นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ประกาศผลการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้าประจำปี 2557 โดยสหรัฐฯ ยังคงจัดไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯมาตรา 301 พิเศษ เหมือนเดิม ร่วมกลุ่มเดียวกับอีก 9 ประเทศ คือ อัลจีเรีย อาร์เจนตินา ชิลี จีน อินเดียอินโดนีเซีย ปากีสถาน รัสเซีย และ เวเนซูเอลา “เป็นการประกาศเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาทั้งนี้ สหรัฐฯ เห็นว่าการออกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยยังไม่สำเร็จทั้งกฎหมายเอาผิดเจ้าของพื้นที่ที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ กฎหมายป้องกันการละเมิดทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงการแก้ไขกฎหมายความลับทางการค้า การแก้ไขกฎหมายศุลกากรเพื่อตรวจจับสินค้าละเมิดที่ผ่านแดนและถ่ายลำ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯยังขอให้ไทยหาทางออกต่อปัญหาในเรื่องการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรมกรณีสิทธิบัตร เช่นการเปิดเผยข้อมูลการทดสอบยาและผลิตภัณฑ์เคมีเกษตรที่ใช้ประกอบการขออนุญาตวางตลาดโดยขอให้ไทยเปิดโอกาสให้เจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย นางกุลณี กล่าวว่า การคงให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับบลิว แอลเหมือนเดิมไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เพราะสิ่งที่สหรัฐฯต้องการมากที่สุดเป็นเรื่องการออกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยขั้นตอนต้องใช้เวลา และพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่เนื่องจากไทยมีปัญหาทางการเมืองทำให้การพิจารณากฎหมายต้องหยุดชะงัก และไม่มีความคืบหน้า ซึ่งกรมฯยืนยันที่จะเร่งผลักดันการออกกฎหมายทันที เมื่อมีรัฐบาลใหม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มะกันคงบัญชีไทยพีดับบลิวแอลด้านลิขสิทธิ์
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

มะกันคงบัญชีไทยพีดับบลิวแอลด้านลิขสิทธิ์
-

รฟท.เร่งสรุปแผนซ่อมรถไฟสายใต้
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่สำรวจเส้นทางรถไฟสายใต้ และหารือกับผู้รับเหมาเพื่อสรุปแผนปรับปรุงทางรถไฟสายใต้ให้เสร็จภายในเดือนพ.ค.57 ก่อนจะเริ่มปรับปรุงจริง โดยดูว่ามีพื้นที่ไหนมีจุดเสี่ยง ที่จำเป็นต้องปิดซ่อมแซมใหญ่ หรือจะใช้วิธีทยอยซ่อมแซมในเฉพาะช่วงที่ไม่มีรถไฟวิ่ง เพื่อให้เกิดความรอบคอบ รวดเร็ว และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนสูงสุด “แผนเดิมกำหนดว่าหากทยอยซ่อมแซมจะใช้เวลาถึง 3 ปี แต่ ร.ฟ.ท.จะลงไปดูว่าจะซ่อมอย่างไรให้เหมาะสมและเสร็จเร็วกว่ากำหนด หากพบว่ามีเส้นทางเสี่ยงที่ต้องเร่งปรับปรุงก็อาจต้องมีการปิดซ่อม ซึ่งอาจกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการบ้าง แต่ระหว่างนั้นจะจัดหารถโดยสารสำหรับเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ เพราะทราบว่าคนภาคใต้นิยมใช้รถไฟเดินทางมากสุด แต่อย่างไรแล้วหากไม่จำเป็นปิดซ่อมใหญ่ ก็จะใช้วิธีปรับปรุงรางเป็นช่วงๆ ซึ่งข้อดีจะทำให้รถเปิดใช้ได้ตลอด แต่อาจเสร็จช้า” นายประภัสร์ กล่าวว่า โครงการปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายใต้ ใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท เริ่มต้นจากสถานีหัวหิน ถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส รวมถึงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา โดยแบ่งเป็นการจัดจ้าง 6 สัญญา ได้แก่ สัญญาแรกวงเงิน 1,003 ล้านบาท สัญญาสอง 1,945 ล้านบาท สัญญาสาม 2,193 ล้านบาท สัญญา 348 ล้านบาท สัญญาห้า 344 ล้านบาท และสัญญาหก 339 ล้านบาท โดยวิธีการปรับปรุงจะมีทั้งการเสริมดิน เปลี่ยนไม้หมอนจากไม้เป็นคอนกรีต เปลี่ยนรางเดิมขนาด 60-80 ปอนด์ เป็นขนาดมาตรฐาน 100 ปอนด์ ทั้งหมด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.เร่งสรุปแผนซ่อมรถไฟสายใต้ -

แผนทำโซลาร์รูฟท็อปยังอลวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีเอกชน และเจ้าของบ้าน ที่ต้องการติดตั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เป็นจำนวนมาก ต่างสับสนกับนโยบายในการขอติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปว่า จะต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) หรือไม่ หรือขออนุญาตเพียงสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แห่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากต่างฝ่ายต่างออกมาระบุว่า เป็นอำนาจของตนเองในการออกกฎหมาย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเอกชนเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากได้รับโควตาการผลิตไฟจากโซลาร์รูฟท็อป จากกกพ. แล้ว แต่ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ในการสามารถผลิตไฟฟ้าได้ เพราะต้องรอความชัดเจนจากทั้ง 2 หน่วยงานก่อน ซึ่งต้องการให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด “ปัญหาการลงทุนโซลาร์รูฟท็อปของประเทศตอนนี้คือ ความ ไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐ ซึ่งเอกชนจำนวนมาก พร้อมลงทุน รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่ต้องการผลิตไฟฟ้าใช้เอง คุ้มค่ากว่าการฝากเงินแบงก์ที่ผลตอบแทนน้อยมาก” นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการออกกฎกระทรวง เพื่อยกเว้นให้การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป ที่กำลังการผลิตไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ หรือกลุ่มหลังคาที่อยู่อาศัยไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใบประกอบกิจการโรงงาน(รง.4)ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง โดยจะส่งเรื่องให้นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ลงนามสัปดาห์หน้าแล้วส่งให้ที่ประชุมครม.อนุมัติต่อไป คาดว่า หลังจากครม.อนุมัติแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาที่อยู่อาศัย ไม่ต้องขออนุญาตใบรง. 4 ส่วนกรณีประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ เรื่องการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ไม่ถือเป็นโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า ลงนามในวันที่ 24 มี.ค. 57 ทางกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้นั้น เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 57 ได้มีการส่งหนังสือลงนามโดยนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอหารือกับสำนักงานกฤษฎีกา แล้วขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบกลับ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แผนทำโซลาร์รูฟท็อปยังอลวน