เดือน: พฤษภาคม 2014

  • แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี

    แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี

    รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยว่าจากการสำรวจความคิดเห็นธนาคารพาณิชย์ไทยสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม26 แห่งและกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์)26 แห่งพบว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อไตรมาส 2คาดว่าธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มความเข้มงวดในการให้สินเชื่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (เอสเอ็มอี)โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสิ่งทอ เป็นต้น นอกจากนี้สถาบันการเงินยังมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อภาคครัวเรือนทุกประภทโดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพบว่าสถาบันการเงินเริ่มเห็นว่าภาคครัวเรือนมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้หรือเริ่มชำระหนี้ล่าช้าเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนนั้นสถาบันการเงินส่วนใหญ่ประเมินว่าความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยและความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตจะมีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบันสะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเริ่มปรับดีขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่วนความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่มาจากความต้องการสินเชื่อสำหรับการบริโภคทั่วไปขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆคาดว่าจะทรงตัวจากปัจจุบันตามการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง  สำหรับมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินในช่วงที่ผ่านมาพบว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความเข้มงวดและระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจต่อเนื่องจากไตรมาส  4ที่ผ่านมาโดยเฉพาะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสัดส่วนค่าธรรมเนียมที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยและการปรับเพิ่มของหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยเนื่องจากสถาบันการเงินมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงส่งผลให้ภาคธุรกิจขนาดเล็กมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์คุมเข้มสินเชื่อเอสเอ็มอี

  • ดึงคู่รักทั่วโลกแต่งงานเมืองไทย

    ดึงคู่รักทั่วโลกแต่งงานเมืองไทย

    นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดยุโรปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนเม.ย.ได้เข้าร่วมงานเดสติเนชั่น เวดดิ้ง แพลนเนอร์ คองเกส ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เพื่อเตรียมบุกตลาดดึงกลุ่มคู่แต่งงานให้มาจัดที่เมืองไทยโดยในงาน ททท.จะเน้นเจาะจงเจรจากับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญการจัดงานแต่งงาน(เวดดิ้งแพลน เนอร์)ที่มีกว่า 90 รายจากทั่วโลก เนื่องจากจะเป็นผู้กระตุ้นหลักให้คู่แต่งงานสนใจเลือกสถานที่ต่างๆ  ทั้ง นี้ ข้อมูลการวิจัยจากการประชุมในงานพบว่า มูลค่าของตลาดการจัดงานต่างประเทศในทั่วโลกปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 2,700 ล้านล้านบาท และในบรรดาคู่แต่งงานทั่วโลกมีถึง 24% ที่เลือกไปจัดงานฉลองที่ต่างประเทศ ขณะที่ปี 56ไทยมีมูลค่าตลาดฮันนีมูนและแต่งงานประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนคู่ฮันนีมูนมากที่สุด 70.9%, ฉลองครบรอบแต่งงาน13.5%, คู่แต่งงาน 9.34% และเดินทางมาดูสถานที่จัดงาน7.07% แต่หากเจาะจงรายได้เฉพาะของการแต่งงาน คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท สำหรับปี 58 ททท.คาดว่าจะกระตุ้นตลาดคู่แต่งงานให้เติบโตไม่ต่ำกว่า  10%  โดยมีตลาดเป้าหมายที่ขับเคลื่อนได้มากที่สุด คือ อินเดียที่แต่ละครั้งเชิญแขกเดินทางมาเข้าร่วมมากกว่า 200คนขึ้นไป และใช้งบการจัดงานในระดับไม่ต่ำกว่า   10 ล้านบาท ขณะที่ตลาดที่เริ่มให้ความสนใจมาจัดงานในไทยมากขึ้นได้แก่ยุโรป ที่แม้จะมีงานขนาดเล็กเชิญแขกมาร่วมราว 50-100 คน แต่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง “การเข้าร่วม งานในครั้งนี้ แม้จะเป็นปีแรกที่กรีซจัดขึ้น แต่ ททท.ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อแนะนำประเทศไทยในฐานะจุดหมายแหล่งท่องเที่ยวและสำรวจความเป็นไปได้ในการทำตลาดกับเวดดิ้งแพลนเนอร์ทั่วโลก แต่ก็มีผู้จัดงานที่ให้ความสนใจโดยมีคู่แต่งงานจากอินเดีย 1 คู่ที่ตกลงมาจัดในไทย 2-4ก.ค.ที่หัวหิน และมีแขกเข้าร่วม 400 คน จองห้องพักกว่า  200 ห้อง” อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคสำหรับการเจาะตลาดคู่แต่งงานต่างประเทศก็คือ กระบวนการนำเข้าอุปกรณ์หรือเครื่องประดับที่ใช้ในการจัดงาน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเศรษฐีที่วางแผนจัดงานขนาดใหญ่และต้องการนำอุปกรณ์และทรัพย์สินมีค่าส่วนตัว อาทิ เครื่องเพชร มาร่วมในงาน แต่ยังไม่แน่ใจในขั้นตอนและการจัดเก็บภาษีนำเข้าของไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงคู่รักทั่วโลกแต่งงานเมืองไทย

  • ‘โมโน กรุ๊ป’ มั่นใจรายได้รวมสิ้นปีนี้โต 50% ทุ่ม 500 ล. ป้อนคอนเทนต์ลงช่อง MONO 29

    ‘โมโน กรุ๊ป’ มั่นใจรายได้รวมสิ้นปีนี้โต 50% ทุ่ม 500 ล. ป้อนคอนเทนต์ลงช่อง MONO 29

    “โมโน กรุ๊ป” ทุ่ม 500 ล้านบาท ป้อนคอนเทนต์ลง ช่อง “โมโน ทเวนตี้ไนน์” มั่นใจสิ้นปีรายได้โต 50% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้าอีก 3 ปีจะมีรายได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นช่องทีวีดิจิตอลอันดับ 5 ของเมืองไทย นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้ประมูลช่องทีวีดิจิตอลกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นที่เรียบร้อย พร้อมได้รับใบอนุญาตออกอากาศแล้วนั้น  และได้ออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 เม.ย.57 เวลา  06.00 น. ผ่านช่อง MONO 29 หรือ โมโน ทเวนตี้ไนน์ ประกอบด้วย บันเทิง 56% ข่าวสารสาระ 25% ข่าวสารสาระประโยชน์บันเทิง 14% เด็ก-เยาวชน 5% เน้นเป้าหมายยุคเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์,วาย และแซด ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิตอลในอีก 3 ปี จะมีรายได้ปีละ 5,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา โมโน กรุ๊ป มีรายได้รวม 1,500 ล้านบาท กำไร 40% โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 50% เบื้องต้น โมโน กรุ๊ป ได้ลงทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท ในการซื้อคอนเทนต์ทั้งในไทย และต่างประเทศ  พร้อมทั้งซื้อที่ดินจำนวน 12 ไร่ เพื่อสร้างสตูดิโออีก 100 ล้านบาท คาดว่าจะคืนทุนได้ปีนี้หรือปีหน้า และเตรียมผลิตรายการ อาทิ ละคร  เกมโชว์ และวาไรตี้ ทั้งที่ผลิตเองและได้ผู้ผลิตในแวดวงรายการและละครระดับแถวหน้าของเมืองไทย ส่วนคอนเทนต์ทั้งภาพยนตร์ไทยและนานาชาติ มีมากกว่า 1,500 เรื่อง “ทีวีดิจิตอลจะเป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้ในเร็ว ๆ นี้ เพราะด้วยคอนเทนต์คุณภาพจะถูกใจผู้ชมทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ทำให้โฆษณาไหลเข้ามา โดยธุรกิจฟรีทีวียังจะมีเม็ดเงินโฆษณาอยู่มากเหมือนเดิม และฟรีทีวีจะเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการขนาดกลางลงโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น แม้การแข่งขันฟรีทีวีในช่วง 2-3 ปี จะมีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งผู้ที่มีคอนเทนต์คุณภาพอยู่ในมือเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้” นายพิชญ์ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘โมโน กรุ๊ป’ มั่นใจรายได้รวมสิ้นปีนี้โต 50% ทุ่ม 500 ล. ป้อนคอนเทนต์ลงช่อง MONO 29