วันนี้ (28 พ.ค.) เวลา 16.30 น. นายสุรชัย ศรีสารคราม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวยืนยันว่า กระทรวงไอซีทีไม่มีคำสั่งปิดเว็บไซต์เฟซบุ๊กอย่างแน่นอน และได้สอบถามปัญหากรณีที่ไม่สามารถใช้งาานได้เมื่อเวลา15.30น.ของวันที่ 28 พ.ค.57ที่ผ่านมาว่า ระบบเชื่อมต่อต่างประเทศ (อินเทอร์เน็ตเกตเวย์) มีปัญหา เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้ระบบล่ม ซึ่งทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ กำลังแก้ไขปัญหา คาดว่าสามารถใช้งานได้ในเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดไอซีที กล่าวว่า ไม่ได้รับคำสั่งจาก คสช.ให้ปิดเฟซบุ๊ก โดยมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการใช้งานมากกว่าปกติ ทำให้เกตเวย์มีปัญหา ขณะนี้สามารถใช้งานได้ปกติแล้ว ด้านเอไอเอส แจ้งว่า เนื่องด้วยขณะนี้ระบบการให้บริการของบริษัทฯ มีปัญหาในการเชื่อมต่อกับserver ของFacebookทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถใช้งานได้ชั่วขณะหนึ่ง บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข บริษัทขออภัยมา ณ ที่นี้ และดีแทค ได้แจ้งว่า ได้ปฏิบัติตามการแจ้งจากกสทช. และกำลังทำให้บริการกลับมาสู่ปกติโดยเร็วที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีทียันไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊ก
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ไอซีทียันไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊ก
-

ไม่เลื่อน กสทช.ลุยประมูล 4จีส.ค.นี้
วันนี้(28พ.ค.)ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนปาร์ค คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายประเสริฐ ศรีพิพัฒน์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เปิดเผยว่า การ จัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ นำไปจัดสรรประมูล 4 จี ที่หมดสัญญาสัมปทานเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2556 เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย อาทิรัฐวิสาหกิจ ค่ายมือถือเอกชน และผู้บริโภคเป็นต้น ซึ่งการเปิดเวทีในวันนี้(27 พ.ค.)จะนำไปรวบรวมและเปรียบเทียบกับร่างประกาศ ในขณะเดียวกันขอยืนยันว่าการประมูล 4จีที่จะเกิดขึ้นในเดือนส.ค.นี้จะยังคงยึดตามกรอบกำหนดเดิมแม้สถานการณ์การเมืองภายใต้การดูและของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ กสทช.และกทค.ด้านกฎหมาย ระบุว่า การจัดสรรประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ อยู่ภายใต้พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 โดยกทค.ยังเดินหน้าจัดประมูลตามเดิม โดยมองว่าประเทศไทยในขณะนี้ต้องยอมรับว่า การพึ่งพาการส่งออกต่างชาติค่อนข้างลำบาก เนื่องจากหลาบประเทศตัดความช่วยเหลือ ส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดการชะลดตัวฉะนั้นจัดสรรประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซและ900เมกะเฮิร์ตซ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศ โดยการทำโครงการขนาดใหญ่ด้านพื้นฐานซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยใดๆมากระทบการเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 2คลื่นอย่างไรก็ตามความเห็นส่วนใหญ่ต้องการขอให้เลื่อนการประมูลออกไปก่อนที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. ออกไปก่อน เพราะสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่เอื้อต่อการประมูล ส่วนเอกชนอย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เสนอในเวทีสาธาระความคิดเห็นว่า ไม่ควรเลื่อนประมูลคลื่น1800 เมกะเฮิรืตซ เพราะการประมูลจะสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐได้มากขึ้น และหากไม่ประมูลจะเป็นการปล่อยคลื่นความถี่ไว้เฉยๆ โดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไม่เลื่อน กสทช.ลุยประมูล 4จีส.ค.นี้ -

ศูนย์เตือนภัยฯ ให้ประชาชนระวังน้ำป่าหลากช่วงหน้าฝน
วันนี้ (28 พ.ค.) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า จากการเกิดแผ่นดินไหวบนบก 4.6 ริกเตอร์ ความลึก 1 กิโลเมตร บริเวณ อ.เมือง จ.เชียงราย เวลา 19.22 น. เมื่อวันที่ 27 พ.ค.57 นั้น ถือเป็นรอยเลื่อนที่เกิดขึ้นเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง และวิ่งไปตามอำเภอแม่สรวย อำเภอแม่ลาวและอำเภอพาน ที่มาจากรอยเลื่อนพะเยาไปขยับตัวตรงจุดนดังกล่าวพอดีิอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ การเกิดแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกถือว่าเกิดหลายจุด เมื่อเกิดแผ่นดินไหวตรงไหนก็จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตรงจุดนั้นในรอยเลื่อนเดียวกัน ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลในรอยเลื่อนดังกล่าว ที่ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจะทราบดีตามประกาศของกรมทรัพยากรธรณี อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ให้ระมัดระวังและควรปลูกบ้านให้ได้ตามมาตรฐาน"การขยับตัวอย่างนี้จะยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายสามารถควบคุมได้ แต่จะเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านมากว่า 6 ริกเตอร์หรือไม่นั้น ในช่วงนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะด้วยธรรมชาติแผ่นดินไหวจะไม่เกิดขนาดใหญ่ซ้ำๆ ตามมา แต่จะเป็นขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ถือเป็นการขยับตัวคลายความตรึงเครียดของแผ่นดินให้เข้าที่ ซึ่งตอนนี้ยังมีการสั่นไหวอยู่ตลอดเวลาและรับรู้ได้จากเครื่องมือตรวจวัด" น.อ.สมศักดิ์ กล่าวทั้งนี้ อยากเตือนประชาชนภาคเหนือ อาทิ จังหวัดพะเยา เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขา ลาดชัน ที่ก่อนหน้านี้เกิดแผ่นดินไหว ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องของการเดินทางในเส้นทางดังกล่าวที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วงฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ง่ายกว่าเดิมเพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ภาวะกายภาพพื้นดินของพื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยนไป ดังนั้น ควรดูเส้นทางการไหลของน้ำว่ามีผลกระทบต่อการเดินทางหรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ ให้ประชาชนระวังน้ำป่าหลากช่วงหน้าฝน