เดือน: เมษายน 2014

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 เมษายน 2557 ปิดบวก 2.68  จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 เมษายน 2557 ปิดบวก 2.68 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นจึงเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ตามแรงการซื้อขายของนักลงทุนก่อนช่วงวันหยุดยาว โดยยังคงไร้ปัจจัยหนุนใหม่ๆ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,389.57 จุด และลดลงต่ำสุด 1,380.55 จุด จนมาปิดตลาด 1,382.02 จุด เพิ่มขึ้น 2.68 จุด หรือ 0.19 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 22,190.54 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. เอไอเอส ปิดที่ 220.00 บาท ลดลง 1.00 บาท2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 184.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท3. พีทีที โกลบอล ปิดที่ 69.00 บาท ลดลง 0.25 บาท4. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 162.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท5. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 186.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 เมษายน 2557 ปิดบวก 2.68 จุด

  • นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

    นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

    นางชไมพรเจือเจริญผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครคุนหมิง เปิดเผยว่า ขณะนี้ เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนามณฑลยูนาน ได้กำหนดจัดงานแสดงสินค้าชายแดนและท่องเที่ยว (สิบสองปันนาแฟร์) ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. 57 ณ เมืองจิ่งหงโดยในงานจะมีการเจรจาธุรกิจและการจำหน่ายปลีก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค และนำสินค้าไทยไปปรับให้สอดคล้องความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างของ“ในส่วนของประเทศไทยนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้นายสุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิดงานและเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าประเทศไทย รวมทั้งมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะ นายหลัว หง เจียง ผู้ว่าการเขตการปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนาและผู้บริหารระดับสูงของเขตฯ ด้วย”นางชไมพร กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าแบ่งการจัดงานเป็น 3 ส่วนคือ แสดงสินค้าภายในอาคาร จำนวน 81 คูหาได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร กลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามกลุ่มสินค้าแฟชั่น กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ส่วนที่สอง เป็นการจัดการเจรจาจับคู่ธุรกิจและส่วนที่ 3 เป็นการจัดการแสดงกิจกรรมพิเศษได้แก่ รำไทย เดินแฟชั่น สลับกับการสาธิตทำอาหารไทย เป็นต้นนายเทพทัย สุริยลักษณ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การจัดงานแฟร์ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยเพราะจะตรงกับช่วงสงกรานต์และปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเมืองอื่นๆได้เดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ ที่เมืองจิ่งหงจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสถานที่แห่งเดียวในจีนที่จัดงานนี้คาดว่าจะมีการใช้จ่ายค่อนข้างสูงเหมาะสำหรับสินค้าที่มีคุณภาพ "จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้บริโภคในงานสิบสองปันาแฟร์ที่เมืองจิ่งหงเขตปกครองตนเองฯ ค่อนข้างมีความหลากหลาย ดังนั้นสินค้าไทยไม่จำเป็นต้องมีราคาถูกอีกต่อไปแต่สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับสินค้าไทย คือการสร้างความแตกต่าง และ เลือกวางตำแหน่งสินค้า ในกลุ่มตลาดเฉพาะให้ชัดเจนซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละตนในการปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลง"อย่างไรก็ตาม สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาวพม่า เวียดนาม และกัมพูชา รวมทั้งจากจีน มีราคาถูกว่าสินค้าไทย และมีสินค้าบางรายการที่คล้ายคลึงกับสินค้าของไทยจึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษาสินค้าที่มีความแตกต่างที่เป็นจุดแข็ง ของไทยเพื่อให้ชนะใจผู้บริโภคจีนให้ยอมรับสินค้าไทยในราคาที่สูงกว่าให้ได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นำผู้ประกอบการออกงานแฟร์สิบสองปันนา

  • กสทช.เปิดศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาทีวี-วิทยุ

    กสทช.เปิดศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาทีวี-วิทยุ

    วันนี้(9เม.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี ประธานกสทช. ร่วมกับ นายปรีชา ส่งกิตติสุนทร ผู้ช่วยราชเลขาธิการการวิทยาศาสตร์ สำนักงานราชเลขาธิการ พลเอกชูชาติ สุขสงวน รองประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาผู้แทนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สภาบันพระมาหากษัตริย์ วุฒิสภา และพลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ผบช.สทส.)และผู้แทนจากกอ.รมน. ร่วมเปิดศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย ในการทำหน้าที่ในการตรวจสอบเนื้อที่เผยแพร่ผ่านฟรีทีวีเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม รวมถึงวิทยุ และวิทยุชุมชนนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า ศูนย์การตรวจสอบเนื้อหา สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ประมาณ 80 ช่อง แบ่งเป็นช่องรายการทีวี จำนวน 40ช่อง และวิทยุทั้งหมดจำนวน 40 ช่อง โดยจะมีทีมตรวจสอบ 24 ชั่วโมง โดยใช้งบดำเนินการประมาณ 50 ล้านบาท และจะเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบให้ได้ประมาณ200 ช่อง ซึ่งจะใช้งบดำเนินการประมาร 130 ล้านบาทกสทช.จะทำหน้าที่ตรวจสอบหากช่องรายการกระทำผิดม.122หรือกรณีหมิ่นประมาณ กสทช.จะส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และหากช่องรายการมีการโฆษณาเกินจริง โฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะดำเนินการส่งเรื่องให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ทำงานร่วมกันต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เปิดศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาทีวี-วิทยุ