นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดประสานกับสถาบันการศึกษาภาครัฐ ที่มีมาตรฐานและมีความพร้อมภายในจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ให้เป็นตัวแทนของกรมฯ ในการจัดอบรมภาคทฤษฎีการขับรถตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด แก่ประชาชนที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่รถยนต์ ทั้งในกรณีขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ และการต่ออายุใบขับขี่ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่ต้องรอคิวทำใบขับขี่นาน“ที่ผ่านมาการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์แต่ละครั้ง จะต้องผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ การจราจร และความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน 4 ชั่วโมง และต้องแจ้งความจำนงจองคิวเข้ารับการอบรมล่วงหน้าด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้ารับการอบรมแก่ประชาชนให้รวดเร็วขึ้น จึงประสานให้สถานบันการศึกษา ทำหน้าที่ช่วยฝึกอบรมภาคทฤษฎีได้ เพราะแต่ละวันมีประชาชนมาติดต่อขอทำใบขับขี่กับกรมมากขึ้นเรื่อยๆ”ทั้งนี้ สถิติการขอรับใบอนุญาตขับรถกับกรมฯ จนถึงวันที่ 28 ก.พ.57 มีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล หรือต่ออายุใบขับขี่ 7.12 ล้านฉบับ และขอใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว หรือขอใหม่อีก 8.97แสนฉบับ ส่วนการต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมี 6.01 ล้านฉบับ ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใหม่อีก 666,663 ฉบับ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันภาครัฐที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก สามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อขอเข้ารับการทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถกับกรมการขนส่งทางบกได้ โดยสถาบันการศึกษาภาครัฐที่สนใจต้องมีศักยภาพและมีความพร้อมในการจัดอบรมได้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดอย่างเคร่งครัด สถาบันการศึกษาภาครัฐที่สนใจยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศนอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงระบบการออกใบอนุญาตขับรถทุกประเภทในเรื่องขั้นตอนและวิธีการทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถให้มีประสิทธิภาพสู่มาตรฐานสากล โดยจะมีการเพิ่มหัวข้อวิชาการอบรม, เพิ่มจำนวนชั่วโมงการอบรม, เพิ่มจำนวนข้อสอบและเกณฑ์การผ่านการทดสอบ และเพิ่มท่าทดสอบในการขับรถให้มากขึ้น เพื่อให้อุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผนึกสถานศึกษาอบรมก่อนสอบใบขับขี่
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ผนึกสถานศึกษาอบรมก่อนสอบใบขับขี่
-

ททท.เร่งจัดอีเวนท์ฟื้นท่องเที่ยวไทย
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมให้สำนักงานททท.ในต่างประเทศ ทั้ง 27 แห่ง หารือกับหน่วยงานราชการ อาทิ ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตร เพื่อร่วมกันจัดงานเทศกาลด้านการท่องเที่ยวในแบบขนาดใหญ่พิเศษ สำหรับฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและด้านความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ภายหลังจากมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ และทำให้เกิดการรัฐประหาร ขณะเดียวกันในระยะยาว จะทำการจับมือกับทูตต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากมีเครือข่ายพันธมิตรจากหลายประเทศด้วยนอกจากนี้ ยังเตรียมให้ทุกสำนักงาน นำเสนอโปรแกรมในช่วงหน้าหนาวของปี(วินเทอร์โปรแกรม) ให้กับทัวร์รายใหญ่ของแต่ละประเทศ(ทัวร์โอเปอเรเตอร์) โดยจะเน้นขายโปรแกรมใหม่ ชูจุดขายเมืองรองต่างๆ ที่มีสนามบิน เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่กรุงเทพฯที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มั่นใจเดินทางมา ขณะเดียวกันจะเร่งจะตลาดดึงนักท่องเที่ยวที่เป็นสัดส่วนหลักที่นิยมมาเที่ยวประเทศไทยอยู่เป็นประจำ เพื่อจะเจาะตลาดให้ตรงกลุ่มและเพื่อไม่ให้เสียงบประมาณในการทำตลาดไปโดยเปล่าประโยชน์“ตอนนี้ต้องยอมรับงบประมาณเรายังมีอยู่เท่าเดิมตามที่ได้รับจากแผนปี 57 แต่ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มลดลง แต่งบประมาณการทำตลาดเพิ่มเติมก็ยังไม่มี เราจึงต้องหันมาใช้วิธีการจับมือกับ ทูตต่างๆ ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็จะช่วยกันได้ดีและทำให้งานใหญ่ขึ้น และประหยัดงบประมาณด้วย ส่วนด้านการทำตลาดและการประชาสัมพันธ์เราก็จะต้องหันมาใช้งบตามความเหมาะสมตลาดไหนที่จะฟื้นได้เร็วก็ใช้งบไปเจาะตลาดนั้นก่อน ขณะเดียวกันงบประชาสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่สำคัญก็ตัดออกไป และพยายามคิดแบบใหม่และเอางบไปลงเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่าเดิม”ส่วนตลาดในประเทศ ททท.ยังคงรักษาเป้าหมายทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ไว้คงเดิม คือ จำนวนการเดินทาง 136คนต่อครั้ง และ ทำรายได้ 700,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นตลาดที่สำคัญที่จะช่วยพยุงรายได้ ในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง อีกทั้งในระยะยาวหากตลาดในประเทศยังสามารถท่องเที่ยวได้ดีตามปกติก็จะเป็นปัจจัยที่ช่วยทำให้ชาวต่างชาติเกิดความมั่นใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.เร่งจัดอีเวนท์ฟื้นท่องเที่ยวไทย -

สสนก.จับมือนาโนเทค พัฒนาเครื่องกรองน้ำกร่อย แก้ปัญหาวิกฤติน้ำเค็มรุกเจ้าพระยา-บางปะกง
สสนก.จับมือนาโนเทค พัฒนาเครื่องกรองน้ำกร่อยด้วยไส้กรองนาโน ชี้สะดวกในการเคลื่อนย้าย พร้อมช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจากวิกฤติน้ำเค็มรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและบางปะกง นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ น้ำและจัดสรรน้ำ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเค็มรุกใน แม่น้ำเจ้าพระยา ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังน่าเป็นห่วงสำหรับแม่น้ำบางปะกง ที่ยังมีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน ทั้งเพื่อการผลิตน้ำประปาและการเกษตร ซึ่งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จะเกิดน้ำทะเลหนุนอีกครั้ง อาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำเค็มรุกล้ำแม่น้ำเข้ามาได้อีก ดังนั้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาในช่วงวิกฤติน้ำเค็มรุก สสนก. ได้ร่วมกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ผลิตเครื่องกรองน้ำดื่มจากน้ำกร่อย หรือ กรองน้ำเค็ม SOS t1 (System of salinity) เพื่อใช้แก้ปัญหาโดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำมีน้อย ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการนาโนเทค กล่าวว่า เครื่อง SOS t1 ที่นักวิจัยนาโนเทคพัฒนาขึ้นนี้ สามารถกรองน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ให้เป็นน้ำดื่มที่มีคุณภาพตามมาตรฐานได้ โดยใช้เทคโนโลยีนาโน ผลิตไส้กรองเซรามิกเคลือบอนุภาคเงิน ไส้กรองที่พัฒนาขึ้นนี้ มีจุดเด่นในการยืดอายุการใช้งานของไส้กรอง อาศัยหลักการกรองน้ำที่ใช้เมมเบรนฟิลเตอร์ ซึ่งมีรูพรุนเล็กมาก ดังนั้นโมเลกุลของน้ำเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้ ทำให้มีประสิทธิภาพการดักจับแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น เกลือที่ปนเปื้อนมากับน้ำ เครื่องดังกล่าวมีกำลังการผลิตประมาณ 200 ลิตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญเป็นเครื่องกรองน้ำดื่มจากน้ำกร่อยเคลื่อนที่ได้เหมาะสำหรับการขนย้ายไปยังลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่ประสบภาวะวิกฤติน้ำเค็มได้สะดวก.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สสนก.จับมือนาโนเทค พัฒนาเครื่องกรองน้ำกร่อย แก้ปัญหาวิกฤติน้ำเค็มรุกเจ้าพระยา-บางปะกง