เดือน: พฤษภาคม 2014

  • โครงสร้างพื้นฐานไอซีทีในฟุตบอลโลก 2014

    โครงสร้างพื้นฐานไอซีทีในฟุตบอลโลก 2014

    สนามกีฬาแพนทานอล อารีน่า ตั้งอยู่ในเมืองกุยาบา รัฐมาตูโกรสซู ประเทศบราซิล   ใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยสามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 43,000 คน และมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับความต้องการในอนาคตได้ สนามกีฬาแห่งใหม่นี้มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า “O Verd ใo” (The Big Green) สืบเนื่องมาจากแนวคิดอย่างยั่งยืนที่ได้รับการปรับใช้ในการก่อสร้างและการดูแลสนาม โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการออกแบบและจัดเตรียมโดยบริษัท อัลไลด์ เทเลซิส และบริษัท พานาโซนิค เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วจะประกอบด้วยระบบโทรศัพท์ (IP และ PABX) กล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัย (กล้อง IP)  การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ป้ายดิจิตอล ระบบควบคุมการเข้าถึง (เครื่องอ่านบัตรอาร์เอฟไอดี และช่องทางเข้าออก) และฟังก์ชันเพิ่มเติมต่างๆ เช่น ระบบเสียง ที่จะผสานรวมกันกลายเป็น “สนามกีฬาอัจฉริยะ” ระดับโลกของสำนักเลขาธิการพิเศษมาตูโกรสซู (Mato Grosso Special Secretariat : SECOPA) โดยเฉพาะ บริษัท อัลไลด์ เทเลซิส และบริษัท พานาโซนิค เริ่มทำงานในโครงการนี้ร่วมกันเมื่อปี 2556 โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่โซลูชั่น IP PABX และระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP ของทั้งสองบริษัท วิศวกรด้านโซลูชั่นของบริษัท อัลไลด์ เทเลซิส ได้รับการคัดเลือกจากบริษัท พานาโซนิค ให้เข้าร่วมออกแบบและวางแผนข้อกำหนดด้านไฟร์วอลล์ ข้อกำหนดของเซิร์ฟเวอร์สำหรับการบริการต่าง ๆ และครอบคลุมในด้านเครือข่ายสำหรับทั้งสนามด้วย การแข่งขันฟุตบอลโลกถือเป็นเหตุการณ์สำคัญระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ จำเป็นต้องมีความพร้อมในระดับสูงครอบคลุมในทุกบริการ หากมีการหยุดชะงักเพียงชั่วขณะในระหว่างการแข่งขันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ สำหรับโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะประกอบด้วยศูนย์ข้อมูลสองแห่งที่ตั้งอยู่ในแต่ละด้านของสนามกีฬา โดยแต่ละแห่งสามารถรองรับโหลดการรับส่งข้อมูลทั้งหมดของสนามในช่วงข้อมูลสูงสุด (พีค) ได้ในลักษณะที่เป็นอิสระแยกจากกัน ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับห้องปฏิบัติการที่มีครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งสนามมากกว่า  20 ห้อง ซึ่งการทำงานทั้งหมดจะสามารถผสานรวมและควบคุมได้อย่างง่ายดาย จะเห็นได้ว่าเครือข่ายของบริษัท อัลไลด์ เทเลซิส ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์และระบบควบคุมทั้งหมดได้อย่างเต็มรูปแบบตลอดเวลา ความร่วมมือระหว่างบริษัท อัลไลด์ เทเลซิส และบริษัท พานาโซนิค จะครอบคลุมในทุกกระบวนการจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ รวมถึงการทดสอบการใช้งานและการใช้งานจริงในระหว่างการแข่งขัน อีกทั้งยังจะจัดให้มีการฝึกอบรมสำหรับพนักงานในด้านการติดตั้ง การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการโครงการ การสนับสนุนระยะไกล และการดำเนินการติดตั้ง ณ สถานที่จริง ซึ่งจะช่วยให้แน่ใจได้ว่าองค์ความรู้และทักษะทั้งหมดที่บริษัทมีจะได้รับการถ่ายทอดไปยังผู้ปฏิบัติงานจริงที่จะต้องใช้งานสนามกีฬาในทุกวันหลังจากการส่งมอบ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โครงสร้างพื้นฐานไอซีทีในฟุตบอลโลก 2014

  • อย่าปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กครองโลก – 1001

    อย่าปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กครองโลก – 1001

    รูปประกอบที่ท่านเห็นในบทความนี้เป็นตัวอย่างที่ผมใช้ในการบรรยายเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรม ในรูปเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผมเพียงแต่เอาสีมาระบายปิดตัวอักษรแหล่งที่มาของกระป๋องเท่านั้น ผมใช้ตัวอย่างนี้ในการบรรยายพร้อมกับตั้งคำถามว่า “ถ้าคุณเดินไปกดน้ำจากเครื่องและพบสิ่งสกปรกแบบนี้บนฝากระป๋อง คุณจะทำอย่างไร” แน่นอนว่า ไม่มีคำตอบใดถูกหรือผิด เพียงแต่คำตอบที่ได้นั้นเป็นตัวสะท้อนถึงวิถีการดำเนินชีวิตของสังคมในยุคปัจจุบัน ผมพบคำตอบหลากหลายจากชั้นเรียน ไม่ว่า เอากระป๋องไปล้าง ใช้หลอดดูดแทนที่จะดื่มจากกระป๋อง ถ่ายรูปแล้วแชร์ผ่านโซเชียล ประณามผู้ผลิตผ่านเว็บบอร์ดชื่อดัง ฟ้องสายด่วนผู้บริโภค หรืออะไรก็แล้วแต่จริง ๆ แล้วการที่ผมนำรูปนี้ไปใช้ประกอบการบรรยาย ก็เพราะอยากตั้งคำถามกับชั้นเรียน โดยเฉพาะชั้นเรียนนวัตกรรม เพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้เท่ากันกระบวนการคิด และสามารถเสนอแนวทาง ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนเลือกที่จะแชร์เรื่องเหล่านี้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก แล้วก็ปล่อยให้เรื่องมันจบไป เปรียบไปก็เหมือนกับการที่คุณกำลังขังความคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ในหม้อต้มน้ำที่กำลังเดือดพล่าน ให้สมองหาทางแก้ปัญหาแบบเร็วจี๋และหลากหลาย แต่แล้ว อยู่ดี ๆ คุณก็เปิดฝากาน้ำ ปล่อยความคิดดี ๆ หลุดลอย ทำให้สมองของคุณหยุดคิดเรื่องนี้ไป การระบายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ใช่เพียงการเปิดฝากาน้ำเท่านั้น หากแต่มันยังเข้าไปมีอิทธิพลในกระบวนการคิดของนักเรียน นักศึกษาในยุคนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากการนำเสนอโครงงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ต้องทำเพื่อจบการศึกษา หรือโครงงานเพื่อประกวดก็ตาม หลายกลุ่มได้ปลดปล่อยพลังงานของตนเองไปกับกลไกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยละเลยและหลงลืมหัวเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจไป ซึ่งก่อนที่จบบทความในวันนี้ผมหยิบ 7 แนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับปีนี้จากฟอร์บส์ออนไลน์ (http://onforb.es/1duyyA) มากระตุ้นเตือนหลายท่านว่า เรื่องเหล่านี้ก็น่าสนใจไม่แพ้โซเชียลเน็ตเวิร์กเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถและการแข่งขันของสมาร์ททีวี สมาร์ทวอตช์หรือนาฬิกาแสนฉลาดจะมีความสามารถที่หลากหลายขึ้นและที่สำคัญ มันจะฉลาดขึ้น กูเกิลกลาสน่าจะแผลงฤทธิ์ในปีนี้ การใช้งานทัชไอดีของแอปเปิลจะหลากหลายมากยิ่งขึ้น (และที่สำคัญมันสามารถใช้ไอโฟนระบุตัวตนในการทำโน่นทำนี่ได้มากขึ้น) เกมคอนโซลอย่างเอ็กซ์บ็อกซ์วันและพีเอสโฟร์จะขยับขยายความสามารถในการให้ความบันเทิงมากขึ้น ผู้ใช้สามารถใช้งานเพื่อความบันเทิงไปพร้อม ๆ กับเล่นเกมไปด้วยได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติที่กำลังเติบโตอย่างกล้าแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ  แถมท้ายด้วยการทำงานกับผู้ช่วยส่วนตัวอย่างกูเกิลนาวและสิริของแอปเปิลที่มันจะฉลาดและทำงานได้ถูกต้องมากขึ้น เห็นไหมครับว่า ยังมีเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย “ลองหยุดคิดเรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์กสักนิด เผื่อความคิดดี ๆ อื่น ๆ จะเกิดขึ้น”. สุกรี สินธุภิญโญ ( sukree.s@chula.ac.th ) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อย่าปล่อยให้โซเชียลเน็ตเวิร์กครองโลก – 1001

  • พัฒนา 2 แอพใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์

    พัฒนา 2 แอพใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์

    “ทีเซล” ร่วมกับ มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์ฯ ผุด  2  แอพพลิเคชั่นใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์ได้อย่างรวดเร็วผ่านมือถือ ดร.นเรศ  ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือทีเซล (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ทีเซลร่วมกับมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากแอพพลิเคชั่นการคัดกรองสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้ร่วมมือกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงนันทิกา ทวิชาชาติ คณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์ ฯ พัฒนา 2 แอพพลิเคชั่นใหม่ คือ แบบคัดกรองอัลไซเมอร์ฉบับย่อ หรือ Brief Alzheimer Screening (BAS) และ แบบทดสอบวาดภาพนาฬิกาหรือ  Clock Drawing Test ด้านศาสตราจารย์แพทย์หญิงนันทิกา กล่าวว่า แบบประเมินทั้งสองแบบนี้ มีการใช้งานที่สะดวก และใช้อย่างแพร่หลายอยู่แล้วในวงการแพทย์ หรือบุคลากรทางสาธารณสุขโดยทั่วไป เมื่อนำมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการตรวจ และแปลผลได้ทันที จากโปรแกรมการคำนวณ สามารถจัดกลุ่มความเสี่ยงของผู้สูงอายุที่มารับการตรวจ ให้ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป อีกทั้งตัวโปรแกรมเองสามารถเก็บข้อมูลเชิงสถิติของผู้ที่มารับการตรวจ เพื่อใช้สำหรับการติดตามการรักษา หรือเพื่อวางแผนสำหรับศึกษาวิจัยต่อไปภายหน้าได้อีกด้วย สำหรับแอพพลิเคชั่นดังกล่าว สามารถใช้ได้ทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ ทั้งนี้จะมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการในงานสร้างสรรค์สังคมไทยห่างไกลอัลไซเมอร์ ครั้งที่ 6 ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือน ก.ย.โดยในปีนี้จะจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “ค่ายฝึกสมอง”.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พัฒนา 2 แอพใหม่ช่วยตรวจอัลไซเมอร์