รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ไปเร่งรัดแนวทางการบริหารจัดการและการให้บริการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและสายใหม่ที่อยู่ในความดูแลของรฟม.ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดได้ทันกับแผนการก่อสร้างงานโยธา พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบการลงทุนและการจัดหาระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อฐานะการเงินของรฟม.ในระยะยาว และไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการมาตรการต่างๆที่ช่วยส่งเสริมประชาชนหันมาเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนทางรางเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนี้งานก่อสร้างในส่วนต่อขยายของโครงการต่างๆรฟม.ควรสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บุคลากรของรฟม.อย่างเป็นระบบและจริงจังเพื่อเป็นการวางแผน และเตรียมความพร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องของประเทศต่อไปในระยะยาว ขณะเดียวกัน รฟม.ควรคำนึงถึงความสำคัญของการกำหนดมาตรการทางด้านความปลอดภัยจากการใช้บริการระบบรถไฟฟ้าเพื่อให้สถานีรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่ปลอดภัยและปลอดจากเหตุอาชญากรรม 100% ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้บริการมากขึ้น รวมทั้งให้ รฟม. กำหนดแนวคิดพัฒนาสถานีรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยายและรถไฟฟ้าสายใหม่ในลักษณะเป็นศูนย์กลางทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะช่วยรองรับและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของประชาชนรวมทั้งการเกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีซึ่งจะช่วยรองรับการพัฒนาเมืองให้มีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังได้นำเสนอผลการดำเนินงานของรฟม. ในปีงบประมาณ 56 ให้ที่ประชุมครม. รับทราบ พบว่า ในปี 56 รฟม.มีกำไรสุทธิ 15,122.58 ล้านบาท โยมีรายได้รวม 18,504.87 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวม 2,574.54 ล้านบาท และมีค่าดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อก่อสร้างงานโยธา (สายเฉลิมรัชมงคล) 807.76 ล้านบาท ขณะเดียวกันในปี 56 รฟม.มีผู้โดยสารเฉลี่ย 231,000 แสนคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.10% โดยจากการสำรวจพบว่า ผู้โดยสารกว่า 95.30% มีความพึงพอใจในการให้บริการลดลงจาก 98% ในปี 55 และมีตัวเลขการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ให้บริการรถไฟฟ้า 0.0201 ครั้งต่อผู้โดยสาร 100,000 คนต่อวัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้รฟม.วางแผนทำโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

จี้รฟม.วางแผนทำโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่
-

ชัชชาติจี้ซ่อมถนน-สะพานเสร็จใน 60 วัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเสียหายของทางหลวงและสะพานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 4 จุด จึงได้เร่งรัดให้กรมทางหลวงปรับปรุงเส้นทางเสียหายให้กลับมาใช้งานให้ได้ตามปกติภายใน 60 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ใช้เส้นทางทั้งนี้เส้นทางสะพานลอยคนเดินข้ามบนทางหลวง 1กม.905+400 หน้าโรงเรียนธารทองวิทยา บ้านป่ารวก ขณะนี้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานพิจิตรได้ดำเนินการดึงสลิงเพื่อไม่ให้คานและเสาตอม่อเคลื่อนตัว และต่อจากนี้จะดำเนินการยกคานสะพานออกเพื่อปรับแก้แนวเสาตอม่อให้เข้าที่ในวันที่15 พ.ค. และดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จไม่เกิน 30 วัน ส่วนสะพานข้ามแม่น้าลาวทางหลวง1 กม.906+300 ตอนนี้แขวงฯ เชียงรายที่ 1 ได้ดำเนินการปรับผิวสะพานและรอยต่อให้เรียบโดยใช้แอสฟัลท์เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และได้จำกัดน้ำหนักรถบรรทุกให้ใช้ทางได้ไม่เกิน21 ตัน โดยการซ่อมสะพาน ทางศูนย์สะพานพิจิตรจะดำเนินการปรับปรุงเสร็จไม่เกิน 60วันส่วนทางหลวง 118 เชียงใหม่ -เชียงราย กม.141บ้านโป่งฟูเฟือง แขวงฯ เชียงรายที่ 1ได้ซ่อมผิวจราจรที่มีรอยแตกแล้ว และเปิดการจราจรได้เรียบร้อยแต่ได้ติดตั้งป้ายเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วเมื่อวิ่งผ่านพื้นที่ดังกล่าวส่วนทางหลวง 118 เชียงใหม่ – เชียงราย กม.151 บ้านห้วยส้านยาว ในส่วนของโครงสร้างทางที่ได้รับความเสียหายทางศูนย์ลำปางได้ซ่อมแซม ก่อสร้างให้ระดับผิวทางมาใกล้เคียงกับระดับเดิม คาดจะเเล้วเสร็จใน7 วัน และสามารถเปิดการจราจรปกติได้ ส่วนการบูรณะคืนสู่สภาพเดิมจะทำการก่อสร้างเปลี่ยนแนวให้คันทางเข้าไปชิดด้านเขาด้านซ้ายหากวิ่งมาจากเชียงใหม่เพื่อป้องกันการพังทลายอีกครั้ง และจะก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัชชาติจี้ซ่อมถนน-สะพานเสร็จใน 60 วัน -

เรียกห้างฯแจงขายข้าวแกงแพง
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ กรมจะเชิญตัวแทนจากค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) และห้างสรรพสินค้า ได้แก่ บิ๊กซี เทสโก้โลตัส แมคโคร เซ็นทรัล เดอะมอลล์ และตั้งฮั่วเส็ง มาสอบถามถึงสถานการณ์ราคาอาหารปรุงสำเร็จในศูนย์อาหารของห้าง และการตั้งราคาต่อเมนูว่าคำนวณจากปัจจัยใดบ้าง เพื่อหาแนวทางในการดูแลราคาอาหารปรุงสำเร็จ หลังจากกรมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 ว่าราคาอาหารจานด่วนภายในศูนย์อาหารของห้างบางเมนูราคาเกิน 50 บาทต่อจานทั้งนี้กรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจและเก็บข้อมูลราคาอาหารจานด่วน ซึ่งจะเก็บข้อมูลราคาอาหารจานด่วนที่ไม่ได้จำหน่ายภายในห้าง เช่น ตลาดสด และพื้นที่จำหน่ายอาหารเป็นการทั่วไป เพื่อนำมาเปรียบเทียบราคาอาหารต่อจานในเมนูเดียวกันไม่ควรจะมีความแตกต่างในเรื่องของราคามากจนเกินไปอย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าราคาอาหารจานด่วนที่กรมได้เคยขอความร่วมมือให้จำหน่าย 25-30 บาทต่อจาน เป็นราคาเมื่อ 2-3 ปีก่อน คงไม่สามารถนำมาใช้คำนวณราคาอาหารต่อจานในขณะนี้ได้ แต่ก็อยากให้ทุกห้างค้าปลีกควรสรุปราคาต่อจานในเมนูที่เหมือนกัน ไม่ควรที่จะมีความแตกต่างหรือราคาที่สูงเกินไป เพราะจะเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้บริโภคอย่างมากได้“ก่อนหน้านี้ กรมเห็นว่าหากจะขยับราคาอาหารต่อจานภายในฟู้ดคอร์ทน่าจะอยู่ที่ 35-40 บาท/จาน ซึ่งเป็นราคาที่ประชาชนพอรับได้ แต่หากสูงไปกว่านี้จะสร้างความเดือดร้อนของผู้บริโภคอย่างมาก”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เรียกห้างฯแจงขายข้าวแกงแพง