เดือน: พฤษภาคม 2014

  • คสช.ทบทวนโครงการ2ล้านล้าน

    คสช.ทบทวนโครงการ2ล้านล้าน

    พล อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผอ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังประชุมรับทราบนโยบายผู้บริหารหน่วยงานช้าราชการ และรัฐวิสาหกิจกระทรวงคมนาคมว่า จะนำโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ทั้งระบบน้ำ ราง ถนน อากาศ และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอยู่ในโครงการ 2 ล้านล้านบาท นำไปเสนอให้ประธาน คสช. เพื่อทบทวนจัดทำแผนแม่บทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์   “โครงการโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน คสช.จะให้ความสำคัญและเดินหน้าต่อในทุกระบบเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันได้ โดยโครงการไหนหากทำก่อนก็จะเริ่มก่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญแต่ต้องมาดูรายละเอียด ข้อขัดข้องว่ามีอุปสรรคใดบ้าง เช่น งบประมาณ กระบวนการพิจารณา กฎหมาย ที่ดิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเข้าไปดูว่าตรงไหนต้องปรับปรุง ถ้าโครงการไหนพร้อมก็จะเดินหน้าได้ทันที แต่ถ้าใช้งบประมาณมาก เราจะนำมาปัดฝุ่นเพื่อให้ระบบคมนาคมเดินหน้าได้สมบูรณ์” ทั้งนี้โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิให้รอบรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน และสนามบินดอนเมืองเป็น 30 ล้านคนคาดจะเดินหน้าต่อได้ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นโครงการที่ให้ความสนใจโดยพิจารณาว่าเส้นทางใดทั้งกรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย เพื่อดูว่าโครงการใดขัดข้องบ้าง ซึ่งจะใช้เวลาศึกษาและน่าจะดำเนินการต่อได้หากสามารถแก้ไขอุปสรรคด้านต่างๆ ด้าน พล อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณยืนยันว่าจะใช้ได้ทันตามกำหนดแน่นอน ทั้งงบประมาณปี 57 จะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้งบที่ค้างอยู่เดินได้ไปตามเป้าหมาย รวมถึงเร่งรัดการทำงบประมาณปี 58 ที่ปีนี้ขอเพิ่มจากงบปี 57 ถึง 3 เท่า ให้เสร็จโดยเร็ว โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อเบิกจ่ายใช้งบประมาณให้ทันวันที่ 1 ต.ค.57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ทบทวนโครงการ2ล้านล้าน

  • รถ-เรือขยายเวลาให้บริการ

    รถ-เรือขยายเวลาให้บริการ

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตารางการเดินทางระบบโดยสารสาธารณะประจำวันที่ 28 พ.ค. 57หลังมีการปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 00.01-4.00 น มีดังนี้ รถไฟฟ้า ทั้ง3 ระบบ บีทีเอส, เอ็มอาร์ที, และแอร์พอร์ตลิ้งค์  เปิดให้บริการทุกเส้นทางตั้งแต่ 06.00-23.00 น.    รถเมล์ขสมก.เริ่มเดินรถออกจากอู่เวลา 03.00 น. รถคันสุดท้ายเข้าอู่เวลา 24.00น.และงดรถกะสว่างที่วิ่งทั้งคืน  รถ บขส. เปิดเดินรถทุกเส้นทางออกจากสถานีขนส่งไม่เกิน22.00 น.และรับคืนตั๋วเต็มจำนวน สำหรับผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้าแต่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงนี้ รถไฟ เปิดเดินรถปกติขบวนสุดท้ายออกจากสถานีไม่เกิน 23.00 น. และรับคืนตั๋วเต็มจำนวน  สำหรับผู้ที่จองล่วงหน้าแต่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงนี้ เรือโดยสาร เรือด่วนเจ้าพระยา คลองแสนแสบ เปิดให้บริการปกติไม่เกิน 20.00 น.แต่ขยายเวลาให้บริการเรือข้ามฟากสาทร สี่พระยา เป็น 23.00-24.00 น. เครื่องบิน เปิดให้บริการตามปกติ24 ชม.สำหรับผู้เดินทางระหว่างเคอร์ฟิว ให้นำบัตรโดยสาร และหนังสือเดินทางแสดงระหว่างเดินทางด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถ-เรือขยายเวลาให้บริการ

  • เอกชนชง7ข้อฟื้นเศรษฐกิจ เร่งเชิญตปท.แจงดึงเชื่อมั่น

    เอกชนชง7ข้อฟื้นเศรษฐกิจ เร่งเชิญตปท.แจงดึงเชื่อมั่น

    เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมาบรรดาภาคเอกชนทั้ง 7 องค์กร ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.), สมาคมธนาคารไทย, สภาธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสามารถสรุปร่วมกันได้ 7 ข้อ โดยแต่ละองค์กรจะกลับไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนนำมาพิจารณาใหม่ในสัปดาห์หน้า ก่อนจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. พิจารณาผลักดันต่อไป ทำการบ้านเพิ่ม  นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมของภาคเอกชนทั้ง 7 องค์กรในครั้งนี้เป็นการหารือครั้งแรกของภาคเอกชน หลัง คสช. เข้ามาบริหารประเทศ โดยเป็นการระดมความเห็นเพื่อเหลือประเทศทั้งระยะสั้นและยาวซึ่งมาตรการต้องสามารถดำเนินได้จริงเกิดประสิทธิภาพและสร้างอนาคตประเทศไทยในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้าเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นสู่สังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนรวมทั้งความเชื่อมั่นจากต่างชาติ นักลงทุน นักท่องเที่ยวต้องกลับคืนมา ทั้งนี้กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, การปฏิรูปการลงทุนของภาครัฐและเอกชน, การยกระดับการศึกษาและนวัตกรรม, การแก้ปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำ, การสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น, การพัฒนาระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐ และการพัฒนาโครงสร้างใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย “กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจทั้ง 7 ข้อมีทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาวซึ่งได้ให้แต่ละองค์กรกลับไปศึกษาว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง และจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไร ซึ่งเมื่อหารือกันตกผลึกแล้วจะเสนอเรื่องให้ คสช. นำไปพิจารณา” เชิญเอกชน ตปท. ถก  นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยหายไปพอสมควร ซึ่งในส่วนของความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ส.อ.ท.และหอการค้าไทย จะมีการเชิญหอการค้าและสภาธุรกิจต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มาสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงสื่อให้คู่ค้าในต่างประเทศมั่นใจว่าผู้ประกอบการในไทยยังสามารถผลิตและส่งสินค้าได้ตามปกติ เร่งดึงเชื่อมั่นลูกค้า  นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)   กล่าวว่า  ผู้ประกอบการส่งออกไทยหลายรายเตรียมที่จะเจรจากับลูกค้าเพื่อสร้างความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อขอร้องให้ลูกค้าต่างประเทศช่วยไปชี้แจงกับผู้บริหารระดับสูงของแต่ละประเทศเข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศไทยในกรณีที่ คสช. ที่เข้ามาเพียงเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่คนในประเทศ และไม่ต้องการเข้ามาอยู่ในอำนาจนาน ๆ สำหรับในส่วนของสถานการณ์ส่งออกนั้นได้รับการยืนยันจากลูกค้าต่างประเทศแล้วว่าจะไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ล่วงหน้าจากผู้ประกอบการไทยแน่นอน เนื่องจากมั่นใจว่าผู้ส่งออกสามารถที่จะผลิตสินค้าและส่งออกได้ทันเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของไทยยังมีในภาวะปกติ ขอขยายเวลาเคอร์ฟิว  นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ทาง สทท. เข้าใจว่าการเข้ามาของ คสช. เพื่อต้องการรักษาความปลอดภัยของคนในชาติดังนั้นหากสถานการณ์ความปลอดภัยเข้าสู่ภาวะปกติแล้วอยากให้ คสช. มีการขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวจาก 22.00-05.00 น. เป็น 24.00-05.00 น. ซึ่งจะช่วยภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ คสช. ควรออกมาตรการส่งเสริมให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนไทยในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น การให้คนภาคใต้ไปเที่ยวภาคเหนือ ให้คนภาคอีสานไปเที่ยวภาคใต้ เป็นต้น เนื่องจากการที่ได้ไปท่องเที่ยวต่างถิ่นก็จะเข้าใจวิถีชีวิตมุมมองความคิดของคนต่างถิ่นมากขึ้น ขอการเมืองนิ่ง  นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ  กล่าวว่า  หากการเมืองนิ่งจะทำให้นักลงทุนทั้งประเทศและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นกล้าเข้ามาลงทุน  รวมทั้งทำให้ประชาชนเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยปกติ  เพราะปัจจุบันประชาชนมีกำลังซื้อแต่ไม่กล้าใช้จ่าย เนื่องจากไม่มั่นใจด้านการเมือง นอกจากนี้เห็นว่ารัฐบาลจะต้องเร่งเดินหน้าโครงการภาครัฐตามแผนที่วางไว้โดยเร็ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงการทั้งหมด แต่ลงทุนโครงการที่มีความจำเป็นก่อน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟรางคู่ หรือส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในแผนเดิมอยู่แล้วให้เห็นผลเป็นรูปธรรม “เมื่อความอึมครึมหรือมรสุมหมดลงการใช้จ่ายในประเทศจะเริ่มกลับคืนมา ซึ่งยอมรับว่าเราช้ากว่าคู่แข่ง 6 เดือน และการจะก้าวให้ทันจะต้องเร่งเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ที่สำคัญตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ เพราะถ้าการเมืองจบนโยบายไปถูกทางประเทศชาติก็เดินหน้าได้ และเชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน และผู้บริโภคได้” ต่างชาติเข้าใจไทย  นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท. จะเร่งสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองไทย เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยที่ผ่านมาดัชนีก็ไม่ปรับลดลงมากและทิศทางการปรับลดก็มีลดน้อยกว่าบางประเทศในภูมิภาคนี้ เนื่องจากต่างชาติเริ่มเข้าใจสถานการณ์ของไทยมากขึ้น. มนัส แวววันจิตร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนชง7ข้อฟื้นเศรษฐกิจ เร่งเชิญตปท.แจงดึงเชื่อมั่น