เดือน: พฤษภาคม 2014

  • เล็งปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอี

    เล็งปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอี

    นายปฏิมา จีระแพทย์ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า  ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในการออกสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยมีแนวทางที่จะอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 15,000ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยเหลือเอสเอ็มอี 3,000 ราย  โดยมีวงเงินรายละไม่เกิน 5 ล้านบาทซึ่งจะใช้เงินกองทุนของ สสว. เข้ามาจ่ายค่าธรรมเนียมประกันสินเชื่อ  1.75% กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม   รวมวงเงินประมาณ  262.5ล้านบาท   สำหรับโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดถึงวันที่ 31 ธ.ค. 57 แต่ถ้าไม่ถึง 3,000 ราย จะต่ออายุไปจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่กำหนดส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้น อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด ซึ่งมั่นใจว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่กลุ่มเอสเอ็มอีพอใจโดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองของ สสว. ให้พิจารณา คาดว่าจะใช้พิจารณาได้เร็วๆนี้ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่วนการส่งเสริมด้านการตลาดของเอสเอ็มอีนั้นล่าสุด สสว. ได้ร่วมกับเครือเซ็นทรัล เข้าไปเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 4 บนเนื้อที่ 195 ตารางเมตรโดยมีผู้ประกอบการ 40 ราย เปิดจำหน่ายสินค้ารวมกว่า 1,000 รายการซึ่งจะเน้นสินค้าคุณภาพสูง  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ และ สสว. ได้ทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 3 ปี  ซึ่งหากสินค้าชนิดใดได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับการส่งเสริมให้ผลิตเพื่อการส่งออกต่อไป นางอรรชกา สีบุญเรืองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นติดขัดทั้งหมด หน่วยงานราชการยังสามารถทำงานได้ ขณะที่ กสอ.ยังให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้โครงการต่างๆ ได้   แต่ในส่วนงบประมาณปี 2558  ที่แม้จะมีการจัดทำล่าช้าแต่ก็คาดว่าการใช้จ่ายงบประมาณคงไม่ได้หายไปทั้งหมดเพราะยังเหลืองบประจำและงบต่อเนื่องจากปี2557  ทั้งนี้โครงการที่ กสอ.ให้การส่งเสริมผู้ประกอบการต่อเนื่องคือการการออกไปหาตลาดใหม่ๆ ในประเทศอาเซียนซึ่งปีงบประมาณ 2557 มีโครงการที่จะพาผู้ประกอบการไปจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในประเทศอาเซียนและประเทศจีนรวมทั้งหมด15 ครั้ง ซึ่งไปมาแล้ว 5 ครั้ง และได้รับการตอบรับดี พบว่าผู้บริโภคนิยมสินค้าไทย  ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับการตอบรับดีมากและถือว่าเป็นดาวรุ่งที่จะมีโอกาสเติบโตได้มากคือกลุ่มเครื่องนุ่งห่มเครื่องหนัง และอาหารส่วนตลาดที่มีศักยภาพเติบโตคือจีนเพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่และกำลังซื้อสูง   “จากที่เราได้ทดลองพาผู้ประกอบการไปศึกษาตลาดใหม่และได้ลองจับคู่ธุรกิจแล้วพบว่าจีนเป็นตลาดที่ศักยภาพสูงทั้งขนาดตลาดที่ใหญ่ กำลังซื้อสูงและขณะเงินเงินหยวนกำลังแข็งค่า”   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเอสเอ็มอี

  • ยอดบริโภคน้ำตาลในประเทศหด

    ยอดบริโภคน้ำตาลในประเทศหด

     แหล่งข่าวจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.)เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำตาลทรายค้างกระดานสะสม ในฤดูหีบปี 56/57 ประมาณ 3 ล้านกระสอบถือเป็นอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากปัญหาการเมือง ทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลงประกอบกับการส่งออกไตรมาสแรกยังติดลบทำให้การจัดสรรน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศ(โควต้าก.) ปีนี้ที่ 25 ล้านกระสอบมีบริโภคเพียงพอ และไม่เกิดภาวะตึงตัวอย่างแน่นอน  “ปกติแล้วปริมาณน้ำตาลทรายค้างกระดานเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับ 1 ล้านกระสอบกว่าๆแต่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้น้ำตาลค้างกระดานสะสมต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้วสูงถึง 3 ล้านกระสอบ แต่ก็ยังไม่ถึงกับผิดปกติมาก โดยต้องติดตามว่าเศรษฐกิจเราจะไปอย่างไร” นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ บริษัทไทยชูการ์ มิลเลอร์ กล่าวว่า การระบายน้ำตาลทรายยังอยู่ที่ระดับ 4-5 แสนกระสอบต่อวัน ยังถือว่าอยู่ในอัตราที่ปกติแม้ว่า ตัวเลขค้างสต็อกจะสูงขึ้นมาก แต่เชื่อว่า หากการเมืองสงบการบริโภคจะกลับมาเช่นเดิม โดยล่าสุดการเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 56/57 นับตั้งแต่ 25 พ.ย. 56 จนถึง 6 พ.ค. 57  มีปริมาณอ้อยเข้าหีบแล้ว 103.645 ล้านตันยังคงเหลือโรงงานเปิดหีบเพียงแห่งเดียวของกลุ่มมิตรผลที่กำหนดปิด 10 พ.ค.นี้ซึ่งประมาณการว่าผลผลิตอ้อยปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 103.7 ล้านตันโดยไม่ถึง 104 ล้านตันแต่ก็ยังถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการณ์  นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อย ภาคอีสาน กล่าวว่าจากการติดตามการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเสนอที่ประชุมครม.เพื่ออนุมัติให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ปล่อยกู้ผ่านกองทุนฯมาเพิ่มค่าอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 56/57 อีกตันละ 160 บาทจากเดิมที่ให้ตันละ 900 บาท ล่าสุดทางผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมได้ยืนยันว่า ขั้นตอนต่างๆพร้อมที่จะนำเสนอไปยังเลขาครม.เพื่อเสนอต่อครม.พิจารณาแล้ว แต่ยอมรับว่าปัญหาการเมืองที่ยังไม่แน่นอนว่า จะไปทิศทางใด และจะทำให้เกิดการอนุมัติได้หรือไม่ชาวไร่อ้อย คงต้องติดตาม และยังคาดหวังอยู่ เพราะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นครม.ใดควรจะต้องดำเนินการอนุมัติให้ สำหรับการช่วยเหลือราคาอ้อยให้กับชาวไร่ล่าสุดได้มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.)แล้วและเห็นชอบให้กท.จัดทำประมาณการรายได้และรายจ่ายเพื่อประกอบการขอกู้เงินเพิ่มค่าอ้อยฤดูการผลิตปี 56/57 จากธ.ก.ส. ซึ่งคาดว่าจะต้องกู้ประมาณ 16,000ล้านบาทโดยนำรายได้จากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน 5 บาทต่อกก.ที่ต้องส่งเข้ากองทุนฯเดือนละ 1,000 ล้านบาทชำระหนี้คาดว่าจะชำระหนี้หมดใน 17เดือนหลังจากที่หนี้เก่าที่ยังค้างธ.ก.ส.อีก 2,000 กว่าล้านจะชำระหมดในเดือนก.ค.นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดบริโภคน้ำตาลในประเทศหด

  • ชงผู้ว่าร.ฟ.ท.ผ่อนผันสัญญาเช่าแผงจตุจักร

    ชงผู้ว่าร.ฟ.ท.ผ่อนผันสัญญาเช่าแผงจตุจักร

    นายไพศาล  ทรัพย์รุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และรักษาการผู้อำนวยการ ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะส่งหนังสือให้นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการร.ฟ.ท.เพื่อพิจารณาผ่อนผันให้ผู้เช่าแผงค้าในตลาดนัดจตุจักรที่ยังไม่ได้มาต่อสัญญา ซึ่งมีค้างอยู่ทั้งสิ้น 1,189 แผงค้า ซึ่งหากผู้ว่าร.ฟ.ท. เห็นชอบให้ผู้เช่าแผงค้าที่มีเอกสารสิทธิ์การเช่าแผง และมีเงินมาจ่ายค่าเช่าแผงค้าที่ค้างอยู่ ซึ่งสามารถทำการต่อสัญญาเช่าได้ภายใน 30 วันหลังจากชำระค่าเช่า สำหรับผู้ค้าที่ฟ้องร้องต่อศาลปกครองเกี่ยวกับค่าเช่า 618 ราย คิดเป็นแผงค้าทั้งหมด 1,012 แผงค้านั้น พบว่าผู้ค้าบางส่วนในจำนวนที่ฟ้องร้องต้องการต่อสัญญากับร.ฟ.ท.และได้จ่ายเงินค่าเช่าให้ร.ฟ.ท.มาอย่างต่อเนื่องด้วย นายชาตรี  โสภณบรรณารักษ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าตลาดนัดจตุจักร กล่าวว่า หากร.ฟ.ท.เปิดโอกาสให้ผู้ค้าต่อสัญญาอีกก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ต้องการเรียกร้อง คือ ต้องการให้ร.ฟ.ท.เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในตลาดนัดจตุจักรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งช่วยทำรายการส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อเข้ามาซื้อสินค้าของผู้ค้าภายในตลาดนัดจตุจักรให้มากขึ้นด้วย “ขณะนี้ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรมีคู่แข่งจำนวนมาก ทั้งเจเจมอลล์ จตุจักรพลาซ่า ตลาดนัดซันเดย์ แต่ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดนัดที่เปิดเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ค้าขายได้ลำบาก โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองวุ่นวาย และเศรษฐกิจไม่ดี ในส่วนของการค้าปลีกยอดขายตกลงจากเดิมถึง 40% ขณะที่การค้ายอดขายตกลงจากเดิม 10% เนื่องจากชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาน้อยลง และก็ซื้อน้อยของลงด้วย” ด้านนายบุญสม  เลิศหิรัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า หลักการของบอร์ดร.ฟ.ท.คือ ให้ต่อสัญญาเช่าให้ผู้เช่าแผงในตลาดนัดจตุจักร เป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.57-ก.พ.62  ซึ่งเป็นการขยายสัญญาเดิมที่ครบกำหนด 2 ปี เดือนมี.ค.55-ก.พ.57 โดยสัญญาเช่าฉบับใหม่จะไม่ขึ้นค่าเช่า พร้อมกับมีแผนปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคภายใน และแผงค้าต่างๆ ให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาผู้ดำเนินการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย  รวมถึงต่อไปจะปรับปรุงทางเท้า ห้องน้ำ ให้มีจำนวนเพิ่มและสะดวกมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงผู้ว่าร.ฟ.ท.ผ่อนผันสัญญาเช่าแผงจตุจักร