เดือน: เมษายน 2014

  • บินไทยลงจอดฉุกเฉิน

    บินไทยลงจอดฉุกเฉิน

    นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 57 เวลา 08.14 น. เครื่องบินของสายการบินไทย โบอิ้ง 737-400 เที่ยวบินทีจี 281 กรุงเทพ–สมุย มีผู้โดยสารพร้อมลูกเรือ 159 คน ได้แจ้งขอบินกลับมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีปัญหาขัดข้อง แต่เครื่องบินสามารถบินลงได้อย่างปลอดภัยในเวลา 08.47 น. และต่อมาสายการบินไทยได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่ เพื่อพาผู้โดยสารบินกลับไปยังจุดหมายปลายทางเมื่อเวลา10.10 น. สำหรับสาเหตุของการขัดข้องนั้น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสายการบินไทย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิแต่อย่างใด  ด้านรายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ชี้แจงกรณีปัญหาเที่ยวบินที่ ทีจี 281 วันนี้ เส้นทางกรุงเทพฯ – สมุย  ที่ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 7.45 น.ว่า ได้เกิดปัญหาหลังจากเครื่องได้ทำการบินขึ้น โดยนักบินพบว่าเครื่องบินมีปัญหาที่ฐานล้อ จึงได้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย และขออนุญาตหอบังคับการบิน เพื่อนำเครื่องบินกลับมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัยในเวลา 8.47 น. พร้อมกับได้ทำการเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่มาให้บริการแทน และออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานสมุยเมื่อเวลา 10.10 น.ทั้งนี้ เที่ยวบินที่ทีจี 281 ทำการบินด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737 – 400 บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 152 คน พร้อมลูกเรือรวม 7 คน และขณะนี้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างกำลังได้เข้าทำการตรวจสอบและดำเนินการซ่อมแซมอยู่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยลงจอดฉุกเฉิน

  • สงกรานต์ข้าวสารคึกคัก คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

    สงกรานต์ข้าวสารคึกคัก คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

    ที่่ถนนข้าวสาร เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 เม.ย. บรรยากาศเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทยอยเดินทางเข้ามาเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณถนนข้าวสารค่อนข้างบางตากว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ในปีนี้ยังพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเล่นน้ำจะพกอุปกรณ์เล่นน้ำมาเองด้วย เช่น ปืนฉีดน้ำ ทั้งนี้ บริเวณทางเข้าได้มีเจ้าหน้า ในการตรวจดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจอาวุธ และห้ามนำแป้งดินสอพอง เข้ามาในบริเวณพื้นที่เล่นน้ำโดยเด็ดขาดสำหรับในช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณถนนดังกล่าวได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันขึ้นปีใหม่ไทย และมีการจัดขบวนแห่นางสงกรานต์นานาชาติ ซึ่งในวันนี้เป็นการจัดงานวันที่ 2 ของถนนข้าวสาร โดยการจัดงานครั้งนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3 ล้านบาท สำหรับ 4 วัน ซึ่งมีบริษัท เสริมสุข เป็นผู้ให้การสนับสนุนรายใหญ่ และคาดว่าตลอดทั้งงานจะมีผู้ร่วมงานทั้งสิ้น 100,000 คน และมีเงินสะพัดทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 20%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สงกรานต์ข้าวสารคึกคัก คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

  • กสทช.เผยช่องเอชพลัสฯยอม ถอด “พลังปาฏิหาริย์”

    กสทช.เผยช่องเอชพลัสฯยอม ถอด “พลังปาฏิหาริย์”

    น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(กสทช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งล่าสุด พบว่ารายการ “พลังปาฏิหารย์” ในช่องรายการ H Plus Channel มีการแสดงออกถึงพิธีกรรมแนวเหนือธรรมชาติ โดยส่งพลังผ่านทางจอโทรทัศน์จาก “เทพเพอร์ซิอุส” และสามารถรักษาโรคหรือปัญหาต่างๆ ให้กับผู้ชมได้ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อออนไลน์อย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ประชุมพิจารณาแล้วว่ ารายการดังกล่าวมีข้อความที่อาจเข้าข่ายการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2555 ซึ่งมีการออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้า โดยหลอกลวงหรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น จึงมีมติให้เชิญช่องรายการดังกล่าวมาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาได้เชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เข้าร่วมประชุมด้วย โดยผู้บริหารของช่องดังกล่าวยินดีถอดรายการออกจากผังแล้ว และจะเข้มงวดดูแลรายการไม่ให้เกิดข้อความหรือเนื้อหาที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค รวมทั้งการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่ผิดกฏหมายด้วยทั้งนี้ พบว่ามีช่องดาวเทียมหลายช่องที่นำเสนอรายการเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ เหนือธรรมชาติหลายช่องที่อาจต้องหารือเพื่อหาหลักเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงจากการขายสินค้าที่โอ้อวดเกินจริงอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ช่องรายการ H Plus Channel ได้รับหนังสือเตือนให้ระงับโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้น กสท. จึงมีมติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการ 2 ปี นับแต่วันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลง วันที่ 24 มี.ค.57 แต่หากพบภายหลังมีการโฆษณาที่ผิดกฎหมายว่าด้วยอาหารและยา ประกาศ กฎ ระเบียบหรือข้อบังคับใดๆ ที่เกี่ยวข้องจะให้อายุใบอนุญาตเหลือ 1 ปี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เผยช่องเอชพลัสฯยอม ถอด “พลังปาฏิหาริย์”