วันนี้ (5 พ.ค.) นาวาเอกสอง เอกมหาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มงานเตือนภัยและเผยแพร่ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า เวลา 18.08 น.ของวันนี้ ได้เกิดการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังในแผ่นดินความลึก 10 กิโลเมตร ขนาด 6.3 ริกเตอร์ โดยประเทศไทยมีความรู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่และได้รับความเสียหายในบริเวณใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ที่บริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงรายสำหรับพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบรุนแรงของแผ่นดินไหวประกอบด้วย 4 จังหวัดใหญ่ๆ คือ เชียงราย พเยาว์ เชียงใหม่ ลำปาง เพราะเกิดจากรอยเลื่อนแม่อิงและแม่จัน ส่งผลกระทบมายังพื้นที่ในจ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานครด้วย โดยเฉพาะตึกที่สูงระดับ 10 ชั้นขึ้นไปได้รับแรงสั่นสะเทือน ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ถือว่ามีความรุนแรงที่สุดในประเทศไทยอย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทางศูนย์ได้ส่งข้อความ (SMS) แจ้งเตือนไปยังประชาชนในเขตพื้นที่แผ่นดินไหวให้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อคขนาดเล็กเกิดขึ้นบ้าง แต่ทางศูนย์ยังคงเตือนให้ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาดใหญ่ตามมา"สำหรับความเสียหายเบื้องต้นเกิดสิ่งของตกลงมาจากที่สูง ฝ้าบนเพดานหลุดร่วง เกิดรอยร้าวของอาคาร แต่ยังไม่พบความเสียหายจากชีวิต ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากศูนย์ฯ อย่างเป็นระยะ" นาวาเอกสอง กล่าวสำหรับสถิติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ทางกรมอุตุนิยม วิทยา ตรวจวัดได้ มีขนาดอยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง คือ ไม่เกิน 6.0 ริคเตอร์ โดยมีเหตุการณ์ครั้งที่สำคัญๆ คือ เมื่อ 17 ก.พ . 2518 ขนาด 5.6 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เมื่อ 15 เม.ย. 2526 ขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.9 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และเมื่อ 22 เม.ย. 2526 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และเมื่อ 11 ก .ย. 2537 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อ 9 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.1 ริคเตอร์ บริเวณ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เมื่อ 21 ธ.ค. 2538 ขนาด 5.2 ริคเตอร์ บริเวณ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และ เมื่อ 22 ธ.ค. 2539 มีขนาด 5.5 ริคเตอร์ บริเวณพรมแดนไทย-ลาว ทั้งนี้สำหรับความรุนแรงของแผ่นดินไหวนั้น ถ้ารุนแรงขนาด 1-2.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ ถ้ารุนแรงขนาด 3-3.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน และถ้ารุนแรงขนาด 4-4.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว และถ้ารุนแรง ขนาด 5-5.9 ริคเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่ ทั้งนี้หากรุนแรง ขนาด 6-6.9 ริคเตอร์ จะทำให้เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย และหากรุนแรงขนาด 7.0 ริคเตอร์ขึ้นไป จะส่งผลให้เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก และวัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็นได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯแนะประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเกรงอาฟเตอร์ช็อก
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ศูนย์เตือนภัยฯแนะประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเกรงอาฟเตอร์ช็อก
-

พาณิชย์รุกตลาดส่งออกบราซิล
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3-14 พ.ค. 57 กรมฯได้นำคณะผู้แทนการค้าเยือนกลุ่มลาตินอเมริกา ประกอบด้วยประเทศบราซิล ชิลี เปรู และโคลอมเบียเพื่อขยายการค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดประเทศบราซิลที่ประชากรเริ่มมีกำลังซื้อสูง หรือมีค่าจ้างขั้นต่ำที่ 310 เหรียญสหรัฐต่อเดือน รวมถึงมีการจ้างงานจำนวนมากในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกในมิ.ย.57 และกีฬาโอลิมปิกในปี 59ทั้งนี้บราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก โดยบราซิลมีกลุ่มคนรายได้ชนชั้นกลางหรือผู้มีรายได้ปานกลาง-สูง มากประมาณกว่า 60 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจซื้อที่สำคัญ และคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคบราซิลจะขยายตัวในอัตรา 5 – 7% ต่อปีระหว่างปี55-59 “บราซิลมีทรัพยากรธรรมชาติมาก เช่น น้ำมันปิโตรเลียม บอกไซด์ ทองคำ แร่เหล็ก โดยเป็นผู้ส่งออกแร่ ผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของโลก ได้แก่ เมล็ดพืช (ถั่วเหลือง ข้าวโพด) เนื้อสัตว์ (ไก่สดแช่แข็ง เนื้อสดแช่แข็ง) น้ำตาล”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์รุกตลาดส่งออกบราซิล -

เล็งทำดัชนีวัดค่าครองชีพแก้ปัญหาของแพง
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและดัชนีเศรษฐกิจการค้าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจ ราคาสินค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า ราคาสินค้าอาหาร และสินค้าที่เป็นต้นทุนของการผลิตอาหารยังคงปรับราคาสูงขึ้น ต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ยเดือนเม.ย.57 เทียบกับเดือนเม.ย.56 ก๊าซหุงต้ม ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ถังละ (15 กก.) 367.30 บาท จาก 297.60 บาท หรือเพิ่มขึ้น 23.42% จนสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภคอย่างมากนอกจากนี้ พบว่ากับข้าวถุงปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 30.27 บาทต่อถุง เพิ่มจาก 29.46 บาทต่อถุง หรือเพิ่มขึ้น 2.75%, ข้าวราดแกง 33.35 บาทต่อจาน เพิ่มจาก 31.10 บาทต่อจาน หรือเพิ่มขึ้น 7.23%, น้ำปลา (700 ซีซี) ขวดละ 26.77 บาท จาก 22.65 บาท เพิ่ม 18.19%, ผักคะน้า 48.13 บาทต่อกก. จาก 29.23 บาทต่อกก. หรือเพิ่ม 64.66%, เนื้อหมู 156.63 บาทต่อกก. จาก 135.46 บาทต่อกก. เพิ่ม 15.63%, ไข่ไก่ 3.69 บาทต่อฟอง จาก 3.52 บาทต่อฟอง หรือเพิ่ม 4.83%“ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตด้านการเกษตรและปศุสัตว์มีปริมาณลดลง เชื่อว่าหลังจากพ้นช่วงภัยแล้งไปแล้วราคาสินค้าเกษตรบางรายการจะปรับตัวลดลง แต่เพื่อให้การจัดทำมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด จึงมีแผนจัดทำดัชนีวัดค่าครองชีพ โดยจะเริ่มจัดเก็บข้อมูลราคาสินค้าและค่าครองชีพรายภูมิภาค ก่อนจะขยายให้ครบทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นสถิติข้อมูลว่าค่าครองชีพของแต่ละภูมิภาคและจังหวัดแตกต่างกัน คาดว่าภายในมิ.ย.จะทำดัชนีค่าครองชีพแล้วเสร็จ โดยนำร่องระดับภูมิภาคก่อน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งทำดัชนีวัดค่าครองชีพแก้ปัญหาของแพง