วันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:26 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขาย 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาท เวลา 09:26 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง15พ.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,450บาท
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ราคาทอง15พ.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,450บาท
-

มือถืออัจฉริยะเริ่มไม่มีอะไรใหม่ – โลกาภิวัตน์
ผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันว่า มือถืออัจฉริยะเริ่มจะไม่มีฟีเจอร์อะไรที่โดดเด่นออกมาชัดเจนกันแล้ว ตั้งแต่แอปเปิลซึ่งเป็นผู้นำออกตัวก่อนหน้าอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเจ็ดปีก่อนก็ต้องยอมรับในความยิ่งใหญ่ของสตีฟ จ็อบส์ ที่ได้ริเริ่มคิดค้นและประดิษฐ์สร้างไอโฟนหรือมือถืออัจฉริยะยุคแรกในโลกได้ใช้เมื่อเจ็ดปีก่อน นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ และแอปเปิลสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรไปได้ถึงห้าปี สร้างความยิ่งใหญ่ให้แอปเปิลได้ทันที และหลังจากนั้นคู่แข่งได้รวมตัวกันหลายค่ายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มเปิดชื่อแอนดรอยด์เข้ามาแข่งขันในช่วงสองปีหลัง โดยเฉพาะซัมซุงก็ได้ใช้แอนดรอยด์เป็นหัวรถจักรเข้าตีระบบปฏิบัติการไอโอเอสได้สำเร็จ และตามด้วยค่ายอื่น ๆ เช่น กูเกิลก็ใช้แอนดรอยด์ในช่วงหลังทั้งเอชทีซีวัน (HTC One) และกาแล็คซี เอสห้า แอนดรอยด์ทั้งคู่ออกมาได้โด่งดังเป็นที่นิยม แต่มาดูฟีเจอร์แล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก ผู้เชี่ยวชาญตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า นวัตกรรมของมือถืออัจฉริยะได้หยุดไปชั่วขณะ ซึ่งแม้ปัจจุบันมือถือทั้งสามค่าย คือ ไอโฟนเอสห้า ซัมซุงกาแล็คซีเอสห้า และเอชทีซีวัน ออกตัวมาไม่มีอะไรใหม่การพัฒนามีแต่เรื่องทั่ว ๆ ไป ขนาดและคุณภาพของหน้าจอ กล้องถ่ายรูป รูปร่าง และแบตเตอรี่ที่มีอายุยืนยาวขึ้นเท่านั้นในขณะเดียวกัน ค่ายอื่น ๆ ก็ทยอยตามกันมา เพียงแค่เพิ่มความคมชัดของกล้องถ่ายรูปเป็น 41 เมกะพิกเซลของโนเกีย และการควบคุมกำลังไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ด้านหลังของมือถือโดยค่ายแอลจี และการออกแบบตามใจลูกค้าแบบโมโตโรล่า ซึ่งทั้งหมดไม่มีอะไรใหม่ กระทั่งหลายคนถึงขั้นบ่นว่าไอโฟนน่าเบื่อไม่มีอะไรใหม่ให้ใช้ เพราะฉะนั้นนวัตกรรมสำหรับมือถืออัจฉริยะคงจะเป็นเรื่องพื้น ๆ ลักษณะภายนอกที่กล่าวมาทั้งสิ้น และคงจะเป็นเช่นนี้อีกซักสองถึงสามปีกว่าที่จะมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่โดดเด่นมาให้เห็น เพราะเท่าที่เป็นเช่นนี้ มือถือก็สามารถขายได้ในท้องตลาดแล้วถ้าจำกันได้ไอโฟนยุคแรกนั้นยังไม่ค่อยมีอะไรมาก และก็มีการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อแข่งขันในตลาด สมัยก่อนบันทึกวิดีโอก็ไม่ได้ ไม่มีแอพสโตร์ให้เล่น คีย์บอร์ดสำหรับพิมพ์ก็แยกต่างหากเหมือนแบล็คเบอร์รี่ หน้าจอภาพก็ไม่ชัดไม่สว่าง เพิ่งจะมาปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ก็ในยุคหลัง ซึ่งเป็นไอโฟนยุคใหม่ ซึ่งก็มีไอโอเอสรุ่นใหม่ออกมาด้วย หลายฟีเจอร์ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก จนกระทั่งปัจจุบันไอโฟนห้าเอสมีหน้าจอคมชัด มีระบบการสั่น ซึ่งคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งถือว่าดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเก่า ทั้งหมดมีการพัฒนาในช่วงระยะเจ็ดปีที่ผ่านมาส่วนค่ายอื่น ๆ ซึ่งออกตัวแรงในช่วงหลังก็จึงมีลักษณะคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นซัมซุงหรือกูเกิล อาจจะมีลักษณะที่พิเศษไปบ้าง แต่ลูกค้าไม่ชอบ เช่น รุ่นกาแล็คซีสี่มีฟีเจอร์ที่สามารถใช้ระบบเคลื่อนไหวของลูกตา แทนที่จะเป็นระบบนิ้วสัมผัส ออกตัวมาลูกค้าไม่ชอบ เพราะเล่นยาก ใช้งานยาก แต่การออกตัวรุ่นกาแล็คซีเอสห้าได้ปรับปรุงขั้นดีมาก เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน แต่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ มากนักถ้าจะมองในภาพรวมของโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ ปัจจุบันก็น่าจะเป็นเช่นนี้ แต่อีกซักพักอาจจะน่าเบื่อ คงจะต้องคอยติดตามดูกันไปว่าในอนาคตอีกสองถึงสามปีข้างหน้า จะมีอะไรใหม่แค่ไหนแต่ถ้ามาดูอุปกรณ์อัจฉริยะประเภทสวมใส่ไม่ว่าจะเป็นแว่นกูเกิล หรือข้อมืออัจฉริยะผมว่าน่าจะมาแรงกว่าในช่วงนี้ แล้วคอยดูกันว่าจะเป็นเช่นไร.รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดBoonmark@stamford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถืออัจฉริยะเริ่มไม่มีอะไรใหม่ – โลกาภิวัตน์ -

กสทช.เตือนภัยบิลช็อกจากโรมมิ่งริมฝั่งโขง
กสทช. เตือนภัยโรมมิ่งข้ามแดน ตระเวนออกประชาสัมพันธ์บริเวณริมโขง 7 จังหวัด โชว์นำร่อง นครพนม หวั่นจุดเสี่ยง 2 แห่งนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.ได้ดำเนินโครงการ การใช้บริการมือถือข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) เนื่องจากพบว่าได้มีประชาชนผู้ใช้บริการร้องเรียนเข้ามาประมาณ 500 ราย ใน 3 จังหวัด คือ บึงกาฬ หนองคาย และ นครพนม โดยพบยอดค่าใช้บริการต่อบิล สูงถึง 3,000-4,000 บาทต่อราย จากปัญหาโรมมิ่งอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ค่าใช้บริการรายเดือนปกติอยู่ที่ 800 บาทต่อเดือนดังนั้น กสทช. จึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคระวังปัญหาการใช้งานมือถือในพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดรถประชาสัมพันธ์ใน 7 จังหวัด คือหนองคาย บึงกาฬ เชียงราย เลย นครพนม มุกดาหาร และ อุบลราชธานี รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสปอตวิทยุสถานีวิทยุกระจายเสียง คลื่น FM จำนวน 25 สถานี ใน 7 จังหวัด ออกบูธนิทรรศการและจัดกิจกรรมให้ความรู้ต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการต้องเจอกับปัญหาค่าบริการดาต้า โรมมิ่ง สูงเกินจริง (บิลช็อก)นายฐากร กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว กสทช. เริ่มนำร่อง จ.นครพนม ที่พบว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรมมิ่งใน 2 อำเภอ คือ อ.ธาตุพนม และ อ.เมือง ที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการรบกวนกันของสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบจีเอสเอ็มจากเครือข่ายผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นหากผู้ใช้บริการเปิดบริการโรมมิ่งอัตโนมัติไว้ ระบบจะค้นหาเครือข่ายเอง จากนั้นเมื่อพบสัญญาณระบบจีเอสเอ็มของผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเชื่อมต่อสัญญาณโดยอัตโนมัติ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตือนภัยบิลช็อกจากโรมมิ่งริมฝั่งโขง