากทั้งกระทรวงถือเป็นกระทรวงที่สองหลังจากที่ EGA ได้ทำกับกระทรวงวัฒนธรรมเมื่อปีที่ผ่านมารายละเอียดเบื้องต้นนั้นทางกระทรวงยุติธรรมได้ขอใช้เครือข่ายขนาด 50เมกะบิต ซึ่งทาง EGA ได้จัดการให้ทันทีและถ้ามีการใช้งานที่มากกว่านี้ จากแต่ละกรม กอง หรือสำนักงานก็สามารถเพิ่มขนาดได้อย่างทันทีโดยไม่คิดมูลค่า ส่วนในเงื่อนไขระยะเวลาของการใช้นั้นทางกระทรวงยุติธรรมสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีกำหนดระยะเวลาซึ่งจะทำให้ระบบกรมกอง และสำนักงานของกระทรวงยุติธรรมทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อภายใต้ระบบเครือข่ายเดียวกันและสามารถสร้างระบบปิดของหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะ ทำให้การบริหารงานต่างๆทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ยังเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆนอกกระทรวงยุติธรรมได้ทำให้จะเกิดการบูรณาการข้อมูลกันต่อไปในอนาคต นอกจากนั้น ในบันทึกข้อตกลงยังรวมถึงการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นระบบ Software as a Service ซึ่งเป็นการทำให้ระบบสารบรรณของกระทรวงยุตธรรมเข้าสู่มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดสามารถส่งเอกสารรับเรื่องเกษียณเอกสารต่างๆ ด้วยความรวดเร็วในแบบออนไลน์ที่มีความปลอดภัย สูงซึ่งหลังจากที่มีการลงนามในครั้งนี้ ทาง EGA กับบริษัทเอกชนที่เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์จะเข้ามาอบรมการใช้งานและบันทึกผู้ใช้จริงเพื่อนับเป็นค่าใช้จ่าย เพราะระบบนี้จะเป็นระบบใช้จ่ายตามจริงใช้น้อยเสียน้อยใช้มากเสียมาก โดยใน 2 ปีแรก EGA จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนกระทรวงยุติธรรมหลังจากนั้นในงบประมาณปีต่อไปจะมีการหารือกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง“กระทรวงยุติธรรมมีแผนการที่จะใช้ระบบไอทีเพื่อช่วยให้ประชาชนที่มาติดต่อเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ รองรับ EGA จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา และมีระบบ GovernmentApplication Center รองรับ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นของกระทรวงยุติธรรมได้ง่ายขึ้น”ทั้งนี้แนวโน้มในอนาคตอันใกล้สำหรับงานยุติธรรมไทยนั้น หลังจากที่ EGA ได้ทำการสำรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่ามีแอพพลิเคชั่นที่มีความพร้อมในการให้บริการออนไลน์กับประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆแต่จากประสบการณ์ของ EGA นั้น อาจจะต้องทำการทดลองให้บริการผ่านระบบ Web Base จนเป็นทีแน่ใจก่อนว่า จะได้รับการตอบรับจากประชาชนและมีความจำเป็นจริงๆ ก่อนที่จะออกแบบบริการเหล่านั้นผ่านระบบโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “EGA” พัฒนาระบบสื่อสารออนไลน์ให้กระทรวงยุติธรรม

  • กรมพัฒน์จัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม”

    กรมพัฒน์จัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม”

     นางสาวผ่องพรรณ  เจียรวิริยะพันธ์  อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าส่ง   ค้าปลีกทั่วประเทศจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่องาน “ค้าส่งรวมใจ   โชวห่วยไทยคู่สังคม”  ระหว่างวันที่  25  เม.ย.– 25  พ.ค.  57  ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าการตลาดพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย และ  ร้านค้าส่งค้าปลีกโดยหวังให้เกิดการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เกื้อกูลทางการค้าซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็ง แข่งขันได้อย่างยั่งยืนตลอดจนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษเพื่อช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชน“ในปี 2556 ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไปแล้ว 2 ครั้ง สามารถช่วยให้ร้านค้าส่ง  ค้าปลีกสร้าง ความเข้มแข็งในการสร้างพันธมิตรเครือข่าย และเพิ่มยอดขายจากการจำหน่ายสินค้า โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม  กว่า 1,000 ล้านบาท”  ทั้งนี้นอกจากการจัดกิจกรรมดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกควบคู่ไปด้วย โดยเสริมสร้างความรู้ด้านการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานคุณภาพธุรกิจพร้อมทั้งผลักดันให้ร้านค้าส่งเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษา แนะนำแก่ร้านค้าปลีกเครือข่ายเกี่ยวกับการปรับภาพลักษณ์ร้านค้า ตามหลัก 5 ส. คือ สวย สะอาด สว่าง สะดวก สบาย ขณะเดียวกันก็จะมีการร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ และให้บริการเสริมอย่างครบวงจรซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าส่งค้าปลีกมีแนวทางในการบริหารจัดการร้านค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถ       ลดต้นทุน  เพิ่มรายได้  มีแนวทางในการปรับปรุงภาพลักษณ์ร้านค้าให้ทันสมัยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้สูงสุดโดยปัจจุบันมีร้านค้าส่งค้าปลีกที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว กว่า  73,500  ราย ทั่วประเทศ สำหรับกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจะมีการจัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ และกระตุ้นความสนใจให้ผู้บริโภคซึ่งคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ครั้งที่ 4ในช่วงเดือน ก.ย. 57 ต่อไป 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมพัฒน์จัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม”